กรุงศรี คอนซูมเมอร์ คุมเข้มสินเชื่อ-ชูดิจิทัล หนุนโตฝ่าวิกฤติ
การระบาดของ Covid-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง การล็อกดาวน์ในช่วงที่ผ่านมานอกจากจะส่งผลกระทบต่อห้างสรรพสินค้า ร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ แล้ว ยังส่งผลกระทบต่อธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลด้วย เนื่องจากผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย รวมถึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ทำให้ปริมาณการใช้จ่ายหน้าร้านค้าลดลง ผู้ประกอบการจึงต้องปรับแนวทางการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับพฤติผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
โดย “ณญาณี เผือกขำ ประธานกรรมการ” กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้ให้บริการด้านบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งประกอบด้วย บัตรเครดิตกรุงศรี, บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์, บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน และบัตรเครดิตเทสโก้ โลตัส วีซ่า กล่าวว่า วิกฤติ Covid-19 ที่เกิดขึ้น นอกจากจะกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจ ยังส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ทุกวัยเริ่มคุ้นชินกับความสะดวกสบายที่ได้จากบริการออนไลน์ แม้คลายล็อคดาวน์แล้ว บริการเหล่านี้ก็ยังเป็นที่นิยม เช่น หมวดช้อปออนไลน์, สินค้าตกแต่งบ้าน, บริการสั่งอาหาร, สตรีมมิ่งและบันเทิงออนไลน์ ขณะที่บางหมวด หลังคลายล็อคดาวน์ ก็เริ่มมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เช่น หมวดโรงแรมในประเทศ, หมวดร้านอาหาร, ห้างสรรพสินค้า, แฟชั่น, ความงามและเครื่องสำอาง ทั้งนี้ หมวดที่ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก โดยยังมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา คือ หมวดประกันภัย และซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่ยังคงเป็นหมวดใช้จ่ายผ่านบัตรที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ
คุมเข้มสินเชื่อใหม่ เน้นดิจิทัลลดต้นทุนค่าใช้จ่าย
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3/63 กรุงศรี คอนซูมเมอร์ มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 196,000 ล้านบาท ยอดสินเชื่อใหม่ 58,000 ล้านบาท และยอดสินเชื่อคงค้าง 133,000 ล้านบาท โดยอัตราการเติบโตยังติดลบเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4/63 คาดว่ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรจะเติบโต 25% เทียบกับไตรมาสที่ 3/63 และคาดว่าตลอดทั้งปี 2563 จะมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรราว 280,000 ล้านบาท ติดลบ 11% จากปีก่อน ยอดสินเชื่อใหม่ 83,000 ล้านบาท ติดลบ 13-15% จากปีก่อน และยอดสินเชื่อคงค้าง 144,000 ล้านบาท ติดลบประมาณ 3% จากปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ทำให้บริษัทต้องเพิ่มความระมัดระวัง และปล่อยสินเชื่อใหม่ด้วยความรัดกุมมากขึ้น ทำให้คาดว่าสิ้นปี 2563 ยอดสมัครบัตรใหม่จะอยู่ที่ราว 500,000 บัญชี ติดลบ 44% จากปีก่อน โดยลูกค้าใหม่จะเน้นกลุ่มที่มีความสามารถในการใช้จ่ายและผ่อนชำระหนี้เป็นหลัก
นอกจากนี้บริษัทจะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น บริการส่งใบเรียกเก็บเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-billing), การใช้ระบบดิจิทัล เวิร์คโฟลว์ และการนำหุ่นยนต์มาใช้ รวมถึง บริการใหม่ๆ ในแอปพลิเคชั่นยูชูส (UCHOOSE) เช่น U Manage, U Product, UMall และ UCard ซึ่งมีกำหนดจะเปิดให้บริการในไตรมาส 4/63 นี้
ทั้งปีหนี้เสียไม่เกิน 2.25% พร้อมยืดระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 96 เดือน
ด้านสถานการณ์หนี้เสีย (NPL) ปรับตัวเพิ่มขึ้นแต่ไม่ได้สูงกว่าที่คาดการณ์ โดยไตรมาส 3/63 กรุงศรี คอนซูมเมอร์ มีหนี้เสียอยู่ที่ระดับ 2.25% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดือนก.พ. ซึ่งยังไม่เกิดการระบาดของ Covid-19 ที่ระดับ 2.14% และคาดว่าสิ้นปีนี้หนี้เสียจะทรงตัวไม่เกิน 2.25%
นอกจากการบริหารจัดการคุณภาพลูกหนี้อย่างเข้มงวดแล้ว บริษัทยังมีมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 ทั้ง โครงการพักชำระหนี้ ซึ่งปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมโครงการประมาณ 1 ล้านคน, โครงการรีไฟแนนซ์ ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมโครงการ 93,000 บัญชี หรือคิดเป็นมูลค่า 4,000 ล้านบาท, การปรับอัตราดอกเบี้ย และยืดระยะเวลาผ่อนชำระ ที่ล่าสุดขยายระยะเวลาได้สูงสุด 96 เดือน โดยปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมโครงการ 32,400 ราย หรือคิดเป็นยอดสินเชื่อคงค้าง 2,500 ล้านบาท
