ทำความรู้จัก Bond ETF ตราสารหนี้เวอร์ชันจับต้องง่าย เพิ่มโอกาสกระจายความเสี่ยง พร้อมลุยตลาดการเงินโลก
เมื่อพูดถึง ETF หรือ Exchange Traded Fund หลายคนอาจนึกถึงกองทุนที่ลงทุนในหุ้นเป็นอันดับแรก แต่จริง ๆ แล้ว ETF ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สินทรัพย์ประเภทหุ้นเท่านั้น เพราะยังมี Bond ETF ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในตราสารหนี้ ผ่านกองทุนที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้เช่นเดียวกับหุ้น
จุดเด่นของ Bond ETF คือการเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงตลาดตราสารหนี้ได้สะดวกขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเลือกซื้อพันธบัตรหรือหุ้นกู้เป็นรายตัว อีกทั้งยังมีทางเลือกลงทุนในตราสารหนี้หลายประเภท ทั้งพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และหุ้นกู้ภาคเอกชน รวมถึงตลาดต่างประเทศที่มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกหลากหลาย
Bond ETF คืออะไร ทำไมถึงน่าสนใจ?
Bond ETF คือกองทุน ETF ที่ลงทุนในตราสารหนี้ โดยมักรวบรวมตราสารหนี้หลายรายการไว้ในกองทุนเดียว และอาจออกแบบให้ลงทุนตามดัชนีตราสารหนี้ที่กำหนด เช่น ดัชนีพันธบัตรรัฐบาล หรือดัชนีหุ้นกู้ภาคเอกชน
นักลงทุนสามารถซื้อขายหน่วยลงทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ในระหว่างวันทำการได้ตามกลไกของตลาด จึงมีความคล่องตัวกว่าการลงทุนในตราสารหนี้บางประเภทที่ต้องซื้อขายผ่านผู้จำหน่ายหรือรอจนถึงช่วงเวลาที่มีผู้รับซื้อ
อีกจุดเด่นคือการกระจายความเสี่ยง เพราะกองทุนสามารถลงทุนในตราสารหนี้หลายรายการที่มีอายุคงเหลือและผู้ออกตราสารแตกต่างกัน ช่วยลดการพึ่งพาตราสารหนี้รายใดรายหนึ่ง ขณะที่ข้อมูลการลงทุนและค่าใช้จ่ายของกองทุนสามารถตรวจสอบได้จากเอกสารที่เปิดเผยโดยผู้จัดการกองทุน
อย่างไรก็ตาม Bond ETF ไม่ใช่เงินฝาก และไม่ได้รับประกันเงินต้นหรือผลตอบแทน ราคาหน่วยลงทุนยังเปลี่ยนแปลงตามอัตราดอกเบี้ย ผลตอบแทนพันธบัตร คุณภาพเครดิตของผู้ออกตราสาร และภาวะตลาดโดยรวม
สถานการณ์ Bond ETF ในปัจจุบัน: โอกาสท่ามกลางความผันผวน
ตลาด Bond ETF ทั่วโลกยังได้รับความสนใจจากนักลงทุน โดยข้อมูลจาก BlackRock ระบุว่า ณ เดือนมีนาคม 2569 สินทรัพย์ภายใต้การบริหารของ Bond ETF ทั่วโลกมีมูลค่ามากกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินไหลเข้าสุทธิในไตรมาสแรกของปี 2569 อยู่ที่ 172,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 134,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนบทบาทของ ETF ตราสารหนี้ในฐานะเครื่องมือสำหรับจัดสรรเงินลงทุนและบริหารพอร์ต
อย่างไรก็ตาม เงินไหลเข้า Bond ETF ที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าราคาตราสารหนี้ทั่วโลกจะปรับขึ้นพร้อมกัน เพราะแต่ละตลาดมีปัจจัยกำหนดราคาแตกต่างกัน ทั้งทิศทางอัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และความเสี่ยงด้านเครดิต
ตัวอย่างที่เห็นได้จากตลาดสหรัฐฯ คืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ซึ่งแตะระดับ 5.35% เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 นับเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2545 ก่อนลดลงมาอยู่ที่ 5.24% ณ วันที่ 9 ตุลาคม 2569 ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 ปีมีอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 4.80% ในวันเดียวกัน
ระดับผลตอบแทนที่สูงทำให้ตลาดพันธบัตรเป็นอีกหนึ่งตลาดที่นักลงทุนควรติดตาม โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการกระจายการลงทุนออกจากหุ้น และมองหาโอกาสรับรายได้จากตราสารหนี้ ขณะเดียวกัน หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับลดลงในอนาคต ราคาพันธบัตรเดิมมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกต่อราคา Bond ETF ที่ถือครองตราสารเหล่านั้น
แต่โอกาสดังกล่าวมาพร้อมความเสี่ยง หากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง หรืออัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงนานกว่าที่ตลาดคาด อัตราผลตอบแทนพันธบัตรก็อาจปรับเพิ่มขึ้นต่อ และกดดันราคาหน่วยลงทุนได้ โดย Bond ETF ที่ลงทุนในตราสารหนี้อายุยาวมักมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยมากกว่ากองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้อายุสั้น
ดังนั้น การเลือก Bond ETF จึงควรพิจารณามากกว่าอัตราผลตอบแทนที่เห็นในตลาด โดยต้องดูประเภทตราสารหนี้ อายุเฉลี่ยของตราสาร คุณภาพเครดิต ค่าใช้จ่ายกองทุน และความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนในกรณีลงทุนต่างประเทศประกอบกัน
ตลาดไทยมี Bond ETF ให้ลงทุนหรือไม่?
