Official Update :

ธนาคารไทยเครดิต ได้รับการคงอันดับเครดิต “A(tha)/F1(tha)” จาก Fitch Ratings

ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT ตอกย้ำความแข็งแกร่งของโครงสร้างทางการเงินและประสิทธิภาพการทำกำไรในระดับที่โดดเด่นเหนือค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม ล่าสุด บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด (Fitch Ratings) ประกาศยืนยันอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-Term Rating) ที่ “A(tha)” และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น (National Short-Term Rating) ที่ “F1(tha)” พร้อมคงแนวโน้มอันดับเครดิตที่ “มีเสถียรภาพ” (Stable Outlook) สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญในตลาดเฉพาะกลุ่ม การเป็นผู้นำด้านสินเชื่อ Micro SME ตลอดจนการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพและฐานเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง


นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “การที่ ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตของธนาคารที่ “A(tha)” และ “F1(tha)” พร้อมแนวโน้มมีเสถียรภาพ นับเป็นการตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการเข้าถึงกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยและ Micro SME ส่งผลให้ธนาคารสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ธนาคารยังคงยึดมั่นในการบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุม รักษาระดับฐานเงินกองทุนและสภาพคล่องให้อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมั่นคง ยั่งยืน และพร้อมเดินหน้าเป็นพันธมิตรทางการเงินอยู่เคียงข้างลูกค้าในทุกสถานการณ์”


ปัจจัยวิเคราะห์หลักการจัดอันดับเครดิตโดย ฟิทช์ เรทติ้งส์:

  • คุณภาพสินทรัพย์อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้: การบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงรุก ส่งผลให้สามารถรักษาอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Impaired Loans Ratio) ให้อยู่ในระดับทรงตัวที่ 4.8%

  • เงินกองทุนและสภาพคล่องมีความมั่นคงสูง: อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 (CET1 Ratio) อยู่ที่ 14.1% (ณ สิ้นครึ่งแรกปี 2569) จากผลกำไรสะสมของธนาคารอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งรักษาสภาพคล่องในระดับสูง

  • กลยุทธ์เจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม ขับเคลื่อนการเติบโต: ธนาคารมีพอร์ตหลักเป็นสินเชื่อ Micro SME สูงถึง 68% ของสินเชื่อรวม (ณ สิ้นครึ่งแรกปี 2569) แม้ธนาคารจะมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้ารายย่อยซึ่งมีความอ่อนไหวในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ด้วยความเชี่ยวชาญในการบริหารพอร์ตสินเชื่อและการเข้าถึงลูกค้า ธนาคารจึงสามารถสร้างอัตราการเติบโตของสินเชื่อได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ

  • ความสามารถในการทำกำไรแข็งแกร่งต่อเนื่อง: ผลการดำเนินงานของธนาคารเติบโตโดดเด่นเหนือค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม โดยมีสัดส่วนกำไรจากการดำเนินงานต่อสินทรัพย์เสี่ยง (Operating Profit / Risk-Weighted Assets) อยู่ที่ 3.2% ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 สะท้อนประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจและความสามารถในการรองรับความเสี่ยงทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง


การได้รับการจัดอันดับเครดิตที่ระดับ “A(tha)/F1(tha)” ด้วยแนวโน้ม “มีเสถียรภาพ” (Stable Outlook) ในครั้งนี้ ไม่เพียงตอกย้ำถึงวินัยทางการเงินที่เคร่งครัดและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารไทยเครดิตเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมทำหน้าที่สนับสนุนและสร้างโอกาสทางการเงินอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการและลูกค้าทุกกลุ่ม ตามปรัชญาธนาคาร “Everyone Matters – ทุกคนคือคนสำคัญ”

Most Viewed
Stock of the Day
TIPAK ปลื้ม IPO กระแสแรง จ่อเข้าเทรด SET 5 ต.ค.นี้ ปรับเพิ่มนโยบายปันผลเป็น 50% ทุ่ม 100 ลบ. อัปเกรดโรงงานหนุนโต
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
EA ปั้น PCM จากปาล์มน้ำมัน ตั้งเป้า 3 ปี รายได้แตะ 100 ลบ. เดินหน้ารุกตลาดต่างประเทศ จับตาโครงการใหม่ทยอยรับรู้ปี 70
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 3 ราย กรณีร่วมกันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขาย หุ้น F&D
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
อินฟินีออนปักหมุดไทย เปิดฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ Backend แห่งใหม่ เสริมความยืดหยุ่น และขีดความสามารถของเครือข่ายการผลิตระดับโลก
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Where to put your money
เจาะลึก 3 สินทรัพย์ ทองคำ-โลหะ-บิตคอยน์ Fed-ETF ตัวแปรชี้ทิศทาง เปิดแนวโน้มราคา-กลยุทธ์ลงทุน
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us