บัญชีเทรดคริปโตฯทะลุ 2.7 ล้านบัญชี เติบโตต่อเนื่องแม้ภาวะตลาดไม่อำนวย
ความเคลื่อนไหวในตลาดสินทรัพย์ดิจิตอลในประเทศไทยในช่วงต้นปีที่ผ่านมา แม้ราคาสินทรัพย์ดิจิตอลจะมีความผันผวนและปรับตัวลดลง แต่ในทางกลับกันจำนวนของบัญชีนักลงทุนในตลาดสินทรัพย์ดิจิตอล ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันพบข้อมูลการซื้อสุทธิของนิติบุคคลต่างชาติในตลาดคริปโตฯเมืองไทย โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานความเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ดิจิทัลรายสัปดาห์
ได้รายงานว่า จำนวนบัญชีการซื้อขายคริปโตเคอรเรนซีทั้งหมดในเดือน มี.ค. 2565 อยู่ที่ระดับ 2.7 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นจากต้นปีที่ 2.5 ล้านบัญชี สวนทางกับมูลค่าการซื้อขายคริปโตเคอเรนซี่ในไทยที่ปรับตัวลดลง ในขณะที่อีก 1 ข้อมูลที่น่าสนใจ คือ นักลงทุนนิติบุคคลต่างชาติเริ่มกลายเป็นผู้ซื้อหลักในตลาดคริปโตเคอเรนซี่ในเมืองไทย โดยเป็นผู้ซื้อสุทธิในเดือนมี.ค. อยู่ที่ 4.6 พันล้านบาท
คุณเอกราช ศรีศุภวิชากิจ Head of Risk Management and Research Specialist จาก Zipmex เปิดเผยว่า ทิศทางการเปิดบัญชีของนักลงทุนรายบุคคลในต้นปี 2565 นั้นมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีการเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ภาวะตลาดคริปโตเคอเรนซี่จะอยู่ภาวะซบเซาก็ตาม โดยคาดว่าเกิดจากความเข้าใจของนักลงทุนนั้นเพิ่มขึ้นและมีความมั่นใจที่จะเข้ามาซื้อขายในเวลานี้
“จำนวนการเปิดบัญชีในช่วงต้นปีที่ผ่านมานั้นเพิ่มขึ้น และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนจำนวนก็เพิ่มเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก ส่วนตัวมองว่าเกิดจากนักลงทุนมีความเข้าใจในการซื้อขายคริปโตเคอเรนซี่มากขึ้น ทำให้เกิดความมั่นใจในการเปิดบัญชีเข้ามาซื้อขายแม้ภาวะตลาดจะไม่เอื้ออำนวยก็ตาม”
โดยความเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ดิจิทัลในเวลานี้ โดยเฉพาะในสินทรัพย์หลักอย่าง Bitcoin นั้นทิศทางราคายังเจิกับแรงกดดันอย่างต่อเนื่องจากการดูดซับสภาพคล่องของธนาคารกลางสหรัฐ ส่งผลให้ราคาสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกปรับตัวลดลง
ทิศทางราคา Bitcoin หลังจากนี้จะปรับตัวของู่ในกรอบ3.5 หมื่นดอลลาร์ ถึง 6 หมื่นดอลลาร์ต่อ BTC ซึ่งถือว่าเป็นกรอบที่ค่อนข้างกว้างมาก โดยคำแนะนำนั้นให้นักลงทุนเน้นการเทรดระยะสั้นในเหรียญขนาดใหญ่ ระมัดระวังการซื้อขายเหรียญขนาดเล็ก
