Bitcoin ในปี 2026 ไปต่อหรือพอแค่นี้? เมื่อ “แรงซื้อภาคธุรกิจ” อาจไม่ได้เป็นปัจจัยหนุนหลักอีกต่อไป

การที่ราคา Bitcoin (BTC) ร่วงลงมาต่ำกว่า 90,000 ดอลลาร์ในช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเพียงความผันผวนตามรอบตลาดทั่วไป แต่เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่นักลงทุนลดความเสี่ยงอย่างรวดเร็ว หลัง Oracle เปิดเผยแนวโน้มกำไรที่อ่อนแอ ซึ่งตอกย้ำความกังวลว่าเม็ดเงินลงทุนด้าน AI มหาศาลยังไม่สร้างผลตอบแทนตามที่คาดหวัง


ประกอบกับการลดดอกเบี้ยล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ดูจะมีความ “เข้มงวดกว่าคาด” ก็ยิ่งกดดันสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม ทำให้คริปโตที่เปราะบางอยู่แล้วราคาปรับลดลงอีกครั้ง


แต่การปรับลงของราคา BTC สะท้อนคำถามสำคัญที่ลึกกว่าเรื่องราคาในระยะสั้น นั่นคือ แรงซื้อจากภาคธุรกิจที่มีการซื้อ BTC สะสมโดยฝ่ายบริหารเงินของบริษัท หรือที่เรียกว่า Digital Asset Treasury Buying (DAT) ซึ่งเคยเป็นแรงหนุนสำคัญของรอบขาขึ้นใหญ่ในอดีต เริ่มถึงจุดอิ่มตัวแล้วหรือไม่? และหากเป็นจริง แนวโน้มของ BTC ในปี 2026 จะเปลี่ยนไปอย่างไร?


บทความนี้จะมาสำรวจการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว รวมถึงความเสี่ยงสำคัญที่อาจชะลอการเติบโตของ BTC ในปีหน้า


Standard Chartered ปรับลดคาดการณ์ BTC จากการชะลอตัวของแรงซื้อจากภาคธุรกิจ

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม สำนักงานข่าว Reuters เผยว่า Standard Chartered ได้ปรับลดคาดการณ์ราคา BTC ลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยลดจากเป้าหมายปลายปี 2025 ที่ 200,000 ดอลลาร์ ลงเหลือ 100,000 ดอลลาร์ และลดเป้าปลายปี 2026 จาก 300,000 เหลือ 150,000 ดอลลาร์


สาเหตุหลักมาจากการที่ธนาคารประเมินว่า แรงซื้อสะสมจากฝั่งธุรกิจเริ่มชะลอลง ทำให้การปรับขึ้นของราคาต่อไปจะขึ้นอยู่กับกระแสเงินไหลเข้าของกองทุน BTC Spot ETF มากกว่าเดิม


ทำไมคาดการณ์ของ
Standard Chartered ถึงมีน้ำหนัก?

เหตุผลคือ Standard Chartered เคยเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินรายใหญ่ที่มีมุมมองบวกที่สุดต่อการที่สถาบันเริ่มยอมรับ Bitcoin ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของบริษัทเอกชน หรือการลงทุนผ่าน ETF ซึ่งช่วยหนุนราคา BTC อย่างมากจริงตามที่คาดไว้ในช่วงที่ผ่านมา


และเมื่อธนาคารที่เคยมองว่า BTC จะมีขาขึ้นที่แข็งแรงหันมาปรับลดคาดการณ์ ตลาดจึงให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะนี่สะท้อนว่าปัจจัยพื้นฐานด้านอุปสงค์เชิงโครงสร้างอาจอ่อนแรงลงจริง


แล้วแรงซื้อ “
BTC Treasury” ถึงจุดสูงสุดไปแล้วจริงหรือไม่?

แม้จะไม่มีฐานข้อมูลใดระบุวันที่แรงซื้อถึงจุดสูงสุดอย่างชัดเจน แต่อุปทานจากภาคธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาก็อยู่ในระดับที่สูงมาก และมีสัญญาณว่ากำลังชะลอตัวลง


ฐานข้อมูลจาก BitcoinTreasuries และ CoinGecko ระบุว่าบริษัทจดทะเบียนทั่วโลกถือรวมกันกว่า 1 ล้าน BTC โดย 151 บริษัท ถือรวมกันราว 1,083,272 BTC หรือกว่า 5% ของอุปทานทั้งหมดในอนาคต ขณะที่ Spot Bitcoin ETF ทั่วโลกก็ถือรวมกันมากกว่า 1 ล้าน BTC ตามข้อมูล CoinGecko และ Dune Analytics


อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายปี 2025 แรงซื้อเริ่มอ่อนลง โดยในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ภาคธุรกิจเพิ่มการถือครองเพียงประมาณ 12,000 BTC ซึ่งถือเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ที่ภาคธุรกิจเพิ่มการถือครองถึงราว 102,000 BTC นอกจากนี้ตัวเลขล่าสุดในเดือนธันวาคมก็ดูอ่อนแอ โดยยอดการถือครองเพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 11,000 BTC นับตั้งแต่ต้นเดือนจนถึงปัจจุบัน (BitcoinTreasuries, CoinMarketCap Research)


