ตลท.เล็งผุดแพลตฟอร์มเชื่อมตลาดหุ้นกับคริปโต ยันไม่มีนโยบายทำกระดานเทรด
นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯไม่มีนโยบายเป็นตัวกลางตลาดซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล แต่อย่างไรก็ตามในอนาคตมีแผนที่จะเป็นจุดเชื่อมต่อว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ที่มีสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยการเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลให้เป็นเงินสดเพื่อนำเงินเข้ามาลงทุนในตลาดทุน หรือสินทรัพย์ประเภทอื่น
สำหรับกรณีที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดรับฟังความเห็น(เฮียริ่่ง) ปรับปรุงมาตรการกำกับการซื้อขายหุ้นร้อนแรง ตั้งแต่วันที่ 1-12 พ.ย.นี้ โดยการเล็งรวบมาตรการระดับ 1 และ 2 เข้าด้วยกัน และเพิ่มการห้ามซื้อขายหุ้นเป็นการชั่วคราว 1 วันทำการ สำหรับมาตรการระดับ 3 หวังลดความเสี่ยง-ทันต่อสถานการณ์ หลังมาตรการเดิมเริ่มได้ผลน้อยลงนั้นเบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะประกาศใช้เกณฑ์ดังกล่าวได้ทันภายในปีนี้หรือไม่
โดยตามกระบวนการคือการรายงานผลการทำเฮียริ่่ง ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์รับทราบและเห็นชอบจากนั้นจะส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการก.ล.ต.ปรับแก้เกณฑ์จากนั้นจะสามารถประกาศใช้เกณฑ์ดังกล่าวได้
ส่วนภาพรวมแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในปี 65 มองว่าจะมีความผันผวน เนื่องจากอยู่ในช่วงจุดของการเปลี่ยนแปลงจากดอกเบี้ยต่ำเป็นดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งจะเริ่มเห็นภาวะเงินเฟ้อสูงขึ้น และเศรษฐกิจทั่วโลกกำลังจะโตเร็วขึ้น อย่างไรก็ตามจะกระทบภาพการลงทุนและสภาพคล่องที่ลดลง ทั้งนี้จะเริ่มเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่มากขึ้นและภาพของกลุ่มพลังงาน กลุ่มการเงิน และกลถ่มอสังหาริมทรัพย์มีโอกาสจะปรับตัวได้สูงขึ้น
ด้านนายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2564 SET Index ปิดที่ 1,568.69 จุด ลดลง 3.4% จากสิ้นเดือนก่อนหน้า เมื่อพิจารณาช่วง 11 เดือนแรกปี 2564 SET Index ปรับเพิ่มขึ้น 8.2% ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยของดัชนีตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และ กลุ่มการเงิน
โดยภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2564 SET Index ปิดที่ 1,568.69 จุด ลดลง 3.4% จากสิ้นเดือนก่อนหน้า เมื่อพิจารณาช่วง 11 เดือนแรกปี 2564 SET Index ปรับเพิ่มขึ้น 8.2% ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยของดัชนีตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ
SET Index ใน 11 เดือนแรกปี 2564 ได้แรงหนุนจากเกือบทุกอุตสาหกรรมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และ กลุ่มการเงิน
ในเดือนพฤศจิกายน 2564 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันใน SET และ mai อยู่ที่ 92,275 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยใน 11 เดือนแรกปี 2564 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 95,344 ล้านบาท
ผู้ลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิเป็นเดือนแรกหลังจากเป็นผู้ซื้อสุทธิมาสามเดือนต่อเนื่อง โดยในเดือนพฤศจิกายน 2564 ผู้ลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 10,182 ล้านบาท ทั้งนี้ในช่วง 11 เดือนแรกปี 2564 ผู้ลงทุนต่างชาติขายสุทธิรวม 73,581 ล้านบาทโดยผู้ลงทุนในประเทศมีสถานะเป็นผู้ซื้อสุทธิ 128,844 ล้านบาท โดย ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่มีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ผู้ลงทุนในประเทศมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุดมาอย่างต่อเนื่อง
ในเดือนพฤศจิกายน 2564 มีบริษัทเข้าจดทะเบียนซื้อขายใหม่ใน SET 2 บริษัท ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ 1 บริษัท และใน mai 2 บริษัท โดยใน 11 เดือนแรกปี 2564 SET มีมูลค่าเสนอขายในตลาดแรก (IPO) สูงที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ใน ASEAN-5
Forward และ Historical P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2564 อยู่ที่ระดับ 18.3 เท่า และ 18.9 เท่าตามลำดับ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 15.0 เท่า และ 17.1 เท่าตามลำดับ
อัตราเงินปันผลตอบแทน ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2564 อยู่ที่ระดับ 2.84% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 2.45%
