Official Update :

Mt. Gox ส่งผลกระทบหนัก ! Bitcoin ร่วงทะลุ 60,000 ดอลลาร์ เตรียมรับแรงขายจากการชำระหนี้

จากข่าวการชำระหนี้ของ Mt. Gox ที่จะเริ่มในเดือนกรกฎาคม 2567 นี้ ซึ่งจะคืนเงินให้กับเจ้าหนี้มูลค่ารวม 9,000 ล้านดอลลาร์ ในรูปของ Bitcoin (BTC) และ Bitcoin Cash (BCH) แก่เจ้าหนี้ประมาณ 127,000 ราย คาดว่าอาจเกิดแรงขายจากเจ้าหนี้ที่ได้รับชำระเหรียญคืน ทำให้ราคาของ Bitcoin ร่วงลงทันที เกือบ 6% ต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกในรอบเกือบสองเดือน


ย้อนประวัติ Mt.Gox ผลกระทบที่ยังคงยืดเยื้อ

Mt.Gox เคยเป็นเว็บเทรดคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ในปี 2014 ถูกโจมตีและสูญเสีย Bitcoin กว่า 850,000 BTC มูลค่าประมาณ 5.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำให้ต้องยื่นล้มละลายและระงับการถอนเงิน ส่งผลให้นักลงทุนจำนวนมากเสียหาย เรื่องนี้ยังคงยืดเยื้อมากว่า 10 ปี โดยมีลูกหนี้รอคอยเงินคืนมูลค่ารวม 9.4 พันล้านดอลลาร์ ล่าสุด Mt.Gox จะเริ่มชำระหนี้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 นี้ โดยมีการเคลื่อนย้าย Bitcoin 141,686 BTC ไปยังกระเป๋าใบใหม่ ส่งผลให้ราคาของ Bitcoin ลดลงกว่า 2.32% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา


มุมมองนักวิเคราะห์ต่อสถานการณ์ตลาด

เริ่มจาก Eric Balchunas นักวิเคราะห์ ETF จาก Bloomberg คาดว่าราคา Bitcoin มีความเสี่ยงที่จะร่วงลงต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์ เนื่องจากแรงกดดันจากการชำระคืนของ Mt. Gox และการขาย Bitcoin ที่ยึดมาได้ของรัฐบาลเยอรมัน


ขณะที่ Willy Woo นักวิเคราะห์ชื่อดังที่มีผู้ติดตามมากว่า 1 ล้านคน กล่าวว่า Bitcoin อาจปรับฐานนานถึง 4 สัปดาห์ก่อนจะกลับมาฟื้นตัว แม้นักลงทุนจะกลัว แต่ตัวชี้วัดบ่งบอกว่ายังไม่ใช่ตลาดหมี นี่ถือเป็นโอกาสที่ดีในการซื้อ และ Cryptomind Advisory บริษัทให้คำปรึกษาในด้านสินทรัพย์ดิจิทัล วิเคราะห์ตลาดคริปโตครึ่งปีหลัง 2024 โดยประเมินว่า Bitcoin จะเคลื่อนไหวในกรอบ Sideway มีแนวรับสำคัญที่ $60,000 หากไม่มีปัจจัยรุนแรง แต่ถ้ามีเหตุการณ์สำคัญ เช่น สงคราม หรือ ธนาคารกลางสหรัฐฯไม่ลดดอกเบี้ย ราคาอาจหลุดต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์ โดยมีแนวรับถัดไปที่ 52,000 และ 44,000 แนะนำถือ Stablecoin เพิ่มสภาพคล่อง


รูปแบบทางเทคนิคที่นักลงทุนต้องระวัง

Markus Thielen ผู้ก่อตั้ง 10x Research กล่าวว่า กราฟ Bitcoin กำลังสร้างรูปแบบ double top ซึ่งเป็นสัญญาณตลาดขาลงทางเทคนิค โดยเตือนว่าราคาของ Bitcoin อาจปรับฐานลงไปถึงระดับ 50,000-45,000 ดอลลาร์
 
อย่างไรก็ตาม Thielen ยังเชื่อมั่นว่าสถานการณ์จะกลับไปดีขึ้นในช่วงหลังของปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเลือกตั้งสหรัฐฯ และตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค ที่จะช่วยทำให้ราคา Bitcoin กลับตัวมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง

ที่มา : siamblockchain, Bloomberg, investing