"ซีไอเอ็มบี ไทย" คาดเศรษฐกิจเกิด Big Shock กางแผน 4 ปีใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มรับมือ
นายสุธีร์ โล้วโสภณกุล รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจเกิดผลกระทบหนักสุด หรือภาวะ Big Shock ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก ทำให้เกิดช่องว่างการเติบโต และผลกระทบในครั้งนี้อยู่นานพอสมควร และยังไม่แน่ใจว่าภาคการท่องเที่ยวจะกลับมาฟื้นตัวได้เมื่อไหร่ ทั้งนี้ประเมินว่ารายได้จากนักท่องเที่ยว หายไป 10% ของมูลค่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี)
"ในภาวะเศรษฐกิจผันผวนเช่นนี้ ประกอบกับผลกระทบจากสถานการณ์ Covid-19 กระทบยาวนานกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ประเมินว่าการปล่อยสินเชื่อ ชะลอตัวกว่าอัตราเงินฝาก แต่มั่นใจว่าการบริหารความมั่นคั่งหรือ Wealth ยังเป็นโอกาสของธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ซึ่งธนาคารยังคงเน้นจุดเด่นในการเป็นผู้นำสินเชื่อรถมือสองและการเป็นผู้นำหุ้นกู้ตลาดรอง ประเมินส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ในปีนี้จะลดลง และมี ROE อยู่ที่ 1-5% อย่างไรก็ตามประเมินเมื่อผ่านจุดต่ำสุดในปีนี้ไปแล้ว เชื่อมั่นว่าปีหน้าเราจะผ่านจุดนี้ไปได้" นายสุธีร์กล่าว
ใช้จุดเด่นผู้นำตลาดรถยนต์มือสอง - แผนพัฒนาดิจิทัล รุกตลาดปีหน้า
แผนการดำเนินงานของในปี 2564-2567 ธนาคารฯ เน้นพัฒนาด้านดิจิทัล โดยตั้งเป้าเป็นผู้นำอาเซียนตามนโยบายของกลุ่มซีไอเอ็มบี ใน 4 ด้านสำคัญ ประกอบด้วย 1.ธุรกิจบริหารเงิน (Treasury) ซึ่งปัจจุบันธนาคารซีไอเอ็มบีไทยเป็นผู้นำตลาดหุ้นกู้ตลาดรองอยู่แล้ว 2.การปล่อยสินเชื่อลูกค้ารายย่อย โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ส่วนในก้านการปล่อยสินเชื่ออื่นๆ ธนาคารตั้งเป้าพัฒนาการให้บริการและระบบดิจิทัล เพื่อทำความเข้าใจกับความต้องการของลูกค้า 3.การพัฒนา Digital Banking ให้มากขึ้นในแผนงาน 1-3 ปีข้างหน้า โดยการทำธุรกรรมในปัจจุบันมีผู้ใช้งาน active เพิ่มเป็น 80% จากเดิมอยู่ที่ 43% และ 4.ในด้านการทำธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารซีไอเอ็มบีตั้งเป้าพัฒนาการทำธุรกิจข้ามประเทศ ผ่านการพัฒนาอาเซียนแพลตฟอร์ม
ส่วนผลประกอบการ 9 เดือนแรก 2563 ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย มีรายได้ 11,504.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (YoY) และมีกำไรสุทธิ 1,467.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.3% YoY จากรายได้ดอกเบี้ยและไม่ใช่ดอกเบี้ย กลยุทธ์การจับตลาดการเงินที่มีความผันผวน และความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ในปัจจุบันธนาคารตั้งสำรองเพิ่มขึ้น 20% YoY แต่ยังมีจุดเด่นเรื่องการเป็นผู้นำตลาดตราสารหนี้ตลาดรอง สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสอง ซึ่งพอร์ตเติบโต 25% เร็วที่สุดในตลาด และมีส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) อันดับ 2 ในตลาดรถยนต์มือสอง
ทั้งนี้สำหรับพอร์ตสินเชื่อคงค้างในปัจจุบัน ประมาณ 200,000 ล้านบาท แบ่งเป็น สินเชื่อรายใหญ่ (Wholesale) 75,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 30% และสืนเชื่อรายย่อยมากกว่า 100,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของพอร์ต
