จับตา XRPN เข้า NASDAQ 8 ตุลาคมนี้ สาวก XRP ออกมา Hype (อีกแล้ว) — To the MOON!! 🚀
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรก และก็ไม่น่าจะเป็นครั้งสุดท้าย ที่ XRP Army ออกมาเฮ 😂
“รอบนี้แหละ!! 100USD!!!!” หรือบางคนบอกว่า 300 มั่ง 500 มั่ง ไปจนถึง 1,000USD ก็มีคนพูด!!! (เอ้า... ซู้ดดดดด)
แต่รอบนี้ Wealthy Thai มองว่า ก็มีอะไรให้น่าตื่นเต้นจริงอยู่เหมือนกัน เพราะวันที่ 8 ตุลาคม 2026 บริษัท Evernorth ซึ่งมี XRP เป็นสินทรัพย์หลัก คาดว่าจะเริ่มซื้อขายบน NASDAQ ภายใต้ Ticker XRPN
แต่ก่อนจะ Moon (หรือจะกาว)กันไปไกล มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า XRP มันมีไว้ทำอะไร? แล้วการมาของ XRPN มันน่าตื่นเต้นที่ตรงไหน? วันนี้ Wealthy Thai จะพาไปหาคำตอบ ใครคิดจะรีบขึ้นรถขบวนนี้จะได้เห็นภาพชัดขึ้นว่าควร MOON ไปกับเค้า หรือควรยืนให้กำลังอยู่ห่างๆดี
ก่อนอื่น XRP คืออะไร?
หลายคนอาจจะรู้จัก XRP ในฐานะ Crypto ตัวหนึ่ง ที่เคย hype กัน และเคยแตะไปจุดสูงสุดเกิน 3USD ก่อนจะถูกเทขายไม่ต่างจาก Crypto อื่นๆจนปัจจุบันราคาอยู่ที่ต่ำกว่า 1.5USD
แต่จริงๆ XRP มีโมเดลที่ชัดเจนมาแต่แรก นั่นคือพยายามเป็น “ตัวกลางในการเคลื่อนย้ายเงินและสินทรัพย์” ให้เร็วและถูกกว่าเครื่องมือทางการเงินอื่น
จุดเด่นของ XRP คือ “ความเร็ว” และ “ความถูก” ธุรกรรมจบในไม่กี่วินาที (เร็วกว่า BTC, ETH อย่างมีนัยยะสำคัญ) โดยมีค่าธรรมเนียมต่ำมาก พูดง่ายๆ คือ XRP พยายามวางตัวเองไม่ใช่แค่เป็น “เหรียญ” หรือ “สกุลเงิน Crypto”
แต่เป็น “สะพาน” เชื่อมเงินและสินทรัพย์ต่างๆ เข้าหากัน
แล้วทำไมต้อง XRP?
สมมติเราจะส่งเงินจากไทยไปเม็กซิโก ลองดูวิธีการต่างๆในการส่งเงินข้ามสกุล เริ่มจากระบบการเงินแบบเดิม จะวิ่งประมาณนี้
THB → USD → ธนาคารตัวกลาง → MXN
แน่นอนว่า เอาตั้งแต่เอาเงินบาท ซื้อดอลล่าร์ ก็ต้องเสียส่วนต่างค่าเงินแล้ว (ราคาขายให้ Exchange ถูกกว่าราคาซื้อ เสมอ ไม่เชื่อลองเดินไป #Exchangeใกล้ฉัน 😂)
โอนผ่านธนาคารกลาง ค่าธรรมเนียมก็ ...ไม่น้อยเลยนะครับนะ พอดอลล่าร์ถึงที่หมายต้องเปลี่ยนสกุลเงิน ก็เสียค่าส่วนต่างซื้อขายค่าเงินอีก
กว่าจะเสร็จสิ้นธุรกรรม ทั้งนาน ทั้งแพง
และนั่นคือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มี Crypto เกิดขึ้น เพราะหนึ่งในการใช้งานของ Crypto ก็คือการใช้งานเป็นตัวกลางสำหรับการโอนข้ามสกุลเงินนั่นเอง เช่น BTC เราก็สามารถทำการโอนได้เหมือนกัน โดยจะไม่ต้องผ่านธนาคารกลาง
แต่จะเป็น THB → Bitcoin → MXN แบบนี้ แต่!!!