นอกจากนี้ รายงานจาก Reuters และ WSJ ระบุว่าหุ้นของหลายบริษัท DAT ซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ของสินทรัพย์คริปโต สะท้อนแรงกดดันและการชะลอสะสม BTC ระยะสั้น


แต่นอกจากการซื้อจากภาคธุรกิจที่ชะลอตัว
BTC ก็ยังมีโอกาสเจอความเสี่ยงอื่นๆ ในปี 2026

1.เม็ดเงินไหลเข้า ETF BTC ที่อาจชะลอหรือพลิกเป็น outflows: กระแสเงินไหลเข้า Spot Bitcoin ETF ซึ่งเป็นแรงซื้อหลักของตลาดเริ่มผันผวนมากขึ้น โดยในเดือนพฤศจิกายน 2025 มีเงินไหลออกสูงถึง 3.5–3.8 พันล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลของ Business Times, Yahoo Finance และ CoinMarketCap ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับราคาที่ร่วงจากเหนือ $120,000 ลงมาในช่วง $80,000–$90,000 สะท้อนว่าอุปสงค์จาก ETF อาจชะลอหรือพลิกเป็นแรงขายได้ในระยะสั้น


2.แรงกดดันด้านมหภาค: หากเฟดส่งสัญญาณเข้มงวดมากขึ้น BTC อาจถูกกดดันตามสินทรัพย์เสี่ยงอื่น


3.ความตึงตัวทางการเงินของบริษัทที่ถือ BTC มาก: ตลาดกังวลว่าบริษัทที่ถือ BTC จำนวนมากอย่าง Strategy Inc. (เดิมชื่อ MicroStrategy) ซึ่งใช้หนี้สะสม BTC อาจเผชิญแรงกดดันด้านสภาพคล่อง หากราคาปรับลงแรงจนทำให้ต้องขาย BTC เพื่อรักษางบดุล ซึ่งอาจเพิ่มแรงขายให้ตลาดในระยะสั้น


4.ปัจจัยจากตลาดอนุพันธ์: เช่น การถูกบังคับลดเลเวอเรจ (leverage)


5.ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ: ทั้งในสหรัฐฯ, ยุโรป, และเอเชีย


6.ความเชื่อมั่นถดถอยจากภาคเทค/AI: อาจส่งผลต่อตลาดคริปโตผ่านบรรยากาศสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม


แล้วโอกาสขาขึ้นของ
Bitcoin ยังเหลืออยู่หรือไม่?

แม้มีความเสี่ยงหลายด้าน แต่ปัจจัยโครงสร้างบางอย่างยังคงสนับสนุนการเติบโตของ BTC ในระยะยาว ได้แก่

  • การเติบโตของ Spot ETF ซึ่งทำให้เงินของนักลงทุนสถาบันไหลเข้าตลาดคริปโตได้ง่ายขึ้น

  • ปัจจัยพื้นฐานของเครือข่าย เช่น Halving และอุปทานที่จำกัด

  • การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน เช่น บริการ custody และระบบชำระบัญชีสำหรับสถาบัน


และยังมีนักวิเคราะห์จำนวนมากที่มองบวกต่อแนวโน้ม
BTC ในปี 2025–2026

แม้ Standard Chartered จะปรับลดคาดการณ์ แต่ตลาดยังคงมีมุมมองหลากหลาย และหลายฝ่ายยังตั้งเป้าราคาในเชิงบวก

  • Yahoo Finance รายงานว่ามีนักวิเคราะห์บางส่วนคาดว่า Bitcoin อาจแตะ 130,000 ดอลลาร์ ในปี 2026 จากปัจจัยมหภาคที่ดีขึ้นและการไหลเข้าของเงินสถาบัน

  • Ric Edelman ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ดูแลสินทรัพย์หลายแสนล้านดอลลาร์ ประเมินว่า BTC อาจขึ้นไปถึง 180,000 ดอลลาร์ หากการยอมรับของผู้ใช้และสถาบันเร่งตัวขึ้น


สรุป: สิ่งที่นักลงทุนควรชั่งน้ำหนัก

การปรับลดคาดการณ์ของ Standard Chartered สะท้อนว่าหนึ่งในแรงหนุนสำคัญของรอบขาขึ้นที่ผ่านมา ได้แก่ แรงซื้อจากภาคธุรกิจ อาจไม่แข็งแรงเหมือนเดิม ทำให้ราคา Bitcoin ในอนาคตขึ้นอยู่กับเม็ดเงินที่ไหลเข้าใน ETF และสภาพคล่องทางการเงินมากขึ้น


แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า Bitcoin จะหมดศักยภาพ เพียงหมายความว่าเส้นทางราคาจะมีความผันผวนมากขึ้น และตอบสนองอย่างไวต่อกระแสเงิน, สัญญาณของ Fed, และข่าวกฎระเบียบ


สำหรับปี 2026 นักลงทุนควรเตรียมรับมือกับผลลัพธ์ที่หลากหลายกว่าเดิม และจับตาปัจจัยเชิงโครงสร้างที่กำลังกำหนดอนาคตของ BTC อย่างใกล้ชิด


Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ไทยติดโผ Rising Star ฐานผลิตโลกยุคใหม่ Verisk ชูศักยภาพรับ AI-Supply Chain ลุ้นดึง FDI หนุนเศรษฐกิจระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us