TTB ประกาศแผนปี 2565 เร่งปรับโครงสร้างธุรกิจ-เพิ่มศักยภาพด้านดิจิทัล ต่อยอดการเติบโต
ภายหลังการรวมกิจการระหว่างธนาคารธนชาตและธนาคารทหารไทย จนกลายเป็น “ธนาคารทหารไทยธนชาต” หรือ TTB อย่างสมบูรณ์ในเดือนก.ค. 2564 ที่ผ่านมา ช่วยสร้างความแข็งแกร่งด้านการดำเนินงาน การบริหารจัดการต้นทุน รวมไปถึงเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น สำหรับปี 2565 TTB จะขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แนวคิด ‘The Bank of Financial Well-being’ เดินหน้าสู่การเป็นธนาคารที่เป็นผู้นำด้านการสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับคนไทย โดยเร่งปรับโครงสร้างธุรกิจ จับมือพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ และเพิ่มศักยภาพด้านดิจิทัล เพื่อต่อยอดการเติบโตและสร้างประโยชน์ให้กับลูกค้าอย่างแท้จริง
นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB กล่าวว่า ในปี 2565 ธนาคารเดินหน้าต่อยอดกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจ ภายใต้แนวคิด ‘The Bank of Financial Well-being’ โดยจะเสริมความสามารถในด้านต่าง ๆ ทั้งการปรับโครงสร้างธุรกิจ รวมถึงการเร่งเพิ่มศักยภาพด้านดิจิทัล เพื่อยกระดับการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองต่อความต้องการได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ตอกย้ำการเป็นธนาคารที่จะสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีให้กับคนไทยทั้งในวันนี้ และอนาคต
“กระแสตอบรับจากลูกค้าและสังคมที่มีต่อธนาคารเริ่มเด่นชัดมากขึ้นเรื่อย ๆ จากความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ เช่น บัญชี ttb all free ที่เพิ่มความคุ้มครองด้านการประกันชีวิตและอุบัติเหตุฟรี ช่วยให้ลูกค้ากว่า 1.9 ล้านราย มีความคุ้มครองพื้นฐานโดยไม่เสียเงินและส่งผลให้ธนาคารมียอดเงินฝากจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เติบโตสูงถึง 15% บัญชีเงินฝากประจำ ttb up and up ที่มอบอิสระทางการเงินให้ถอนได้ก่อนกำหนด โดยไม่ถูกลดดอกเบี้ย ตอบโจทย์การออมของลูกค้าที่ต้องการดอกเบี้ยสูง มีลูกค้าเปิดใช้บัญชีเพิ่มขึ้นถึง 120,000 ราย ผลิตภัณฑ์การลงทุน ttb smart port สามารถทำยอด IPO สูงสุดในประวัติศาสตร์ ด้วยยอดขายในสัปดาห์แรกกว่า 1 หมื่นล้านบาท และเติบโตเป็น 2 เท่า ภายในเวลา 6 เดือน รวมถึงบัตรเครดิต ttb reserve ที่มุ่งเน้นเรื่องความคุ้มค่าและการต่อยอดด้านการเงินและการลงทุนผ่านคะแนนสะสม มีผลตอบรับการถือบัตรจากลูกค้ากลุ่มที่มีความมั่งคั่งสูงของธนาคารกว่า 60% ภายในเวลาเพียง 6 เดือน ตลอดจนการเข้าไปช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 รวมกว่า 750,000 ราย นอกจากนี้ ธนาคารได้ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทยและสมาคมธนาคารไทยในการผลักดันโครงการพักทรัพย์พักหนี้ และการรวมหนี้ (Debt Consolidation) เพื่อให้กลุ่มธุรกิจ เช่น โรงแรม และภาคประชน สามารถผ่านวิกฤตไปได้ ซึ่งจากผลตอบรับดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันว่าเราได้เดินมาถูกทาง และเราจะยังคงเดินหน้านำเสนอโซลูชันทางการเงินที่มีประโยชน์และตอบโจทย์ลูกค้าในทุกช่วงชีวิตต่อไป”
นอกจากนี้ เมื่อปลายปี 2564 ทีเอ็มบีธนชาตได้เข้าซื้อหุ้น 10% ในบริษัท ธนชาตประกันภัย และบริษัทหลักทรัพย์ธนชาต สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านประกันและการลงทุน สร้างทางเลือกที่หลากหลายให้กับลูกค้า รวมไปถึงการที่ ttb broker ซึ่งเป็นบริษัทลูกของธนาคารได้ขยายเครือข่ายพันธมิตรบริษัทประกันภัยรวมกว่า 20 บริษัท เพื่อให้มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและคุ้มครองความเสี่ยงให้กับลูกค้าของธนาคารได้ครบทุกรูปแบบในราคาที่เหมาะสม
ล่าสุด ธนาคารได้วางแผนจัดตั้งบริษัทใหม่ คือ ttb consumer เพื่อเพิ่มศักยภาพการนำเสนอบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลที่ครบวงจร และการเข้าถึงลูกค้าได้ในวงกว้าง พร้อมนำเสนอและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น ทั้งยังสามารถร่วมมือกับพันธมิตรรายใหม่ ๆ เพื่อสร้างสิทธิประโยชน์ให้ลูกค้าได้หลากหลายขึ้น โดยธนาคารได้วางเป้าหมายว่า ttb consumer จะสามารถก้าวขึ้นติดอันดับหนึ่งในสี่ของธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล
พร้อมกันนี้ ธนาคารยังมีการปรับโครงสร้างภายใน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถทางด้านดิจิทัล ภายใต้แนวคิด Humanized Digital Banking หรือ ดิจิทัลแบงก์กิ้งที่เป็นมิตรและรู้ใจ เพื่อพัฒนาดิจิทัลโชลูชันที่ตอบโจทย์ ตรงใจ ใช้ง่าย และมีประโยชน์ต่อลูกค้า ดังนั้น ธนาคารจึงได้จัดตั้ง ‘ttb spark’ ทีมงานที่มีเป้าหมายในการสร้างสรรค์ไอเดียและพัฒนาดิจิทัลโซลูชันโดยเฉพาะ ซึ่งได้แยกโครงสร้างการทำงานออกมาอย่างชัดเจนเพื่อเพิ่มความคล่องตัว พร้อมส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ช่วยให้ลูกค้ามีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น และยังสามารถต่อยอดไปได้ทั้งระบบ เช่น Ecosystem ของรถยนต์ ที่ประกอบด้วยผู้ใช้ ผู้ขาย และผู้ให้บริการต่าง ๆ ที่จะได้รับโซลูชันทางการเงินที่ช่วยให้ชีวิตหรือธุรกิจดีขึ้นได้
