ส.อ.ท.ผนึก 163 บริษัท เร่งจ่ายค่าสินค้าเติมสภาพคล่องเอสเอ็มอี
ส.อ.ท.ฟื้นแคมเปญ FTI Faster Payment Phase 2 จับมือรายใหญ่ เสริมสภาพคล่องเอสเอ็มอี ในซัพพลายเชนกว่า 2 หมื่นราย ช่วงโควิด
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ฟื้นโครงการ “FTI Faster Payment Phase 2” กลับมาอีกครั้ง โดยได้จับมือกับ 163 บริษัท เพื่อเข้ามาช่วยเหลือสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในระลอกที่ 3 ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของทุกภาคส่วน หลายธุรกิจประสบปัญหายอดขายลดลงและขาดสภาพคล่องทางการเงิน
ทั้งนี้แนวทางหนึ่งที่ภาคเอกชนจะสามารถร่วมแรงร่วมใจ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการด้วยกันให้อยู่รอดในสถานการณ์ที่ไม่ปกตินี้ได้ คือ การช่วยกันชำระค่าสินค้าหรือบริการให้แก่คู่ค้าเร็วขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา ส.อ.ท. ได้ดำเนินโครงการ FTI Faster Payment (ส.อ.ท. ช่วยเศรษฐกิจไทย) ชำระหนี้ค่าสินค้าหรือบริการให้แก่คู่ค้าที่เป็น เอสเอ็มอี ภายใน 30 วัน โดยมีซัพพลายเออร์ที่เป็นเอสเอ็มอีไม่ต่ำกว่า 20,000 กิจการที่ได้รับประโยชน์ มีมูลค่าการซื้อขาย ในซัพพลายเชนอย่างน้อย 4,300 ล้านบาทต่อเดือน
อย่างไรก็ตาม โครงการในเฟสสองนี้ ได้ร่วมกับ 163 บริษัทที่เคยเข้าร่วมโครงการในครั้งที่แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสมาชิกของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นบริษัทในเครือ SCG, บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน), กลุ่มบริษัทซีพี, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และกลุ่มค้าส่งค้าปลีกรายใหญ่ ซึ่งทั้งหมดนี้มี SME ในซัพพลายเชนหลายหมื่นราย และจะขอความร่วมมือขยายผลไปยังกลุ่มผู้ประกอบการในตลาด MAI และ SET100 โดยคาดหวังว่าโครงการ FTI Faster Payment Phase 2 จะช่วยเพิ่มเสริมสภาพคล่องให้เกิดทั้งซัพพลายเชน ซึ่งจะเป็นการช่วยพยุงเศรษฐกิจในภาวะวิกฤติให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้
นอกจากนี้ FTI Faster Payment จะสามารถต่อยอดไปยังแพล็ตฟอร์ม Digital Factoring ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ซึ่ง ส.อ.ท. ได้มีการหารือไปในเบื้องต้นแล้ว โดยได้เสนอประเด็นต่างๆ ที่จะสามารถขับเคลื่อน Digital Factoring ให้สามารถเกิดขึ้นได้เร็วและเป็นไปได้ รวมถึง ส.อ.ท. สามารถสนับสนุนการพัฒนาระบบในการตรวจสอบยืนยัน Invoice ในโครงการเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสถาบันการเงินมากขึ้น
นายสุพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบและไม่ได้อยู่ในซัพพลายเชนดังกล่าว ไม่ได้ละทิ้ง และยังคงหาแนวทางในการช่วยเหลือเร่งด่วนในรูปแบบอื่นๆ ต่อไป อาทิ การร่วมกับ บสย.จัดอบรมและ Workshop เตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการในการเข้าถึงสินเชื่อภายใต้มาตรการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบการธุรกิจฯ (ซอฟท์โลน) และติดตามรับฟังปัญหาของ SME ที่ยังเข้าไม่ถึงมาตรการดังกล่าว
ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้คุณปรีชา ส่งวัฒนา รองประธานสภาอุตสาหกรรมฯ ดูแลงานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) เป็นผู้ดูแลมาตรการต่างๆ เป็นหลัก
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ฟื้นโครงการ “FTI Faster Payment Phase 2” กลับมาอีกครั้ง โดยได้จับมือกับ 163 บริษัท เพื่อเข้ามาช่วยเหลือสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในระลอกที่ 3 ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของทุกภาคส่วน หลายธุรกิจประสบปัญหายอดขายลดลงและขาดสภาพคล่องทางการเงิน
