จ่ายแล้ว จ่ายจริง! “FTX” ทยอยคืนเงินลูกค้า ไปแล้วกว่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ จับตาเงินทุนจะไหลเข้าสินทรัพย์ไหน?
FTX ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซีชั้นนำของโลก ได้ล้มละลายในเดือนพฤศจิกายน 2022 หลังมีการบริหารเงินผิดพลาดอย่างร้ายแรง โดยพบว่า FTX ได้โอนเงินของลูกค้าให้กับบริษัทเทรดดิ้งในเครือชื่อ Alameda Research เพื่อนำไปลงทุนในสินทรัพย์ความเสี่ยงสูงและใช้จ่ายส่วนตัว ซึ่งการกระทำดังกล่าวได้ทำให้เกิดช่องโหว่ทางการเงินสูงถึง 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำไปสู่การแห่ถอนเงินจำนวนมหาศาลจนบริษัทไม่สามารถรับมือได้ ทั้งนี้ผู้ก่อตั้ง Sam Bankman-Fried ได้ถูกจับกุมในเวลาต่อมาและถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 25 ปี
ภายใต้การนำของ CEO คนใหม่ John J. Ray III บริษัทได้เริ่มกระบวนการชำระหนี้อย่างเป็นระบบ โดยแผนนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2025 และมีเป้าหมายในการชดใช้เงินให้กับลูกค้าโดยอิงจากมูลค่าเงินดอลลาร์สหรัฐของทรัพย์สินที่ลูกค้าถือครอง ณ เวลาที่ บริษัทยื่นล้มละลาย ทั้งนี้ FTX สามารถกู้คืนทรัพย์สินมาได้ระหว่าง 14.7 ถึง 16.5 พันล้านดอลลาร์ เพื่อใช้ในการชำระคืน โดยลูกค้าที่มีการเรียกร้องไม่เกิน 50,000 ดอลลาร์ จะได้รับเงินคืนเต็มจำนวนพร้อมดอกเบี้ย 9% ส่วนลูกค้าที่มีการเรียกร้องมากกว่านั้นจะได้รับการพิจารณาในขั้นตอนถัดไป
ภายใต้การนำของ CEO คนใหม่ John J. Ray III บริษัทได้เริ่มกระบวนการชำระหนี้อย่างเป็นระบบ โดยแผนนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2025 และมีเป้าหมายในการชดใช้เงินให้กับลูกค้าโดยอิงจากมูลค่าเงินดอลลาร์สหรัฐของทรัพย์สินที่ลูกค้าถือครอง ณ เวลาที่ บริษัทยื่นล้มละลาย ทั้งนี้ FTX สามารถกู้คืนทรัพย์สินมาได้ระหว่าง 14.7 ถึง 16.5 พันล้านดอลลาร์ เพื่อใช้ในการชำระคืน โดยลูกค้าที่มีการเรียกร้องไม่เกิน 50,000 ดอลลาร์ จะได้รับเงินคืนเต็มจำนวนพร้อมดอกเบี้ย 9% ส่วนลูกค้าที่มีการเรียกร้องมากกว่านั้นจะได้รับการพิจารณาในขั้นตอนถัดไป
ซึ่ง ณ วันที่ 30 พฤษภาคม 2025 FTX ได้ชำระเงินเจ้าหนี้ไปแล้วมากกว่า 12 พันล้านดอลลาร์ โดยเฟสแรกที่เริ่มในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 มุ่งเน้นไปที่เจ้าหนี้รายย่อย ขณะที่เฟสที่สองซึ่งเริ่มในเดือนพฤษภาคม 2025 เป็นการชำระคืนให้กับเจ้าหนี้รายใหญ่ ทั้งนี้ลูกค้าได้รับเงินคืนในช่วงระหว่าง 54% ถึง 120% ของยอดที่เคยถือครอง ขึ้นอยู่กับขนาดของยอดเรียกร้องและเขตอำนาจศาล ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าในไทย จะต้องผ่านขั้นตอนยืนยันตัวตน (KYC) และเลือกแพลตฟอร์มรับเงิน เช่น Kraken หรือ BitGo จึงจะสามารถรับเงินคืนได้
ซึ่งนี่ถือเป็นหนึ่งในข่าวดีที่ทำให้ผู้ลงทุนใน TFX ใจชื้นขึ้นได้บ้าง ส่วนเงินที่ได้คืนมานั้น นักลงทุนจะมีการโยกย้ายไปยังสินทรัพย์ใด ก็ต้องรอติดตามกันต่อไป
Most Viewed
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Where to put your money
“All-Time High” (จุดสูงสุด) ของวันนี้… อาจเป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” ของโอกาสครั้งต่อไปก็เป็นได้ !!!
เมื่อ อีก 6 ชั่วโมง
Stock of the Day
EPG ก้าวอย่างมั่นคง เน้นบริหารต้นทุนมากกว่าตัวเลข มั่นใจปี 2569/2570 โตทุกกลุ่มธุรกิจ รับโครงการภาครัฐ - Data Center หนุน
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
พันธบัตรสหรัฐฯ สำคัญอย่างไร? Bond Yield สหรัฐฯ พุ่ง “โอกาส” หรือ “ความเสี่ยง”
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
TU ฉลอง 10 ปี กลยุทธ์ “Sea Change” ชี้เชื่อมโยงการเงิน-ความยั่งยืนถึง 75% ลุยกุ้งคาร์บอนต่ำ ดัน Net Zero ในปี 2030
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us
News Update
