Official Update :

WHA เล็งออกเหรียญ Token ใช้ในธุรกิจนิคมฯ-โรงไฟฟ้า

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาออกเหรียญ Token เนื่องจาก บริษัทมีสินทรัพย์ที่หลากหลาย มีรายได้ประจำ โดยอาจจะออก Token ที่สามารถใช้ในกลุ่มธุรกิจของบริษัท แต่ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา


ขณะที่ความคืบหน้า M&A โซลาฟาร์มในเวียดนาม ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเจรจา คาดจะมีความชัดเจนเร็วๆนี้ ส่วนแผนการขายธุรกิจ data center ปัจจุบันมี 4 แห่ง มีแผนขาย 2 แห่ง โดยปัจจุบันได้รับการติดต่อมาหลายราย โดยจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบอีกครั้งภายหลัง


ทั้งนี้ดีล M&A ยังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่บริษัทจะมองหาดีลที่เหมาะสม ทั้งในประเทศละต่างประเทศ ขณะที่การขยายลงทุนไปยังธุรกิจ Health Care คาดเห็นถาพชัดภาพชัดเจนภายในครึ่งปีหลัง


นอกจากนี้การประกาศสนับสนุน EV ของรัฐบาล ถือเป็นปัจจัยบวกต่อบริษัท เนื่องจากกลุ่มออโต้ ถือเป็นกลุ่มที่ใหญ่ของ WHA โดยมีหลายบริษัทเตรียมไลน์ผลิตเรื่อง EV อีกด้วย จึงถือเป็นประเด็นบวกต่อบริษัท


สำหรับภาพรวมธุรกิจในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มการเติบโตที่สดใสขึ้น จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการผลิตและการลงทุนจากต่างประเทศจะเริ่มส่งสัญญาณที่ชัดเจนขึ้น ตามแผนการผลิตและกระจายวัคซีนของประเทศไทย และประเทศต่างๆ ทั่วโลก บริษัทจึงคงเป้ายอดขายที่ดินในประเทศไทยสำหรับปี 2564 ไว้ที่จำนวน 725 ไร่


อีกทั้งยังมีการพัฒนานิคมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าในปีนี้จะเปิดตัวนิคมใหม่เพิ่มอีกอย่างน้อย 3 แห่ง จากในช่วงก่อนนี้ได้มีการเปิดดำเนินการนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 รองรับการลงทุนของนักลงทุนสนใจทั้งไทย และต่างชาติ รวมทั้งการเปิดให้เช่าพื้นที่ภายใน TusPark WHA ศูนย์บ่มเพาะนวัตกรรมแห่งใหม่ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา


ขณะที่การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในเวียดนามนั้น บริษัทฯ อยู่ระหว่างการเร่งทำยอดขาย พร้อมกับการก่อสร้างในส่วนจองเฟส 1 และส่วนที่เหลือเพื่อให้เป็นไปตามเป้ายอดขายที่ดินในเวียดนามสำหรับปีนี้จำนวน 305 ไร่ พร้อมกับการวาง Master Plan เพื่อพัฒนาพื้นที่สำหรับเฟส 2 และเฟส 3 ที่คิดเป็นพื้นที่รวมเพิ่มเติมอีก 4,700 ไร่ รวมถึงการดำเนินการเพื่อขอใบอนุญาตและการอนุมัติโครงการเพื่อพัฒนาเขตอุตสาหกรรมอีก 2 แห่งในจังหวัดถั่งหัว (Thanh Hoa) บนพื้นที่รวมกว่า 7,500 ไร่ที่ยังคงเป็นไปตามแผนงานที่ได้วางไว้


ส่วนธุรกิจโลจิสติกส์ ซึ่งมีคลังสินค้า Built-to-Suit และ Warehouse Farm บริษัทฯ ยังคงเป้าให้บริการพื้นเช่านี้ไว้เท่ากับ 175,000 ตารางเมตร  และการขายทรัพย์สิน และสิทธิการเช่าทรัพย์สินให้กับกองทรัสต์เพิ่มเติมอีกประมาณ 180,000 ตารางเมตร มูลค่าราว 5.5 พันล้านบาทโดยคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ภายในไตรมาส 4/2564 นี้ อีกทั้งยังมีแผนพัฒนาโครงการศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่เพิ่มเติมอีก 5 โครงการบนพื้นที่รวมกว่า 400,000 ตารางเมตร  ภายใต้รูปแบบ “คลังสินค้าอัจฉริยะ” ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า ตลอดจนการนำเสนอ Value-added Services  


และในส่วนของธุรกิจสาธารณูปโภค มีการเติบโตที่มั่นคงมากขึ้นจากยอดการใช้น้ำ และไฟฟ้าภายในนิคมอุตสาหกรรมของกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมที่ทยอยเปิดดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 4/2563 ที่ผ่านมา โดยบริษัทฯ ยังได้พัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม (Value added product) เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันดำเนินการโครงการ Reclamation Plant ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กำลังการผลิต 25,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน


ส่วนธุรกิจไฟฟ้าบริษัทฯ สามารถเซ็นสัญญาโครงการพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาเพิ่มเติมได้อีกกว่า 10 เมกะวัตต์ รวมเป็นการเซ็นสัญญาสะสมจำนวน 61 เมกะวัตต์ และได้เริ่มเปิดดำเนินงานเชิงพาณิชย์ (COD) เพื่อผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับลูกค้าในไตรมาส 1 ปี 2564 รวม 4 เมกะวัตต์ ทำให้ ณ ปัจจุบันบริษัทฯ มีกำลังการผลิตที่เปิดดำเนินการอยู่ที่ 44 เมกะวัตต์  โดยคาดว่าในปีนี้จะสามารถเซ็นสัญญาเพื่อลงทุนผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าได้เพิ่มเติมอีกไม่น้อยกว่า 40 เมกะวัตต์ บริษัทฯ คงเป้าจำนวนการเซ็นสัญญาที่ 90 เมกะวัตต์ ณ สิ้นปี 2564 และเพิ่มเป็น 300 เมกะวัตต์ภายในปี 2566


พร้อมกันนี้ ยังอยู่ระหว่างการขออนุญาตดำเนินการเปิดใช้งานระบบซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (P2P Energy Trading Platform) ภายในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอ ควบคู่ไปกับการเตรียมติดตั้งเพื่อทดสอบระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System) บนโรงกรองน้ำของบริษัทฯ


นอกจากนี้ ธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม บริษัทฯ อยู่ระหว่างการจัดทำแผนการลงทุน 5G Tower ร่วมกับผู้ให้บริการโทรคมนาคมชั้นนำเพื่อติดตั้งและทดสอบการใช้งานจริงของโซลูชัน 5G ภายในเขตนิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอ ควบคู่ไปกับการขยายการให้บริการเชื่อมต่อสื่อสารแบบโครงข่ายสายเคเบิลใยแก้วนำแสง (FTTx) ภายในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั้งหมดให้แล้วเสร็จ ซึ่ง 5G Tower และ FTTx

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”