4 หุ้นเกาะกระแส “บิทคอยน์” จะเป็นอย่างไร เมื่อเทรนด์ราคากำลังเป็นขาขึ้น
ราคาเหรียญบิทคอยน์ (Bitcoin) กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ราคาพุ่งสูงสุดเป็นสถิติใหม่ขึ้นไปแตะที่ระดับ 63,000 ดอลลาร์ต่อ 1 บิทคอยน์ ในช่วงเดือนเม.ย.64 ซึ่งในช่วงเวลานี้ บิทคอยน์คือเงินดิจิทัลที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก และกำลังได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อย ๆ จากบริษัทเทคโนโลยีและสถาบันการเงินต่าง ๆ ในฐานะสินทรัพย์เพื่อการลงทุนและการทำธุรกรรม ซึ่งรวมถึงบริษัทรถยนต์เทสลา (Tesla) และบริษัทการเงินมาสเตอร์การ์ด (Mastercard)
หลังจากนั้นราคาบิทคอยน์ ก็เกิดภาวะการผันผวน และปรับตัวลดต่ำลง ซึ่งส่วนหนึ่งคงจะปฎิเสธไม่ได้เลยว่า ก็มีผลมาจาก Twitter ของผู้นำเทคโนโลยี อย่าง “อีลอน มัสก์” ซีอีโอของ เทสลา ที่ถือเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลต่อวงการสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างมาก โดยในช่วงที่ผ่านมาไม่นานมานี้ราคา บิทคอยน์ ลดลงในระดับต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์ต่อ 1 บิทคอยน์ ซึ่งถือว่าร่วงกว่า 50% แค่เพียงในระดับเวลาไม่กี่เดือน
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า นับตั้งแต่ปลายเดือน ก.ค.64 ราคา Crypto Currency หลายสกุลปรับขึ้นแรงและต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Bitcoin (Crypto Currency เหรียญแรกของโลกและมี MarketCap ใหญ่ที่สุด) ที่ดูเหมือนจะเป็นกลับมาเป็นขาขึ้น ล่าสุด อยู่ที่ 4.56 หมื่นเหรียญขึ้นราว 10% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนและทำจุดสูงสุดในรอบ 3 เดือน และยืนเหนือ EMA 200 วัน
สำหรับปัจจัยพื้นฐานในรอบนี้ที่หนุนราคา Crypto ปรับขึ้น ทั้งจากการได้การยอมรับให้เป็นสื่อการชำระสินค้ามากขึ้น ซึ่งล่าสุด มีข่าวหนุน คือ Tesla อาจเปิดรับชำระเงินด้วยBitcoin อีกครั้ง หรือ Amazon อาจเปิดรับ Bitcoin เป็นช่องทางในการชำระเงินภายใน ครึ่งปีหลัง ขณะเดียวกันกระแส ก.ล.ต. สหรัฐ(SEC) อาจทำการอนุมัติBitcoin ETF ถูกเผยจาก ประธาน ก.ล.ต. Gary Gensler เผยออกมาช่วง 6 ส.ค. ทำให้ตลาดคาดหวังจะมีเงินทุนไหลเข้า
ฝ่ายวิจัย ASPS ประเมินว่าราคา Crypto ที่ปรับขึ้นคาดจะสร้างผลบวกต่อบริษัทจดทะเบียนในไทยที่ประกอบธุรกิจ Crypto ซึ่งจากที่รวบรวมในปัจจุบัน บริษัทในตลาดประกอบธุรกิจราว 4 ประเภท 1.บริษัทที่เข้าไปลงทุนใน Crypto Currency โดยตรง เช่น หุ้น BROOK ซึ่งผลประกอบการจะปรับขึ้น หรือลดลง และได้ประโยชน์ หรือเสียประโยชน์จากแนวโน้มราคาเหรียญ
2.บริษัทที่เข้าไปลงทุนขุด BITCOIN (BITCOIN Mining) : เช่น หุ้น JTS ต้นทุนคือ ค่าไฟ , อุปกรณ์ และการ์ดจอในขุด ฯลฯ ส่วนรายได้คือ เหรียญ Cryptoอาทิ Bitcoin ที่ได้จากการเข้าไปแข่งกันถอดรหัส ทั้งนี้หากแนวโน้มราคาBitcoin ปรับขึ้น , ต้นทุนเท่าเดิม จำนวนเหรียญฯที่ขุดได้เท่าเดิม แต่มูลค่าเหรียญที่ขุดได้จะเพิ่ม เป็นกำไร
3.บริษัทที่รับ Crpyto currency หรือ tokens เพื่อใช้ซื้อสินค้า หรือ บริการ :ก่อนหน้าที่ออกข่าวและเกิดกระแสเก็งกำไร อาทิ SIRI , ANAN ORI ASWMAJOR ฝ่ายวิจัย ASPS ประเมินว่าจะได้เพียงกระแส หรือ Sentiment เชิงบวกเท่านั้น
4.บริษัทที่ทำ ICO portal คือ (ผู้ให้บริการToken) ทำหน้าที่คล้ายที่ปรึกษาทางการเงิน ในการตรวจสอบข้อมูลการออก ICO ของบริษัทที่เสนอขายโทเคน(due diligence) และเก็บรักษาทรัพย์สินของผู้ลงทุน ฯลฯ อาทิ KBANK(ปลายไตรมาสที่ 1 ได้จัดตั้งบริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเซท จำกัด โดยธนาคารจะถือหุ้น 100%) SCB , XPG, JTS
ทั้งนี้มุมมองของฝ่ายวิจัย ASPS ประเมินว่าแนวโน้มราคา Crypto Currency ดูเหมือนว่าจะเป็นเทรนด์ขาขึ้น และระยะกลาง- ยาวเชื่อว่าจะยังเป็น 1 ใน Trend ลงทุน คล้ายๆกับกระแสกัญชง ส่วนในช่วงสั้นประเมินว่าราคา Crypto ที่ปรับขึ้น มีโอกาสทำกำไรได้ตามกระแส ในกลุ่มธุรกิจประเภทที่ 1 และ 2 จะได้ประโยชน์ฯโดยตรง อาทิ BROOK , JTS และXPG
นอกจากนี้หากประเมินจากค่า Correlation ของราคา BITCOIN และการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นดังกล่าวแถบจะไปในทิศทางเดียวกัน คำแนะนำคือ เก็งกำไรสั้นๆ ลงทุนแบบระมัดระวังเนื่องจาก JTS และ XPG ปัจจุบัน ซื้อขายที่ระดับ Traing PE สูงมากเกิน 700 เท่า จะมีเพียงหุ้น BROOK ที Traing PE ยังต่ำ ประมาณ 10.8 เท่า ดูจะปลอดภัยมากกว่าหากเก็งกำไร ส่วนกลุ่มธุรกิจประเภทที่ 3 อาทิ SIRI , ANAN ORI ASW MAJOR และ กลุ่ม 4 อาทิ SCB KBANK คาดได้ Sentiment บวกสั้นๆ เท่านั้น

