เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก64 ติดลบ 2.6%

เศรษฐกิจไทยไตรมาส 64 แรกติดลบ 2.6% ทั้งปียังเก่งคาดว่าโตได้ 1.5 – 2.5%


นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2564 ขยายตัวลดลง 2.6% ปรับตัวดีขึ้นจากการลดลง 4.2% ในไตรมาสที่ 4/2563 จากการการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 ที่เริ่มขึ้นในช่วงปลายปี 2563 ส่งผลกระทบให้การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคขั้นสุดท้ายของเอกชนกลับมาลดลงอีกครั้ง


ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยปี 2564 คาดว่าจะขยายตัว 1.5 – 2.5% ปรับตัวดีขึ้นอย่างช้า ๆ จากการลดลง 6.1% ในปี 2563 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก

(1) การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก


(2) แรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายภาครัฐ


(3) การปรับตัวตามฐานการขยายตัวที่ต่ำผิดปกติในปี 2563 ทั้งนี้ คาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปดอลลาร์ สรอ.จะขยายตัว 10.3% ขณะที่การอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนจะขยายตัว 1.6% และ 4.3% ตามลำดับ ส่วนการลงทุนภาครัฐคาดว่าจะขยายตัว 9.3% อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยอยู่ในช่วงร้อยละ 1.0 – 2.0 และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลร้อยละ 0.7 ของ GDP







นายดนุชา กล่าวว่า ประเด็นการบริหารเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี 2564 ควรให้ความสำคัญกับ

(1) การควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดภายในประเทศเพื่อให้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงและอยู่ในวงจำกัดโดยเร็ว และการป้องกันการกลับมาระบาดรุนแรงในระลอกใหม่ โดยมุ่งเน้น


(2) การดำเนินมาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชน แรงงาน และภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดและมาตรการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ประกอบด้วย

(i) การเร่งรัดติดตามมาตรการต่าง ๆ ทั้งด้านการเงินและการคลังที่ได้ดำเนินการไปแล้วให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการพิจารณามาตรการเพิ่มเติมและปรับเปลี่ยนมาตรการเดิมให้ตอบสนองภาคเศรษฐกิจและพื้นที่เศรษฐกิจที่มีข้อจำกัดในการฟื้นตัว และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันให้มากที่สุด


(ii) การพิจารณามาตรการช่วยเหลือภาคแรงงานผ่านมาตรการรักษาระดับการจ้างงานให้แก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ได้รับผลกระทบ ควบคู่ไปกับการพิจารณามาตรการสร้างงานใหม่และมาตรการพัฒนาทักษะแรงงาน และ (iii) การพิจารณาดำเนินมาตรการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะต่อไปภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มคลี่คลายลง


(3) การขับเคลื่อนการส่งออกสินค้า เพื่อสร้างรายได้จากต่างประเทศและสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคการผลิตและการลงทุนภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับ


(4) การส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน


(5) การรักษาแรงขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ โดยการเร่งรัดการเบิกจ่าย


(6) การเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อให้ภาคการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่องสามารถกลับมาฟื้นตัวได้ทันทีที่มีการกระจายวัคซีนทั้งในและต่างประเทศที่เป็นแหล่งต้นทางของนักท่องเที่ยวครอบคลุมเป็นวงกว้างและเพียงพอต่อการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ โดยควรให้ความสำคัญกับการพิจารณาจัดสรรและกระจายวัคซีนให้แก่พื้นที่แหล่งท่องเที่ยวนำร่องในจำนวนที่เพียงพอควบคู่ไปกับการพิจารณาเตรียมความพร้อมของพื้นที่เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งในด้านระบบรองรับการเฝ้าระวังสอบสวนโรค การปรับปรุงที่พักและแหล่งท่องเที่ยวให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเตรียมระบบสนับสนุนความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและการเดินทาง และการปรับปรุงการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ


(7) การรักษาบรรยากาศทางการเมืองภายในประเทศ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19












Post Today

Most Viewed
Stock of the Day
กรมศุลกากร ทรานส์ฟอร์ม สู่ NEXT DRIVE CUSTOMS สลัดภาพ "บ้านผีสิง" สู่ "Modern House" หนุนมูลค่าการค้าไทยแตะ 27 ล้านล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fund Move
“ก.คลัง”...เตรียมเปิดขาย “บอนด์ ออมพลัส” ล็อตแรก 4,000 ล้านบาท ก.ค. นี้
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“กรกฎา-ปีมะเมีย” เกาะเทรนด์ “AI Megatrend”… ชู 2 ธีมเด่น “หุ้นเกาหลีใต้-Semiconductor” ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
โผล่อีกราย! MAJOR จี้ ก.ล.ต. ตรวจสอบ ปมผู้ยื่นแบบ 246-2 อ้างถือหุ้น 9.99% ชี้ข้อมูลไม่สอดคล้องข้อเท็จจริงบริษัท
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลาก่อน 1,600! SET ปิดเช้าดิ่ง 20 จุด รับแรงกดดันกลุ่มเทคฯ ตามภูมิภาค โบรกฯ คาดดัชนีบ่ายมีแนวโน้มซึมลง
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us