Official Update :

กกร.กังวลเศรษฐกิจไทยปัจจัยเสี่ยงรอบตัว หั่นเป้าจีดีพีปีนี้ติดลบ 8%

ภาคเอกชนคาดไตรมาส 2 จีดีพีส่อติดลบเลขสองหลัก ผลจากโควิดยังฉุดเศรษฐกิจทั่วโลกถดถอย แม้ไทยคลายล็อค อัดมาตรการเยียวยา แต่กำลังซื้อยังแผ่ว คาดปีนี้จีดีพีติดลบหนัก 8% ส่วนส่งออกยังน่าเป็นห่วงค่าเงินบาทแข็งค่าเร็วกว่าในภูมิภาค

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ได้แก่ สมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ว่า ที่ประชุมได้ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทย ในเดือนพ.ค.และมิ.ย. 2563 แม้ภาครัฐทยอยคลายล็อกให้กิจกรรมเศรษฐกิจกลับมาเปิดดำเนินการ แต่เครื่องชี้เศรษฐกิจส่วนใหญ่ยังอยู่ในภาวะหดตัว จากกำลังซื้อที่อ่อนแอของครัวเรือนและภาคธุรกิจ ส่งผลต่อบรรยากาศการใช้จ่ายภายในประเทศ

ขณะเดียวกัน การส่งออกและการท่องเที่ยวยังอยู่ภายใต้แรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกที่ถดถอยและสถานการณ์โควิดในต่างประเทศที่ยังไม่ยุติ ทิศทางดังกล่าว คาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ปี 2563 หดตัวลงลึกสู่อัตราเลขสองหลัก

ทั้งนี้ในช่วงครึ่งปีหลัง แนวโน้มเศรษฐกิจยังเผชิญความไม่แน่นอนสูง จากการระบาดของไวรัสโควิดในบางประเทศที่ยังรุนแรง ซึ่งจะทำให้การเปิดพรมแดนระหว่างประเทศของไทยคงเกิดขึ้นอย่างจำกัด ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว ในขณะที่ แรงฉุดจากเศรษฐกิจโลก สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน และประเทศอื่นๆ ตลอดจนเงินบาทที่แข็งค่า อาจยังกดดันการส่งออกและการผลิตภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะหมวดสินค้าไม่จำเป็นต่อการดำรงชีพ

สำหรับมาตรการเยียวยาผลกระทบจากโควิด ควบคู่กับแรงขับเคลื่อนจากกลไกภาครัฐผ่านการอนุมัติแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 4 แสนล้านบาท ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม จะเข้ามาช่วยประคองให้เศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี ทยอยฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด

อย่างไรก็ตามการกลับสู่ภาวะปกติก่อนโควิดของกิจกรรมทางเศรษฐกิจคงต้องใช้เวลา และจำเป็นต้องอาศัยการดำเนินนโยบายการเงินและการคลังที่ผ่อนคลายอย่างต่อเนื่อง

นายปรีดี กล่าวว่า ที่ประชุม กกร.ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2563 ลงมาเป็น -8.0% ถึง -5.0% (จากเดิม -5.0% ถึง -3.0%) ขณะที่ปรับลดกรอบประมาณการการส่งออกมาเป็น -10.0% ถึง -7.0% (จากเดิม -10.0% ถึง -5.0%) และปรับลดอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมาที่ -1.5% ถึง -1.0% (จากเดิม -1.5% ถึง 0.0%)

อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังมีความเป็นห่วงเรื่องเงินบาทที่แข็งค่าในอัตราที่เร็วกว่าสกุลเงินภูมิภาคในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และยังมีความเป็นไปได้ที่เงินบาทจะมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอีกในระยะข้างหน้า จากเงินดอลลาร์ฯที่อยู่ภายใต้แรงกดดันจากเศรษฐกิจสหรัฐฯที่อ่อนแอกว่าคาดและการดำเนินนโยบายอัดฉีด QE ของสหรัฐฯ

Most Viewed
News Highlight
เซ็นทรัล รีเทล พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ BART LAB มหิดล ร่วมลงนาม LOI ขับเคลื่อนรีเทลแห่งอนาคต เปลี่ยนพื้นที่เป็น Living Lab
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
อินทนิลร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เปิดงานเทศกาลกินเจ ชวนเติมสิ่งดีๆ ให้ร่างกาย ด้วยเมนูเจและเครื่องดื่ม Plant-based ทางเลือกที่ดื่มง่ายในทุกวัน
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
แม็คโคร-โลตัส ชวนสัมผัสรสชาติ และสินค้าระดับพรีเมียมจากออสเตรเลีย ในแคมเปญ “Taste of Australia 2026”
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
SCC ลุ้นกำไร Q3/69 ฟื้นแตะ 2.8 พันลบ. หนุนผลงานทั้งปี 69 โตพุ่ง 400% รับปิโตรเคมีฟื้น–ต้นทุนลดหนุนมาร์จิ้น
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นท่องเที่ยวไม่สะเทือน! เหตุโจมตีสนามบินซาอุฯ โบรกฯ ชี้กระทบจำกัด หากไม่ลาม Gulf Hub ลุ้นโรงแรม Q4/69 กำไรฟื้น CENTEL-ERW เด่น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us