Ledger เปิดเกมรุกตลาดไทย รับเทรนด์ Self-Custody กางโรดแมปปี 2025 ลุยขยายฐานผู้ใช้ ตั้งเป้าเป็นวอลเล็ตคริปโตที่ปลอดภัยที่สุด

Ledger™ ผู้นำระดับโลกด้านความปลอดภัยของสินทรัพย์ดิจิทัล ทั้งสำหรับบุคคลและองค์กร เร่งขยายฐานผู้ใช้ในไทย พร้อมเปิด Road Map ปี 2025 ผลักดันแนวคิด “การถือครองสินทรัพย์ด้วยตนเอง” (Self-Custody) ให้ใช้งานง่ายเหมือนวอลเล็ตออนไลน์


JF Rochet รองประธานบริหาร ฝ่ายบริการผู้บริโภค (EVP, Consumer Services) บริษัท Ledger™  ผู้พัฒนาอุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์วอลเล็ต (Signer) และซอฟต์แวร์ Ledger Wallet ที่ประกอบด้วยเทคโนโลยีหลัก เช่น ชิป Secure Element, ระบบ Ledger OS, และระบบหน้าจอสัมผัสแบบปลอดภัย เปิดเผยว่า บริษัทถูกก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2014 และในปัจจุบัน ยังคงครองตำแหน่งผู้นำในตลาดฮาร์ดแวร์วอลเล็ต (Hardware Wallet) ทั่วโลกด้วยสัดส่วนการปกป้องกว่า 20% ของสินทรัพย์คริปโตทั่วโลก, 25% ของปริมาณซื้อขาย Bitcoin ทั่วโลก, และ 27% ของธุรกรรม Stablecoin ทั่วโลก โดยมียอดจำหน่ายอุปกรณ์กว่า 8 ล้านชิ้น และมีผู้ใช้มากมายในกว่า 165 ประเทศทั่วโลก


และในปี 2025 Ledger มองว่าตลาดคริปโตทั่วโลกกำลังก้าวสู่ช่วงที่ผู้คนเริ่มเห็นคุณค่าของการทำธุรกรรมไร้พรมแดน โดยมี “ความปลอดภัย” เป็นหัวใจสำคัญมากขึ้น หลังมูลค่าความเสียหายจากการโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกแตะ 2.17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025


ซึ่งประเทศไทยถูกวางเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ จากฐานผู้ใช้คริปโตขนาดใหญ่, ชุมชน Web3 ที่เติบโตเร็ว, และกระแส Self-Custody ที่เริ่มขยายตัวอย่างชัดเจน


โดยแผนดำเนินงานปี 2025 ของ Ledger ในไทยประกอบด้วย

  • การขยายช่องทางจำหน่ายและบริการหลังการขายในประเทศ

  • การพัฒนาเนื้อหาและคู่มือความรู้ภาษาไทย

  • การร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมคริปโตไทย

  • การจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปและสัมมนาเพื่อสร้างการรับรู้การถือครองสินทรัพย์อย่างปลอดภัย


โดยมุ่งตอบโจทย์ผู้ใช้หลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ (1) นักลงทุนรายย่อยที่ต้องการเก็บสินทรัพย์ไว้นอก
Exchange (2) นักพัฒนา Web3 และนักสะสม NFT ที่ต้องการระบบจัดเก็บที่มั่นคง และ (3) สถาบันการเงินที่เริ่มให้ความสำคัญกับการถือครองสินทรัพย์เอง และเป้าหมายระยะยาวคือทำให้ “Ledger“ เป็นชื่อแรกที่คนไทยนึกถึงเมื่อพูดถึงวอลเล็ตคริปโตที่ปลอดภัยที่สุด


สำหรับ Roadmap ปี 2025 บริษัทเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ Ledger Nano Gen5 และแอป Ledger Wallet รุ่นใหม่ พร้อมมีการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ โดยจะเปลี่ยนคำเรียกจาก “Hardware Wallet” เป็น “Signer” และจาก “Ledger Live” เป็น “Ledger Wallet”


นอกจากนี้ยังเสริมฟังก์ชันใหม่ให้ผู้ใช้สามารถแปลงเงินสดเป็น Stablecoin ได้โดยตรง, ขยายธุรกิจ B2B ผ่านฟีเจอร์ Ledger Multisig สำหรับองค์กร, และจัดโปรแกรมการเรียนรู้ในแต่ละประเทศ รวมถึงประเทศไทย เพื่อสร้างความเข้าใจในการย้ายพฤติกรรมผู้ใช้จาก Exchange สู่ Self-Custody


ทั้งนี้ จุดแข็งของ Ledger เหนือคู่แข่ง คือระบบความปลอดภัยหลายชั้นที่ประกอบไปด้วย

  • Secure Element + Ledger OS + ระบบ Offline Signing

  • ระบบนิเวศครบวงจรตั้งแต่ฮาร์ดแวร์, เฟิร์มแวร์, แอป ไปจนถึงโซลูชันสำหรับองค์กร

  • การใช้งานที่เข้าใจง่าย มีหน้าจอสัมผัส Bluetooth และ NFC

  • ฟีเจอร์ Clear Signing ที่ให้ผู้ใช้ตรวจสอบธุรกรรมได้แบบเรียลไทม์


นอกจากนี้ ยังมีการป้องกันความเสี่ยงจาก
Phishing ผ่านฟีเจอร์ Transaction Check และ Ledger Academy ที่ให้ความรู้ผู้ใช้ทั่วโลก


โดย Ledger มองว่า “ความปลอดภัย” จะไม่ใช่แค่การป้องกัน แต่จะเป็น “พลังขับเคลื่อน” สำคัญของตลาดคริปโตในอนาคต ที่เปิดทางให้ผู้ใช้ทั่วโลกถือครองและทำธุรกรรมได้อย่างอิสระและมั่นคง

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ไทยติดโผ Rising Star ฐานผลิตโลกยุคใหม่ Verisk ชูศักยภาพรับ AI-Supply Chain ลุ้นดึง FDI หนุนเศรษฐกิจระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us