5 เหตุผลที่นักลงทุนรุ่นใหม่ไม่ควรพลาด ในการลงทุน “Summer Point Token”
เดอะ อิชชูเออร์ จับมือกับ โทเคน เอกซ์ เปิดตัวการลงทุนแบบใหม่ผ่านโทเคนดิจิทัลชื่อ "Summer Point Token" โดยเป็นการลงทุนที่มีอาคารสำนักงาน Summer Point ที่ตั้งอยู่ในทำเลธุรกิจใจกลางสุขุมวิท ใกล้ BTS พระโขนง เป็นสินทรัพย์อ้างอิง ซึ่งผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนทุก 3 เดือนจากรายได้ค่าเช่าสุทธิ พร้อมการทยอยคืนเงินต้น
ซึ่งในโพสต์นี้ Wealthy Thai จะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับ Summer Point Token และสำรวจเหตุผลที่โทเคนดิจิทัลนี้เป็นการลงทุนที่น่าสนใจและเป็นโอกาสที่ไม่ควรพลาดสำหรับนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์รุ่นใหม่ในยุคนี้
Summer Point Token คืออะไร?
Summer Point Token เป็นโทเคนดิจิทัลที่เปิดโอกาสให้คนทั่วไปเข้าถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และให้ผลตอบแทนเทียบเคียงกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยมีอสังหาริมทรัพย์อ้างอิง คือ โครงการ Summer Point บนถนนสุขุมวิท ติดรถไฟฟ้า BTS พระขนง ซึ่งการเสนอขายโทเคนดิจิทัลนี้ได้รับการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) แล้ว โดยมีจำนวนโทเคนดิจิทัลในระบบอยู่ไม่เกิน 900 ล้านโทเคน รวมเป็นมูลค่าไม่เกิน 450 ล้านบาท
ทำไม Summer Point Token ถึงเป็นการลงทุนที่น่าสนใจ?
1.การซื้อโทเคนดิจิทัลที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นสินทรัพย์อ้างอิง ทำให้เข้าถึงการลงทุนได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
โดยปกติแล้ว การลงทุนในอสังหาฯ จะต้องใช้เงินต้นมหาศาล ซึ่งทำให้นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากพลาดโอกาสในการลงทุนไป แต่เพราะการลงทุนในโทเคนดิจิทัลที่มีอสังหาฯ เป็นสินทรัพย์อ้างอิง เช่น Summer Point Token นั้นสามารถลงทุนเป็นหน่วยย่อย อีกทั้ง ราคาเริ่มต้นในการลงทุนก็ไม่สูงมาก จึงเป็นโอกาสที่นักลงทุนหลากหลายประเภทจะได้รับผลตอบแทนจากค่าเช่าสุทธิของอสังหาฯ ในทุกไตรมาส ไม่ว่าจะมีเงินลงทุนน้อยหรือมากก็ตาม
นอกจากนี้ หลังจากที่โทเคนดิจิทัลนี้เข้าจดทะเบียนในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ผู้ลงทุนยังสามารถทำการซื้อขายในตลาดรองได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับพอร์ทโฟลิโอการลงทุนให้ตรงตามความต้องการและความเสี่ยงที่รับได้ ยิ่งไปกว่านั้น การออกโทเคนดิจิทัลนั้นมีการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) และมีการจัดทำสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) ซึ่งทำให้ทุกธุรกรรมสามารถตรวจสอบได้ มีความโปร่งใส ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ
2.โครงการ Summer Point ซึ่งเป็นสินทรัพย์อ้างอิง ของ Summer Point Token อยู่ในทำเลทองซึ่งเป็นที่หมายตาของผู้เช่าและนักลงทุนมากมาย
โครงการ Summer Point ตั้งอยู่ที่จุดตัดระหว่างถนนพระราม 4 และถนนสุขุมวิท ซึ่งอยู่ในเขตที่ถือว่าเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจตามรายงานของบริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยตัวอาคารมีการเดินทางที่สะดวก เพราะอยู่ติดกับรถไฟฟ้า BTS สถานีพระโขนง และอยู่ห่างจากทางขึ้นทางพิเศษฉลองรัชเพียงไม่กี่ร้อยเมตร และยังมีสถานที่สำคัญในบริเวณใกล้เคียงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นไปรษณีย์ไทย สถานีตำรวจ โรงพยาบาลชื่อดัง โรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือศูนย์การค้าชั้นนำ เช่น เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเทอร์มินอล 21 ซึ่งทำเลที่ดีนี้ทำให้โครงการดึงดูดผู้เช่ามากมายจนมีอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยประมาณ 96%
3.โครงการมีการออกแบบที่ทันสมัย พร้อมด้วยพื้นที่ส่วนกลางที่ครบครัน ทําให้ตอบโจทย์ผู้เช่าพักอาศัยทุกกลุ่ม
