ตลาดหุ้นไทยยังแกร่ง! โบรกฯ คาดกำไร Q3/69 โตเด่น 39% EPS ช่วงที่เหลือยังมีโอกาสถูก Upgrade พร้อมชี้เป้าหุ้นงบสวย ลุ้นโตเด่นถึงปีหน้า
โบรกฯ คาดกำไรตลาดหุ้นไทยไตรมาส 3/69 แตะ 3.5 แสนล้านบาท โต 39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากแรงหนุนราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นแรงและเงินบาทที่ยังทรงตัวในเชิงอ่อนค่า ขณะที่ฐานกำไรปีก่อนต่ำช่วยหนุนกลุ่ม Domestic Play และท่องเที่ยวฟื้นตัว มองกำไรทั้งปีมีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ ส่งผลให้ EPS ยังมีโอกาสถูกปรับเพิ่ม พร้อมแนะนำจับตาหุ้นงบสวยที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องถึงปี 2570
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุ คาดกำไรไตรมาส 3/69 ของ SET Index เติบโตเด่นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างต่อเนื่อง โดยคาดอยู่ที่ระดับ 3.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับกรอบกำไรในอดีตที่ 1.5-2.5 แสนล้านบาทต่อไตรมาส โดยมีแรงหนุนจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่
1.กำไรของกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมียังเติบโตเด่น เนื่องจากราคาน้ำมันพลิกกลับมาปรับตัวขึ้นแรงในไตรมาส 3/69 ราว 44% นับตั้งแต่ต้นไตรมาสจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้กลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมีมีกำไรจากสต็อกน้ำมัน ช่วยหนุนผลประกอบการ
2.เงินบาทยังเคลื่อนไหวทรงตัวในเชิงอ่อนค่า ถือเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มส่งออก เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ขนส่ง และสินค้าเกษตร
3.ฐานปีก่อนต่ำจากแรงกดดันของน้ำท่วมใหญ่หลายพื้นที่ และปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้กลุ่ม Domestic Play และท่องเที่ยวมีโอกาสกลับมาเติบโตแรงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยจาก 20 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ครอบคลุม พบว่า 17 กลุ่มมีกำไรเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรทรงตัว 2 กลุ่ม และมีเพียงกลุ่มเดียว คือ ธนาคารพาณิชย์ ที่คาดว่ากำไรจะชะลอตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับกลุ่มที่คาดว่ากำไรจะออกมาดีทั้งจากไตรมาสก่อน และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ ไฟแนนซ์ขนาดกลาง-เล็กที่ได้แรงหนุนจากราคาสินค้าเกษตรกลับมาเติบโต โรงพยาบาล ท่องเที่ยว ขนส่ง และยานยนต์ จากฐานต่ำในปีก่อนและเป็นช่วง High Season ส่วนกลุ่มที่คาดว่ากำไรทรงตัวหรือชะลอตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ รับเหมาก่อสร้าง บันเทิง และธนาคารพาณิชย์
EPS ช่วงที่เหลือของปียังมีโอกาสปรับเพิ่ม
ทั้งนี้ หากกำไรไตรมาส 3/69 เป็นไปตามที่คาด กำไรงวด 9 เดือน 2569 จะทำได้ 1.1 ล้านล้านบาท และเมื่อมองไปยังไตรมาส 4/69 คาดว่าจะเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้ต่อเนื่อง เพราะเป็นช่วงที่เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้นจากหลายปัจจัย
1.การส่งออกเติบโตจากชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่การท่องเที่ยวเติบโตเร่งขึ้นจากการประชุม IMF + World Bank และการจัดคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ ทำให้ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจากกระแสเงินที่ไหลเข้าประเทศ
2.รัฐบาลเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน หลังความนิยมลดลงมากในช่วงไตรมาส 3/69 โดย NIDA Poll พบว่าคะแนนความนิยมของนายกรัฐมนตรีเหลือเพียง 8% จาก 29.4% ในไตรมาส 1/69 จึงคาดว่าจะเห็นการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2570 แบบ Front-load และเร่งอนุมัติโครงการปรับโครงสร้างการใช้พลังงานผ่าน พ.ร.ก. กู้เงิน 2 แสนล้านบาท
3.การลงทุนภาคเอกชน ทั้งการขยายโรงงานและระบบสาธารณูปโภค เพื่อรองรับการผลิตของกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และ Data Center รวมถึงนโยบาย Local Content ของรัฐบาลที่จะช่วยกระตุ้นกำลังการผลิตของบริษัทขนาดกลาง-เล็ก
ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้กำไรทั้งปี 2569 มีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ราว 1.4-1.5 ล้านล้านบาท เติบโตสูง 30%-40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 112-115 บาท/หุ้น ทำให้ประมาณการของตลาดใน Bloomberg Consensus ที่ 110 บาท/หุ้น ยังมี Upside ส่งผลให้ภาพการลงทุนในช่วงที่เหลือของปียังได้รับแรงหนุนจากการปรับเพิ่มประมาณการผลประกอบการได้ต่อเนื่อง
แนะนำลงทุนหุ้นงบสวยที่โตได้เด่นถึงปีหน้า
แนะนำเก็งกำไรในหุ้นที่คาดว่างบไตรมาส 3/69 ออกมาสวย และยังมีโมเมนตัมเติบโตเด่นต่อเนื่องถึงปีหน้า โดยเน้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนรอบใหม่ของภาครัฐและเอกชน ได้แก่ GULF, GUNKUL, SSP, EPG, SINGER, SGC, BEM, SMT, TEAM, MINT และ CHG เป็นต้น
