ก.ล.ต.ย้ำเกณฑ์คุมเข้มคริปโตฯ เพื่อหวังคุ้มครองผู้ลงทุน
หลังจากที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีมติเห็นชอบ เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 11) ซึ่งได้ลงราชกิจจานุเบกษาและมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป โดยไม่มีผลย้อนหลัง ประกาศดังกล่าวห้ามศูนย์ซื้อขายให้บริการ “Utility Token พร้อมใช้” หรือคริปโทเคอร์เรนซี ที่มีลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ มาซื้อขายในศูนย์ซื้อขาย ได้แก่ 1.ไม่มีวัตถุประสงค์หรือสาระชัดเจนหรือไม่มีสิ่งใดรองรับโดยมีราคาขึ้นอยู่กับกระแสในโลกโซเชียล (Meme Token)
2.เกิดจากกระแสความชื่นชอบส่วนบุคคล (Fan Token) 3.โทเคนดิจิทัลที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีมาใช้แสดงความเป็นเจ้าของหรือให้สิทธิในสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือที่เฉพาะเจาะจง โดยไม่สามารถใช้โทเคนดิจิทัลประเภทและชนิดเดียวกัน และจำนวนเท่ากันแทนกันได้ (Non-Fungible Token : NFT) 4.โทเคนดิจิทัลที่ออกโดยศูนย์ซื้อขายเองหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ซื้อขายเพื่อวัตถุประสงค์ ในการใช้ประโยชน์สำหรับธุรกรรมที่เกิดขึ้นบนบล็อกเชน (blockchain)
ซึ่งทาง ก.ล.ต. ยืนยังว่าเกณฑ์ดังกล่าวเป็นการออกมาเพื่อคุ้มครองผู้ซื้อขาย แต่อย่างไรก็ตามยังเป็นข้อกังขาที่กระแสสังคมยังมีข้อสงสัยว่าทำไมกฎเกณฑ์ดังกล่าวถึงไม่ทำประชาพิจารณ์ให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือผู้มีส่วนได้เสียได้รับทราบกฎเกณฑ์เสียก่อนที่จะประกาศหลักเกณฑ์ดังกล่าว
โดยนางรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ ก.ล.ต. ให้เหตุผลว่า การออกประกาศดังกล่าว ก.ล.ต.ได้ให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองผู้ซื้อขายเป็นหลัก ทั้งผู้ซื้อขายรายเดิมและผู้ซื้อขายรายใหม่ โดยจะเห็นได้ว่าในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ราคาคริปโทเคอร์เรนซีมีความผันผวนค่อนข้างมาก จงมีความจำเป็นที่จะต้องมีเกณฑ์คุ้มครองทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย
ขณะที่ นางจารุพรรณ อินทรรุ่ง ผู้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต. (สายธุรกิจดัวกลางและตลาด) เปิเผยว่า ก.ล.ต. พิจารณาแล้วว่า 4 เหรียญดังกล่าวนี้มีโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงสูง และกระทบกับผู้ลงทุน เราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องออกเกณฑ์ดังกล่าวนี้มา เพื่อคุ้มครองผู้ลงทุน
ยกตัวอย่างเช่นเหรียญ Fan Token เหรียญที่เกิดจากระแสความชื่นชอบส่วนบุคคล เนื่องจากการให้ราคาของเหรียญจะขึ้นอยู่กับความชื่นชอบ ความรู้สึกที่มีต่อเหรียญนั้น ราคาจึงมีความผันผวนและมีการเก็งกำไรสูง รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหรียญโดยตรงก็อาจจะมีข้อมูลภายในที่มากกว่าคนอื่น อาจนำไปสู่การเอาข้อมูลตรงนั้นมาใช้ประโยชน์ในการซื้อขาย และเอาเปรียบผู้ซื้อขายคนอื่นได้
ทั้งนี้ ทางก.ล.ต. อนุญาตให้ออกและเสนอขายได้ ในกรณีที่เหรียญเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เช่น Meme Token ก็จะมีการพิจารณาจากไวท์เปเปอร์ (White paper) ของเหรียญ ว่ามีวัตถุประสงค์ หรือสาระชัดเจนหรือไม่ ส่วน Fan Token และ NFTแม้ว่าจะไม่อนุญาติให้นำมาซื้อขายบน Exchange แต่ก็มีเว็บไซต์อื่นที่รองรับการซื้อขายโดยเฉพาะ ผู้ลงทุนยังสามารถซื้อขายได้
ด้านนายธวัชชัย พิทยโสภณ ผู้ช่วยเลขธิการก.ล.ต.(สายกฎหมาย) ระบุว่า ปัจจุบันในประเทศไทยมีผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ประเภทนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และดีลเลอร์สินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งได้รับใบอนุญาตจากก.ล.ต.แล้ว สามารถให้บริการทำธุรกรรมซื้อขายเหรียญที่ถูกห้ามนอกตลาดได้ แต่หากมีผู้ที่ไม่ได้รับการอนุญาตมาดำเนินธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย ก็จะถือว่าผิดกฎหมาย
