Official Update :

KTC ปั้นพอร์ตสินเชื่อ ปี 65 ทะลุ 1 แสนล้าน ลุ้นกำไรทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์!

แม้ปีที่ผ่านมาการระบาดของ Covid-19 และการลดเพดานหนี้ของสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลจะส่งผลกระทบกับ KTC แต่บริษัทยังบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่อและสร้างการเติบโตได้ สำหรับปี 2565 บริษัทยังมุ่งสร้างการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะสินเชื่อมีหลักประกัน “พี่เบิ้ม” ตั้งเป้าขยายพอร์ตแตะ 11,500 ล้านบาท ช่วยผลักดันพอร์ตสินเชื่อรวมให้ทะลุ 100,000 ล้านบาทได้ตามเป้าหมาย


โดยนายระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC กล่าวว่า แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยดีขึ้น ประกอบกับมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ และผู้บริโภคเริ่มมีการใช้จ่ายมากขึ้น ทำให้บริษัทเชื่อว่าจะสามารถผลักดันพอร์ตลูกหนี้รวมให้โตเกิน 100,000 ล้านบาท และทำกำไรสูงสุดสร้างสถิติใหม่อีกครั้งในปี 2565


“ไตรมาส 1/65 เป็นไตรมาสที่ดี เดือนม.ค. ตัวเลขดีมาก อัตราผิดนัดชำระหนี้ต่ำ ซึ่งอาจเป็นตัวเลขที่ดีที่สุดตั้งแต่เราเคยเห็นมา แม้แนวโน้มการเติบโตจะเป็นไปในทิศทางที่ดี แต่เรายังคงความระมัดระวัง และมั่นใจว่าปีนี้จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้” นายระเฑียร กล่าว


สำหรับแนวทางการเติบโตในปี 2565 บริษัทจะใช้โมเดลธุรกิจที่แตกต่างไปจากเดิม ธุรกิจบัตรเครดิต ตั้งเป้าหมายยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโต 10% หรือประมาณ 220,000 ล้านบาท เน้นขยายฐานบัตรร่วมกับพันธมิตรรายใหญ่ ทั้งออกผลิตภัณฑ์ใหม่ พัฒนาปรับปรุงบัตรเครดิตร่วม (Co-brand) ให้มีสิทธิประโยชน์ตรงใจ เพื่อผูกใจสมาชิกบัตรในระยะยาว


ขณะที่ธุรกิจสินเชื่อบุคคล บริษัทตั้งเป้าหมายเติบโตที่ 7% โดยจะมุ่งขยายฐานสมาชิกใหม่เจาะกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพ นำเสนอบัตรกดเงินสด เคทีซีพราว (KTC PROUD) แก่กลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ประจำและมีฐานรายได้ที่สูงขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าหมายมียอดลูกหนี้สินเชื่อพี่เบิ้มและกรุงไทยลีสซิ่งอยู่ที่ 11,500 ล้านบาท ผ่านความร่วมมือกับเครือข่ายของธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศกว่า 900 สาขา โดยรักษาคุณภาพรวมของพอร์ตในระดับเดิม ทั้งนี้ การดำเนินงานตามแผนธุรกิจในปีนี้จะมีค่าใช้จ่ายเชิงกลยุทธ์ในด้านการตลาดให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้ได้มาซึ่งส่วนแบ่งตลาดที่สูงขึ้น ส่วน NPL บริษัทจะพยายามควบคุมให้ไม่เกิน 3.6%


นอกจากสินเชื่อพี่เบิ้มจะช่วยผลักดันให้พอร์ตสินเชื่อของบริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดดแล้ว ยังมีอีกธุรกิจที่จะเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนบริษัทให้สามารถสร้าง New S Curve และมีรายได้เติบโตอย่างยั่งยืน คือ แพลทฟอร์ม MAAI BY KTC ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ให้บริการกับพันธมิตรธุรกิจที่มีความต้องการใช้ Loyalty program ในลักษณะครบวงจร โดยมีทั้งระบบบริหารจัดการสมาชิก (Membership Management ) ระบบบริหารจัดการคะแนน (Point System Management ) และระบบบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ในรูปแบบคูปองอิเล็กทรอนิก (e-Coupon Management)


สำหรับผลประกอบการในปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 5,878.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 5,332.86 ล้านบาท ซึ่งการเติบโตของกำไรเป็นผลมาจากเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับรวมอยู่ที่ 92,636 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% จากปีก่อน ขณะที่ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรมีจำนวน 195,727 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยที่ 0.7% จากปีก่อน และมีรายได้รวมลดลง 2.8% จากปีก่อน จากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง แต่ก็สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายรวมให้ลดลง 7.8% จากปีก่อน โดยต้นทุนทางการเงินและผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 7.7% และ 17.4% ตามลำดับ นอกจากนี้รายได้หนี้สูญ ได้รับคืนเพิ่มขึ้น 4.7% อัตราส่วน NPL รวมลดลงเป็น 3.6% จากไตรมาส 3/64 ที่อยู่ที่ 3.8% จากการบริหารพอร์ตลูกหนี้ให้มีคุณภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง

ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Fun of Funds
“BLUEBELL” ส่องทิศทางลงทุนโค้งสุดท้ายปี 2026... แนะกลยุทธ์ “Barbell” จัดพอร์ตสร้าง “สมดุล” ฝ่าตลาดผันผวน !!!
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
สรุปประเด็นสำคัญการประชุม IMF ฉบับ "แล้วคนไทยทำไงดี?"
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
เกิดอะไรขึ้นกับฝรั่งเศส? สรุปปัญหาเรื้อรังที่ลุกลามจนกลายเป็นประท้วงเดือด
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
Banking
“กรุงศรี คอนซูมเมอร์” ชี้ตลาดบัตรเครดิตปี 69 เหมือน ‘รถไฟเหาะ’ คาดทั้งปีโต 2-3% หากผลกระทบน้ำท่วมไม่รุนแรง
เมื่อ 15 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
SUPER ลุย COD วินด์ฟาร์มเวียดนาม “Bac Lieu Phase III” เฟสแรก 99 MW หนุนพอร์ตพลังงานสะอาดพุ่งแตะ 1,496.92 MW
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us