“กองทุนน้ำมัน” ปีนี้แรงตาม “น้ำมันโลก” “เขียวยกแผง” โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +53.58%... “I-OIL” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +66.43% แนะมีไว้ “กระจายความเสี่ยง” 3-5% ของพอร์ต !!!
สาระ Fund วันละนิด: รู้หรือไม่?...แม้สัญญาณ “สงครามยุติ” จะทำราคา “น้ำมัน” (WTI) ดิ่งลงมาต่ำกว่า 80 ดอลลาร์/บาเรลแล้วก็ตาม แต่ปีนี้ยังบวกแรงกว่า +30% อยู่นั่นเอง
จึงไม่น่าแปลกใจว่า ผลงาน “กองทุนน้ำมัน” ปีนี้จะดีตาม “น้ำมันโลก” ที่ปรับตัวขึ้นแรงเช่นกัน
โดย “เขียวยกแผง” ทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย +53.58% เลยทีเดียว !!!
อย่างไรก็ตาม แม้ “สงครามจะยุติลง” ก็ตาม แต่ตลาดคาดว่าราคาจะยังคงทรงตังในระดับสูงกว่าก่อนเกิดสงคราม เฉลี่ยอยู่ที่ 80 – 89 ดอลลาร์/บาเรล
สำหรับผลงาน “กองทุนน้ำมัน” ปีนี้ เป็นยังไงบ้างนั้น ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ สรุปมาให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย

“กองทุนน้ำมัน” ปีนี้ “เขียวยกแผง” ผลงาน “สุดปัง” เฉลี่ย +53.58%...“I-OIL” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +66.43%
จากการสำรวจผลงานของ “กองทุนน้ำมัน” ปีนี้ (ณ วันที่ 16 มิ.ย. 26) พบว่า มีกองทุนทั้งหมด 8 กอง “เขียวยกแผง” ผลตอบแทน “พุ่งตามน้ำมันโลก” เฉลี่ย +53.58% (ดีสุด +66.43%, แย่สุด +45.65%) นำมาโดย
1) “I-OIL” ของบลจ.เอ็มเอฟซี +66.43%
2) “ES-OIL” ของบลจ.อีสท์สปริง +59.34%
3) “KT-OIL” ของบลจ.กรุงไทย +55.7%
4) “SCBOIL” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +53.33%
5) “TISCOOIL” ของบลจ.ทิสโก้ +52.74%
6) “K-OIL” ของบลจ.กสิกรไทย +49.65%
7) “ASP-OIL” ของบลจ.แอสเซท พลัส +47.88%
8) “KF-OIL” ของบลจ.กรุงศรี +45.65%

“น้ำมัน” ย่อแต่ยังทรงตัวสูง...แนะเป็นสินทรัพย์ “กระจายความเสี่ยง” ในพอร์ต 3 – 5%
สำหรับ “น้ำมัน” (WTI) ในปีนี้ปรับตัวขึ้นไม่ได้มาจากฝั่งความต้องการใช้ (Demand) ที่เติบโตอย่างรุนแรง แต่เกิดจาก "วิกฤตฝั่งอุปทาน” เป็นหลัก ทำให้ราคาน้ำมัน (WTI) พุ่งขึ้นจากระดับต่ำสุดต้นปีที่ใกล้ 56 ดอลลาร์/บาร์เรล ขึ้นไปสูงทะลุ 110 ดอลลาร์/บาเรล ช่วงเดือนเม.ย.26 และล่าสุดได้ปรับตัวลงมาต่ำกว่าระดับ 80 ดอลลาร์/บาเรล อีกครั้ง หลัง “สงคราม” ตะวันออกกลางส่อยุติ เมื่อ “สหรัฐ” กับ “อิหร่าน” เซ็นต์ MOU หยุดยิงเรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงจับตาใกล้ชิด เพราะ “สงคราม” พร้อมจะกลับมาปะทุได้ทุกเมื่อ หากดีลไม่เป็นผล ทั้งจาก “อิสลาเอล” หรือฝั่ง “สหรัฐ” และ “อิหร่าน” เอง
“ที่สำคัญ ตลาดมองว่า แม้สงครามจะยุติลงจริง แต่ราคาน้ำมัน (WTI) จะยังทรงตัวสูงกว่าช่วงก่อนเริ่มสงคราม โดยคาดว่าจะเฉลี่ยที่ 80 – 89 ดอลลาร์/บาเรล”
เนื่องจากน้ำมันเป็น “สินค้าโภคภัณฑ์” (Commodity) ที่ไม่มีการจ่ายเงินปันผล มีความผันผวนสูงมาก และขับเคลื่อนด้วยปัจจัยที่คาดเดาได้ยาก (Geopolitics) สถาบันการเงินส่วนใหญ่จึงแนะนำให้จัดน้ำมันอยู่ในกลุ่ม "สินทรัพย์ทางเลือก” (Alternative Assets)
สำหรับนักลงทุนที่สนใจลงทุน “กองทุนน้ำมัน” หากมีกำไรแล้ว ก็ควรทยอยขายทำกำไรบ้าง โดยพอร์ตการลงทุนทั่วไป แนะนำให้มีเพียง 3-5% ของพอร์ตการลงทุนรวม และไม่ควรเกิน 10% แม้ในสภาวะที่ตลาดน้ำมันเป็นขาขึ้นแรงก็ตาม เพื่อเป็นการ “กระจายความเสี่ยง” ให้พอร์ตการลงทุนเท่านั้น
ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจในลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
