Official Update :

ธปท.ขอเวลาประเมินผลกระทบโควิดรอบ3

นางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายและกำกับสถาบันการเงิน 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า พระราชกำหนดกการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2564 (พ.ร.ก. ฟื้นฟูฯ) วงเงินรวม 3.5 แสนล้านบาท ประกอบด้วย 2 มาตรการช่วยเหลือ ได้แก่


1. มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ (สินเชื่อฟื้นฟู) วงเงิน 2.5 แสนล้านบาท


2. มาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้ (โครงการพักทรัพย์ พักหนี้) วงเงิน 1 แสนล้านบาท


ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่10เม.ย. 2564 ถือเป็นมาตรการทางการเงินเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 แม้ว่าจะไม่มีมาตรการล็อกดาวน์ การงดกิจการ หรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่การระบาดในรอบนี้ก็อาจจะซ้ำเติมบางธุรกิจที่มีสายป่านสั้นให้เดือดร้อนมากขึ้น รวมไปถึงภาคครัวเรือนด้วย


“ธปท. มองว่ามาตรการที่ออกมาไม่ใช่ยาขนานวิเศษที่จะแก้ปัญหาที่เกิดจากโควิด-19 ได้ทั้งหมด ดังนั้นการทำมาตรการจึงจำเป็นต้องร่วมกันในหลายส่วน ซึ่งที่ผ่านมามีการหารือพูดคุยกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทำให้มาตรการที่ออกมาในครั้งนี้มีความยืดหยุ่น เพื่อรองรับความไม่แน่นอน ครอบคลุมการแก้ปัญหาที่หลากหลายมากขึ้น ดังนั้นหากวงเงินในมาตรการใดเหลือก็สามารถเอาไปปรับเปลี่ยนกับวงเงินในอีกมาตรการได้ แต่เมื่อรวมแล้วต้องไม่เกิน 3.5 แสนล้านบาท” นางสาวสุวรรณี กล่าว นางสาวสุวรรณี กล่าวว่า สถาบันการเงินสามารถยื่นคำขอกู้เงินจาก ธปท. ตามมาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อฟื้นฟู และโครงการพักทรัพย์พักหนี้ ได้ตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย. 2564 เป็นต้นไป โดย ธปท. ไม่ได้คาดหวังว่าเม็ดเงินจากมาตรการทั้งหมดจะออกไปอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้นจึงได้มีการออกแบบรนะยะเวลาของมาตรการไว้ค่อนข้างยาว คือ 2 ปี ซึ่งเม็ดเงินจากมาตรการจะค่อย ๆ ทยอยออกตามความต้องการใช้เงินของผู้ประกอบธุรกิจ โดยระยะแรกอาจเป็นการใช้จ่ายเพื่อเติมสภาพคล่อง จ่ายค่าแรง ค่าค่าน้ำค่าไฟ และระยะต่อไปอาจเป็นการใช้จ่ายเพื่อเติมสภาพคล่องให้สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้ และในระยะถัดไปเป็นช่วงที่ธุรกิจจะกลับมาดำเนินการในรูปแบบปกติได้ก็อาจต้องการสภาพคล่องเพื่อฟื้นฟู และปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจการ ซึ่งเม็ดเงินจากมาตรการจะรองรับในส่วนดังกล่าวได้


อย่างไรก็ตาม แม้ขณะนี้จะยังไม่เปิดให้ยื่นกู้ แต่ ธปท.ได้กำชับไปยังสถาบันการเงินว่าหากมีลูกค้าติดต่อเข้ามา ให้รับคำขอของลูกค้าไว้ก่อน ซึ่งเบื้องต้นทราบว่าพอจะมีการตกลงเงื่อนไขกันบ้างแล้ว โดยเชื่อว่ามาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมทั้ง 2 มาตรการนี้ จะช่วยให้สถาบันการเงินสามารถปล่อยเม็ดเงินลงไปในลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงสูงได้มากกว่า พ.ร.ก.ซอฟท์โลน เดิมได้


โดย ธปท. ได้ออกประกาศ 2 ฉบับ เพื่อกำหนดขอบเขตคุณสมบัติของผู้ประกอบธุรกิจที่สามารถเข้าร่วมโครงการ หลักการ และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง ในทั้ง 2 มาตรการ (มาตรการสินเชื่อฟื้นฟู และโครงการพักทรัพย์ พักหนี้) ตาม พ.ร.ก.ฟื้นฟูฯ ซึ่งได้ลงประกาศไว้ในเว็บไซต์ของ ธปท. แล้ว


อย่างไรก็ดี ขณะนี้ ธปท.อยู่ระหว่างการประเมินความเปราะบางของธุรกิจเอสเอ็มอีจากผลกระทบการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ที่กระจายไปในวงกว้างกว่ารอบที่ผ่านมา ส่วนผลกระทบจะมีมากน้อยเพียงใดนั้น ต้องขอไปรวบรวมข้อมูลให้ชัดเจนก่อน พร้อมมองว่า หากมีความจำเป็นต้องปรับหลักเกณฑ์ หรือเงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับความจำเป็นสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นนั้น ธปท. ก็สามารถปรับปรุงแก้ไขได้ในชั้นของประกาศ ธปท.ได้เลย

Post Today

Most Viewed
News Highlight
เซ็นทรัล รีเทล พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ BART LAB มหิดล ร่วมลงนาม LOI ขับเคลื่อนรีเทลแห่งอนาคต เปลี่ยนพื้นที่เป็น Living Lab
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
อินทนิลร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เปิดงานเทศกาลกินเจ ชวนเติมสิ่งดีๆ ให้ร่างกาย ด้วยเมนูเจและเครื่องดื่ม Plant-based ทางเลือกที่ดื่มง่ายในทุกวัน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
SCC ลุ้นกำไร Q3/69 ฟื้นแตะ 2.8 พันลบ. หนุนผลงานทั้งปี 69 โตพุ่ง 400% รับปิโตรเคมีฟื้น–ต้นทุนลดหนุนมาร์จิ้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
แม็คโคร-โลตัส ชวนสัมผัสรสชาติ และสินค้าระดับพรีเมียมจากออสเตรเลีย ในแคมเปญ “Taste of Australia 2026”
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นท่องเที่ยวไม่สะเทือน! เหตุโจมตีสนามบินซาอุฯ โบรกฯ ชี้กระทบจำกัด หากไม่ลาม Gulf Hub ลุ้นโรงแรม Q4/69 กำไรฟื้น CENTEL-ERW เด่น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us