Official Update :

ม.อ. แนะรัฐชูการท่องเที่ยวชุมชน เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวจากอ่าวไทยสู่อันดามัน หวังสร้างการเติบโตยั่งยืน

นักวิชาการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ระดมความคิดแนะแนวทางฟื้นฟูท่องเที่ยวภาคใต้ ด้วยการยกระดับการท่องเที่ยววิถีชุมชนฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ดึงเอกลักษณ์ของแต่ละชุมชน ประเพณี วัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่แตกต่างภายใต้พหุวัฒนธรรม สร้างมนต์เสน่ห์ด้านการท่องเที่ยวใหม่

รศ.ดร.ปาริชาติ วิสุทธิสมาจาร คณะการจัดการสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตหาดใหญ่ เปิดเผยว่า แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้มีความหลากหลาย สามารถนำมาสร้างจุดขายควบคู่กับแหล่งท่องที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวโลก ซึ่งมองว่าการท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชน หรือ Community Base Tourism คือการนำความแตกต่างด้านพหุวัฒนธรรมของคนในพื้นที่ ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมที่เก่าแก่และมีเอกลักษณ์ มายกระดับเป็นจุดขายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสกับวิถีชีวิตของคนในชุมชน ซึ่ง ม.อ. ทั้ง 5 วิทยาเขต ได้ใช้องค์ความรู้ทางด้านวิชาการและงานวิจัย เพื่อยกระดับการท่องเที่ยววิถีชุมชนในฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน โดยได้ลงพื้นที่ไปสัมผัสร่วมพูดคุยกับชุมชนร่วมกันพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชนในแต่ละจังหวัด เพื่อช่วยกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวแต่ละแห่งให้ลงไปสู่ระดับอำเภอหรือตำบล แทนที่เม็ดเงินรายได้ดังกล่าวจะกระจุกตัวอยู่แต่ในตัวเมืองหรือแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญเท่านั้น

สำหรับวิทยาเขตหาดใหญ่ ได้ดำเนินการฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยวลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา หรือการท่องเที่ยวเชิงนิเวศลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาที่ได้ดำเนินการมานานกว่า 10 ปี เพื่อสร้างสมดุลระหว่างระบบนิเวศ เศรษฐกิจและชุมชน มีการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตควบคู่ไปด้วย ทำให้สามารถกระจายเม็ดเงินด้านการท่องเที่ยวแก่ชุมชนได้เป็นอย่างดี

ผศ.ดร.อรุณีวรรณ บัวเนี่ยว คณะวิทยาการสื่อสาร วิทยาเขตปัตตานี กล่าวว่า ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวภาคใต้ตอนล่างนั้น ทางวิทยาเขตปัตตานีได้เข้าสร้างภาพลักษณ์ให้แก่การท่องเที่ยวให้กลับมามีสีสัน ด้วยการทำโครงการ Pattani Heritage City หรือวงแหวนพหุวัฒนธรรมเมืองปัตตานี เพื่อสร้างจุดขายด้านการเป็นดินแดนพหุวัฒนธรรม โดยนักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นความหลากหลายของวัฒนธรรม สัมผัสถึงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ การอยู่ร่วมกันของผู้คนต่างศาสนา พร้อมกันนี้ยังได้พัฒนาผู้ประกอบการ ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่เป็นภูมิปัญญาของคนในพื้นที่ เช่น ผ้าทอจวนตานี กิจกรรมเดินทัวร์รอบเส้นทาง เป็นต้น

ผศ.ดร.กุลดา เพ็ชรวรุณ คณะการบริการและการท่องเที่ยว วิทยาเขตภูเก็ต กล่าวว่า แม้จังหวัดภูเก็ตจะขึ้นชื่อว่ามีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติเป็นจำนวนมาก แต่ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชุมชนที่มีการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว 7 เส้นทางที่มีการเชื่อมโยงวิถีชีวิตของคนในชุมชนตั้งแต่ฝั่งอันดามันถึงอ่าวไทยที่ ม.อ.ได้เข้าไปให้ความรู้แก่ชุมชนในการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์ภายในตำบลที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ด้วยวิธีการทำตลาดและการสร้างตราสินค้า รวมถึงการจัดงานเทศกาลประเพณีที่สำคัญกลายเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัด เช่น เทศกาลกินเจ เป็นต้น

Most Viewed
News Highlight
เซ็นทรัล รีเทล พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ BART LAB มหิดล ร่วมลงนาม LOI ขับเคลื่อนรีเทลแห่งอนาคต เปลี่ยนพื้นที่เป็น Living Lab
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
อินทนิลร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เปิดงานเทศกาลกินเจ ชวนเติมสิ่งดีๆ ให้ร่างกาย ด้วยเมนูเจและเครื่องดื่ม Plant-based ทางเลือกที่ดื่มง่ายในทุกวัน
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
แม็คโคร-โลตัส ชวนสัมผัสรสชาติ และสินค้าระดับพรีเมียมจากออสเตรเลีย ในแคมเปญ “Taste of Australia 2026”
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
SCC ลุ้นกำไร Q3/69 ฟื้นแตะ 2.8 พันลบ. หนุนผลงานทั้งปี 69 โตพุ่ง 400% รับปิโตรเคมีฟื้น–ต้นทุนลดหนุนมาร์จิ้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นท่องเที่ยวไม่สะเทือน! เหตุโจมตีสนามบินซาอุฯ โบรกฯ ชี้กระทบจำกัด หากไม่ลาม Gulf Hub ลุ้นโรงแรม Q4/69 กำไรฟื้น CENTEL-ERW เด่น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us