ทรัพย์สินเป็นอาคารสำนักงานที่โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ทันสมัย ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2563 ประกอบด้วยอาคารสูง 5 ชั้น ชั้นใต้ดิน 2 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยรวมเกือบ 10,000 ตารางเมตร แนวคิดหลักในการพัฒนาโครงการคือการผสมผสาน Work & Play เข้าด้วยกัน สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์การทำงานยุคใหม่แบบ Work-Life Flow โดยมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อทั้งการทำงานและการพักผ่อน พร้อมทั้งมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัยตลอด 24 ชั่วโมง
โดยตัวอาคารได้รับการดูแลและบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง มีการจัดการระบบสาธารณูปโภคที่มีประสิทธิภาพ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้เช่าได้อย่างครบถ้วน จนกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่มองหาพื้นที่สำนักงานที่มีคุณภาพ
4.BC จะเป็นผู้บริหารโครงการ Summer Point เมื่อทำ ICO แล้ว เป็นผู้มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการดูแลอสังหาฯ ชื่อดังมากมายมายาวนาน
บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BC เป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจอสังหาฯ ที่มีโมเดลธุรกิจที่แตกต่างจากบริษัทอื่น ๆ คือเป็นแบบ สร้าง–ดำเนินงาน–ขาย (Build-Operate-Sell หรือ BOS) โดยบริษัทมีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมืออาชีพ ตั้งแต่การทำการตลาดเชิงลึกเพื่อสรรหาผู้เช่า การเจรจาค่าเช่า การประสานงานที่สำคัญกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ตลอดจนการดูแลรักษาและซ่อมบำรุงทรัพย์สินของโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ และมีผลงานที่ประสบความสำเร็จมากมาย เช่น ศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์เรนฮิลส์ (Rain Hill) โครงการซัมเมอร์ฮิลล์ (Summer Hill) หรือซัมเมอร์ฮับ (Summer Hub)
รวมถึงมีโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โครงการสุขุมวิท 5 (โจโน่ เอ็กซ์) โครงการกมลา I (เมอเวนพิค) และ โครงการศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์โคฟฮิลล์ (Cove Hill) ซึ่งการมีบริษัทที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์มากมายมาดูแลโครงการ Summer Point เป็นข้อดีอย่างมากสำหรับนักลงทุน เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงจากการดำเนินงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ และทำให้มั่นใจได้ว่าโครงการจะสามารถสร้างรายได้และผลกำไรที่ดีตอบแทนให้นักลงทุนได้ตลอดระยะเวลาการลงทุน
5.มีศักยภาพในการสร้างรายได้สูง พร้อมการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพทำให้มีผลตอบแทนที่แน่นอนไม่ผันผวน
ผู้เช่าโครงการ Summer Point ในปัจจุบันมาจากหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น สื่อบันเทิงและสื่อโฆษณา (สัดส่วนต่อผู้เช่าทั้งหมด 27.7%) ธุรกิจบริการให้พื้นที่เก็บทรัพย์สิน (20.0%) ธุรกิจสถาบันเสริมความงาม (8.7%) และธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ (4.3%) และ อื่น ๆ ซึ่งบริษัทส่วนใหญ่มีชื่อเสียงที่ดี มีความมั่นคง และมีศักยภาพในการเติบโต จึงช่วยลดความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระค่าเช่า ยกเลิกสัญญาเช่าก่อนกำหนด หรือดำเนินธุรกิจที่ขัดต่อกฎระเบียบและข้อบังคับ นอกจากนี้ กลุ่มผู้เช่าส่วนใหญ่มีความต้องการเช่าพื้นที่ที่สูงขึ้น และมีแนวโน้มพิจารณาต่อสัญญาเช่าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ถือ Summer Point Token ได้ว่าจะได้รับผลตอบแทนตลอดอายุโครงการ
ทั้งนี้ แม้ว่าระยะเวลาสัญญาเช่าของทรัพย์สินของโครงการจะมีลักษณะเป็นสัญญามาตรฐานที่มีอายุของสัญญาไม่เกิน 3 ปี BPKN3 ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ร่วมกับผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ ได้มีการวางแผนบริหารจัดการผู้เช่าล่วงหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องตลอดอายุโครงการโทเคนดิจิทัล
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3BNAZ7f
หรือเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. https://market.sec.or.th/public/ipos/IPOSTD01.aspx?TransID=655028&lang=th
คำเตือน : โทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