ทั้งนี้แนวทางหนึ่งที่ภาคเอกชนจะสามารถร่วมแรงร่วมใจ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการด้วยกันให้อยู่รอดในสถานการณ์ที่ไม่ปกตินี้ได้ คือ การช่วยกันชำระค่าสินค้าหรือบริการให้แก่คู่ค้าเร็วขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา ส.อ.ท. ได้ดำเนินโครงการ FTI Faster Payment (ส.อ.ท. ช่วยเศรษฐกิจไทย) ชำระหนี้ค่าสินค้าหรือบริการให้แก่คู่ค้าที่เป็น เอสเอ็มอี ภายใน 30 วัน โดยมีซัพพลายเออร์ที่เป็นเอสเอ็มอีไม่ต่ำกว่า 20,000 กิจการที่ได้รับประโยชน์ มีมูลค่าการซื้อขาย ในซัพพลายเชนอย่างน้อย 4,300 ล้านบาทต่อเดือน
อย่างไรก็ตาม โครงการในเฟสสองนี้ ได้ร่วมกับ 163 บริษัทที่เคยเข้าร่วมโครงการในครั้งที่แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสมาชิกของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นบริษัทในเครือ SCG, บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน), กลุ่มบริษัทซีพี, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และกลุ่มค้าส่งค้าปลีกรายใหญ่ ซึ่งทั้งหมดนี้มี SME ในซัพพลายเชนหลายหมื่นราย และจะขอความร่วมมือขยายผลไปยังกลุ่มผู้ประกอบการในตลาด MAI และ SET100 โดยคาดหวังว่าโครงการ FTI Faster Payment Phase 2 จะช่วยเพิ่มเสริมสภาพคล่องให้เกิดทั้งซัพพลายเชน ซึ่งจะเป็นการช่วยพยุงเศรษฐกิจในภาวะวิกฤติให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้
นอกจากนี้ FTI Faster Payment จะสามารถต่อยอดไปยังแพล็ตฟอร์ม Digital Factoring ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ซึ่ง ส.อ.ท. ได้มีการหารือไปในเบื้องต้นแล้ว โดยได้เสนอประเด็นต่างๆ ที่จะสามารถขับเคลื่อน Digital Factoring ให้สามารถเกิดขึ้นได้เร็วและเป็นไปได้ รวมถึง ส.อ.ท. สามารถสนับสนุนการพัฒนาระบบในการตรวจสอบยืนยัน Invoice ในโครงการเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสถาบันการเงินมากขึ้น
นายสุพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบและไม่ได้อยู่ในซัพพลายเชนดังกล่าว ไม่ได้ละทิ้ง และยังคงหาแนวทางในการช่วยเหลือเร่งด่วนในรูปแบบอื่นๆ ต่อไป อาทิ การร่วมกับ บสย.จัดอบรมและ Workshop เตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการในการเข้าถึงสินเชื่อภายใต้มาตรการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบการธุรกิจฯ (ซอฟท์โลน) และติดตามรับฟังปัญหาของ SME ที่ยังเข้าไม่ถึงมาตรการดังกล่าว
ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้คุณปรีชา ส่งวัฒนา รองประธานสภาอุตสาหกรรมฯ ดูแลงานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) เป็นผู้ดูแลมาตรการต่างๆ เป็นหลัก
Most Viewed
Where to put your money
“ความผันผวน” ไม่ใช่ศัตรูของนักลงทุน... แต่เป็น “โอกาส” ในการปรับพอร์ตให้ดีขึ้น !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“FP INDIA-D” ดัก “หุ้นอินเดีย” ช่วงตลาดย่อ... รอฟื้นตัว เหตุ “พื้นฐานแกร่ง-ราคาไม่แพง” !!!
เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“กบข.” แนะสมาชิก “ออมเร็ว-ออมเพิ่ม-ออมอย่างเหมาะสม-ออมอย่างต่อเนื่อง”... สู่เป้าหมาย “เกษียณมั่นคง” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Wealth EZ
“เจ้าของธุรกิจ”...เกษียณอย่างเป็นสุข !!!
เมื่อ อีก 22 ชั่วโมง
Stock of the Day
BTS เตรียมขายหุ้นกู้ 3 ชุด ดอกเบี้ย 3.20% – 3.75% คาดเปิดจองซื้อ 25, 28–29 ก.ย. นี้ ชูการเงินแกร่ง-กระแสเงินสดมั่นคง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us
