วอลุ่มคริปโตฯลดลงหลังรัฐจะเก็บภาษี รัฐสร้างต้นทุนดันนักลงทุนออกต่างประเทศ

ข่าวการเก็บภาษีจากกำไรที่ได้มาจากการซื้อขายคริปโตเคอเรนซี่กำลังสร้างความสะท้านสะเทือนให้กับนักลงทุนด้วยมูลค่าการเก็บที่สูงมากถามการจัดเก็บในบางขั้นตอนมีความไม่ชัดเจน ทำให้ปัจจุบันนักลงทุนหลายรายเลือกที่จะหยุดเทรดและในขณะเดียวกันกลุ่มผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิตอล มองว่า นี่เป็นการดันให้นักลงทุนออกไปเทรดในต่างประเทศ ขณะที่ในวันนี้มีกระข่าวว่า กรมสรรพากร จะมีการหารือกับเจ้าของแพลตฟอร์มคริปโตในวันนี้


แหล่งข่าวผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิตอลในประเทศไทย เผยว่า ความเคลื่อนไหวในวงการสินทรัพย์ดิจิตอลหลังจากมีกระแสข่าวการเก็บภาษีของภาครัฐอออกมา กระทบกับมูลค่าการซื้อขายของสินทรัพย์ดิจิตอลในไทยปรับตัวลดลงอย่างชัดเจน ซึ่งเกิดจากความกังวลในเรื่องการเก็บภาษี ที่ไม่ชัดเจน ซึ่งหากเก็บภาษีจริงจะส่งผลให้การเทรดสินทรัพย์ดิจิตอลในไทยมีต้นทุนที่สูงมาก


หลังมีกระแสข่าวเรื่องการเก็บภาษีคริปโต เคอเรนซี่ เราก็พบว่า มูลค่าการซื้อขายในหลายตลาดปรับตัวลดลง  นักลงทุนเกิดความกังวลในเรื่องนี้ ทั้งความไม่ชัดเจนว่า เกณฑ์การเก็บภาษีนั้นเป็นแบบไหน ไม่มีความชัดเจนและคลุมเครือมาก


โดยในเรื่องการเก็บภาษีคริปโตเคอเรนซี่ มีความไม่ชัดเจนอย่างมาก และมีความคลุมเครือว่าจะมีการจัดเก็บอย่างไร หากเป็นไปตามที่มีรายงานออกมา คือ การจัดเจ็บในทุกไม้ที่กำไร มองว่าทำได้ยากมาก  ทำให้ต้นทุนของผู้เทรดคริปโตจะพุ่งสูงทันที


ปัจจุบันผู้ที่เทรดคริปโตฯ ต้องเสียค่าคอมมิชชั่นประมาณ 0.2 – 0.3 % เสียภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7% หากต้องมาเสียภาษีเฉพาะเช่นนี้ จะทำให้ต้นทุนนั้นสูงเกินไปและมีต้นทุนที่สูงกว่าตลาดหุ้น ซึ่งส่วนตัวคิดว่า เป็นการออกแบบการจัดเก็บภาษี ที่ไม่เข้าใจสภาพตลาด และต้องทางทางสรรพกรมาชี้แจงในรายละเอียดว่าอย่างไร


อย่างไรก็ตามทิศทางของการเทรดในไทยหลังจากนี้ มองว่า จะเผชิญความท้าทายจากเรื่องกฏหมายและจะทำให้นักลงทุนในไทย เลือกที่จะไปเทรดต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาเราต้องยอมรับว่า ผู้ที่เทรดคริปโตฯในไทยส่วนใหญ่เขาเลือกที่จะเทรดกับแพลตฟอร์มต่างประเทศ เพราะเขาจะมีต้นทุนที่ถูกกว่ามาก ส่วนนักลงทุนมือใหม่ก็นั้นจะมีข้อจำกัดในด้านประสบการณ์ ทำให้พวกเขาอาจจะไม่มีทางเลือกเท่ากับนักลงทุนที่มีประสบการณ์



เมื่อรัฐบาลกลายเป็นความท้าทายนักเทรดคริปโต

คุณ เอกราช ศรีศุภวิชากิจ Head of Risk Management & Research Specialist จาก  Zipmex  ประเมินว่า ความท้าทายของนักลงทุนที่ลงทุนในตลาดคริปโตฯ ในปีนี้ จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ 1 กลุ่มนักลงทุนจะมีความกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่ในหลายประเทศ เริ่มมีการเข้ามาลงทุนในตลาดคริปโตฯมากขึ้น ซึ่งในมุมหนึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่ช่วยให้มีผู้เล่นในตลาดเพิ่มขึ้น และส่วนที่ 2 การเข้ามาควบคุมของทางการในหลายประเทศ ที่จะเข้ามาควบคุมดูแลการซื้อขายต่างๆ


ทั้งนี้ตลาดคริปโตฯในปี 2565 นั้นมีโอกาสน้อยมากที่จะสร้างผลตอบแทนมหาศาลเหมือนกับปีที่ผ่านมา แต่จะเต็มไปด้วยความผันผวน ดังนั้นนักลงทุนต้องจับจังหวะการลงทุนอย่างถูกต้องและแม่นยำถึงจะมีโอกาสหากำไรได้  

ไชยรัตน์ ศรีสุข

บรรณาธิการหุ้นและการลงทุน Wealthythai.com

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ไทยติดโผ Rising Star ฐานผลิตโลกยุคใหม่ Verisk ชูศักยภาพรับ AI-Supply Chain ลุ้นดึง FDI หนุนเศรษฐกิจระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us