Bitcoin พุ่งเกิน 4 หมื่นเหรียญฯ โบรกฯ ชี้ มีโอกาสได้ไปต่ออีก จับตา! ปลุกหุ้นอิงคริปโตฯ คืนชีพ
ราคา Bitcoin ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง ดังนั้นในแวดวงของหุ้นก็จะมีบริษัทที่ลงทุนในกลุ่มดังกล่าว ที่มักได้ผลดีเมื่อราคา Bitcoin ปรับตัวเพิ่มขึ้น
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มีความเห็นว่า ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นทะลุระดับ 40,000 ดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน พ.ค. 2565
โดยได้แรงหนุนจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ย และคาดว่าอุปสงค์ Bitcoin จะพุ่งขึ้นขานรับแนวโน้มการจัดตั้ง Spot Bitcoin ETF เป็นครั้งแรกในสหรัฐฯ และมองว่าราคา Bitcoin มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก
ทั้งนี้ TTA มีการลงทุนในสินทรัพย์ดังกล่าว โดยนักวิเคราะห์ค่ายเดียวกันระบุว่า TTA มีเงินลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ต้นทุนสิ้นไตรมาส 3/66 อยู่ที่ 2,629 ล้านบาท โดยบริษัทเข้าซื้อ 2 ช่วงคือไตรมาส 3/65 และไตรมาส 1/66
หากอิงการให้ข้อมูลของบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลที่เข้าลงทุนเป็นกลุ่มที่มีความน่าเชื่อถือสูงคาดว่า จะถือ Bitcoin เป็นหลัก ซึ่งต้นทุนในช่วงที่เข้าซื้อคาดว่าจะอยู่ในกรอบ 20,000-25,000 ดอลลาร์สหรัฐ/BTC
อีกทั้งถ้าอิงราคา Bitcoin ในไตรมาส 4/66 ที่ปรับตัวขึ้น 45% (นับจากต้นไตรมาสถึงปัจจุบัน) ถ้า TTA มีการขายออก คาดว่าจะมีกำไรราว 1,180 ล้านบาท หรือ 0.65 บาท/หุ้น แต่ถ้าไม่ขายจะยังไม่มีการบันทึกกำไร เพราะ TTA บันทึกเท่ากับราคาทุนที่ซื้อไว้แล้ว เพราะฉะนั้นสินทรัพย์ดิจิทัลที่สะท้อนในมูลค่าทางบัญชีของ TTA จึงต่ำกว่าความเป็นจริง
ดังนั้นหากอิงมูลค่าตามราคาตลาดที่สามารถประเมินได้ รวมกับสินทรัพย์ดิจิทัลจะได้มูลค่าสินทรัพย์ตามราคาตลาดขั้นต่ำที่ 14,127 ล้านบาท หรือ 7.75 บาท/หุ้น
และหากอิงมูลค่าตามราคาตลาดที่สามารถประเมินได้รวมกับสินทรัพย์ดิจิทัลที่ราคาปัจจุบัน จะได้มูลค่าสินทรัพย์ตามราคาตลาดขั้นต่ำที่ 15,310 ล้านบาท หรือ 8.40 บาท/หุ้น
อย่างไรก็ตาม Wealthy Thai ได้รวบรวมหุ้นที่ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มเติม ประกอบด้วย บริษัท จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ JTS, บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BROOK และบริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ZIGA เป็นต้น