สำหรับตลาดหุ้นไทย มี ETF ที่ลงทุนในตราสารหนี้เช่นกัน ตัวอย่างหนึ่งคือ กองทุนเปิดดัชนีพันธบัตรไทยเอบีเอฟ (ABFTH) ซึ่งเป็นกองทุน ETF ที่ลงทุนตามดัชนีอ้างอิงตราสารหนี้ไทย
ข้อมูลผลการดำเนินงานด้านราคาที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเผยแพร่ ณ วันที่ 9 ตุลาคม 2569 แสดงให้เห็นว่า ABFTH มีการเปลี่ยนแปลงของราคาปรับปรุงแล้วในช่วง 3 เดือนอยู่ที่บวก 1.82% แต่หากพิจารณาย้อนหลัง 6 เดือน ผลตอบแทนอยู่ที่ติดลบ 1.54% ส่วนช่วง 1 ปีติดลบ 6.67% และตั้งแต่ต้นปีติดลบ 4.00%
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า แม้ราคาจะปรับตัวดีขึ้นในช่วง 3 เดือนล่าสุด แต่ภาพผลการดำเนินงานในช่วงเวลาที่ยาวกว่ายังเป็นลบ จึงไม่ควรสรุปว่าตลาดตราสารหนี้ไทยอยู่ในทิศทางขาขึ้นจากข้อมูลระยะสั้นเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ ผลตอบแทนด้านราคาดังกล่าวไม่ใช่ผลตอบแทนรวมที่รวมการจ่ายดอกเบี้ยหรือเงินปันผลทั้งหมด
เมื่อเทียบกับตลาดต่างประเทศ นักลงทุนมีทางเลือก Bond ETF ที่หลากหลายกว่า ทั้งกองทุนที่เน้นพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ตราสารหนี้ภาคเอกชน และตราสารหนี้ระยะสั้นหรือระยะยาว ทำให้สามารถเลือกลงทุนให้สอดคล้องกับมุมมองต่ออัตราดอกเบี้ยและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในต่างประเทศยังมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงต้นทุนการซื้อขายและเงื่อนไขของแต่ละตลาดที่ควรศึกษาให้เข้าใจก่อนลงทุน
Bond ETF เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงตลาดตราสารหนี้ได้สะดวกขึ้น และสามารถนำมาใช้กระจายการลงทุนร่วมกับสินทรัพย์ประเภทอื่นได้ ข้อมูลเงินไหลเข้าสู่ Bond ETF ทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูง สะท้อนว่าตลาดตราสารหนี้ยังมีประเด็นให้ติดตามทั้งในด้านรายได้และโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงของราคาพันธบัตร
อย่างไรก็ตาม Bond ETF ไม่ได้ปราศจากความเสี่ยง และไม่ใช่ว่ากองทุนทุกประเภทจะได้รับประโยชน์ในทิศทางเดียวกัน นักลงทุนจึงควรทำความเข้าใจสินทรัพย์ที่กองทุนถือครอง อายุของตราสารหนี้ ความเสี่ยงด้านเครดิต และความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะเมื่อต้องการลงทุนในตลาดต่างประเทศ