ปัญหาคือ Bitcoin ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะ อย่างที่ชาว Crypto Bros จะรู้กันอยู่แล้วว่าเวลาในการออก block ใหม่ของ BTC นั่นอยู่ที่ 10 นาที และแม้ Crypto ที่ใหม่กว่าอย่าง ETH จะมีระยะเวลาที่สั้นกว่านี้ แต่ก็ยังไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในฐานะการเป็น Bridging Asset อยู่ดี
ส่วน XRP พยายามสร้างตัวเองมาเพื่อโจทย์นี้ตั้งแต่แรก แนวคิดคือ THB → XRP → MXN
ซื้อ XRP ด้วยเงินบาท → ส่งผ่าน XRP Ledger → ขายเป็น MXN และทั้งหมดสามารถเกิดขึ้นภายในไม่กี่วินาที
XRP ที่อยู่ตรงกลางอาจอยู่ในมือผู้ให้บริการเพียงไม่กี่วินาที ก่อนถูกเปลี่ยนเป็นอีกสกุลเงินหนึ่ง นี่คือแนวคิดที่เรียกว่า Bridge Asset เงินเข้ามาสกุลหนึ่ง แล้วออกไปอีกสกุลหนึ่ง
เร็ว และ ถูก ฟังดูดี
แต่เดี๋ยวก่อน...มีปัญหาใหญ่ข้อหนึ่ง
เร็วแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าไม่มี Liquidity โอนเงินไม่กี่ร้อย USD ก็เรื่องนึง แต่สมมติเราจะโอนเงิน 100 ล้าน USD (กว่าสามพันล้านบาท)
XRP บอกว่า “เราส่งให้คุณได้ใน 4 วินาที!!” แต่ถ้าตลาด THB/XRP, USD/XRP หรือ XRP/MXN มีคนซื้อขายอยู่บางๆ การโยนเงิน $100 ล้านเข้าไปอาจทำให้ราคา XRP กระโดดอย่างมหาศาล และสิ่งที่เกิดจะกลายเป็น
ประหยัดค่าธรรมเนียมได้หลักสิบดอลลาร์...แต่เสียส่วนต่างค่าเงิน (ที่พุ่งจากการซื้อขายปริมาณมหาศาล) หลักหมื่นหลักแสน!!!!!!!
และตรงนี้แหละที่ XRPN เริ่มน่าสนใจขึ้นมาทันที
Evernorth หรือ XRPN กำลังจะเข้ามาทำหน้าที่เป็น Liquidity Pool ให้กับ XRP
โดย คาดว่าจะเริ่มต้นด้วย XRP ประมาณ 473 ล้านเหรียญ และมีเงินทุน/สินทรัพย์จากธุรกรรมมากกว่า $1 Billion เพื่อให้ XRP มหาศาลนี้สามารถ “ทำหน้าที่ของมัน” ในฐานะ Bridging Asset ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ลองนึกภาพดูว่าถ้าไม่มีการซื้อขาย XRP ในตลาดมากเพียงพอ การโอนเงิน 100 ล้าน USD อาจพบปัญหาที่มูลค่า XRP ที่ใช้ถูกธุรกรรมนี้ทำให้ราคากระโดด (Slippage Problem)
แต่วันนี้ ถ้ามี 473 ล้าน USD อยู่ในระบบ การโอนเงิน “แค่” 100 ล้าน USD (ย้ำอีกครั้งว่ามันคือสามพันกว่าล้านบาทในครั้งเดียว) ก็แค่เล็กเล็กน้อยที่จบได้ใน 4 วินาทีโดยที่ยังไม่ทันมีการขยับของราคาเลยด้วยซ้ำ
และนั่น คือ XRPN ที่กำลังจะเข้า NASDAQ ในวันที่ 8 ตุลาคม นี้
คำถามต่อมาคือ ระดมเงินมากขนาดนั้นสะสม XRP แล้วมันมีการใช้งานมากขนาดนั้นแล้ว จริงๆหรือ?
....ก็อาจจะยัง
แต่ Evernorth (XRPN) บอกว่า “XRP ที่ซื้อมา ไม่ต้องนอนเฉยๆ ก็ได้นี่?”
เอาไปปล่อยกู้
เอาไป Provide Liquidity
เอาไปทำ DeFi
เอาไปสร้าง Yield
แล้วเอาผลตอบแทนกลับมาซื้อ XRP เพิ่ม ถ้าทำสำเร็จ มันอาจเกิด Flywheel แบบนี้
XRP ขึ้น
→ XRP ที่ XRPN ถืออยู่มีมูลค่าเพิ่ม
→ XRPN มี NAV สูงขึ้น
→ ถ้าตลาดยอมซื้อหุ้น XRPN ที่ Premium เหนือ NAV
→ บริษัทระดมทุนเพิ่มได้
→ ซื้อ XRP เพิ่ม
→ เอา XRP ไปสร้าง Yield / Liquidity
→ XRP ต่อหุ้นเพิ่ม
→ แล้วก็วนใหม่อีกครั้ง
นี่แหละที่ XRP Army กำลังตื่นเต้นกัน
ถ้า XRPN ทำสำเร็จ ทำให้ XRP เป็น Bridging Asset ที่มีประสิทธิภาพกว่าที่เป็นอยู่ เมื่อ Utility เพิ่ม → Liquidity เพิ่ม → มีคนใช้งานเพิ่ม → Liquidity ยิ่งเพิ่ม...
และแน่นอนว่า Utility ที่เพิ่ม จะมาพร้อมกับ Demand ที่ใดมี Demand ที่นั่น ราคาจะพุ่งขึ้น
แต่จะ To the MOON หรือไม่ เดี๋ยวตลาดจะเป็นคนตอบให้เอง
