เอกชนชง 4 ข้อเสนอศบค.เปิดเมืองปลอดภัย รัฐคลายล็อกเสียหายลดเหลือเดือนละ 7 หมื่นลบ.
หอการค้าไทยร่วมถกศบค.ย้ำเปิดประเทศส่งสัญญาณดี ชี้รัฐสื่อสารต้องชัดเจนคลายล็อกกิจการใด มีมาตรฐานเดียวตามโซนเสี่ยง แนะออกมาตรการกระตุ้นปั๊มการใช้จ่ายในประเทศ
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยหลังร่วมประชุ ศบค.ในวันนี้ว่า ที่ประชุมได้มีการหารือถึงสถานการณ์การแพร่ระบาด การกระจายวัคซีน และการจัดหายา นอกจากนั้น ได้มีการปรับระดับของพื้นที่ รวมถึงการผ่อนคลายกิจกรรมต่างๆ ซึ่งในเรื่องเหล่านี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี จะต้องมีการสื่อสารที่ชัดเจน และทำความเข้าใจกับประชาชนและผู้ประกอบการ เพื่อให้เกิดความร่วมมือและมีวินัยในการปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ ด้วย
ทั้งนี้การประกาศความชัดเจนในการเปิดประเทศของนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ให้ทุกภาคส่วนได้มีการเตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการบริหารจัดการในการลดความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้เศรษฐกิจสามารถเดินหน้าและอยู่ร่วมกับการระบาดที่สามารถจัดการได้ โดยทาง กกร. ได้มีข้อเสนอไปยังภาครัฐ 4 ประเด็น ได้แก่
1. การสื่อสารขั้นตอนการเดินทางเข้าประเทศไทยที่ชัดเจน ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง รวมถึงการเดินทางภายในประเทศไทยจากจังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดหนึ่ง และมีหน่วยงานเจ้าภาพที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดความเข้าใจและสามารถปฏิบัติได้ตรงกันทุกหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้ ภาครัฐต้องสร้างความเชื่อมั่น โดยการสื่อสารไปยังประเทศต่าง ๆ ถึงกระบวนการที่นักเดินทางจะวางแผนเข้าประเทศไทย
2. การดำเนินการและขั้นตอนในการเปิดพื้นที่และการเปิดสถานประกอบการ ควรให้มีการเปิดกิจการอย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ซึ่งควรมีมาตรฐานเดียวกันตามโซนความเสี่ยง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ว่าจะมีการกระจายวัคซีนได้อย่างทั่วถึงภายในสิ้นปีนี้ โดยภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนการกระจายฉีดวัคซีนเพิ่มเติมทั้งเข็ม 2 และเข็ม 3
3. การส่งเสริมการใช้ระบบและมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับมาติดตามและลดความเสี่ยงสำหรับนักเดินทาง ซึ่งจะช่วยสร้างภาพลักษณ์และความแตกต่างของการเดินทางเข้ามาในประเทศ สร้างประสบการณ์ที่ดีของการเข้า-ออกประเทศไทย โดยการนำ Digital Transformation มาใช้นี้ จะช่วยลดปัญหาต่าง ๆ จากระบบ manual ให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และสามารถรองรับปริมาณนักเดินทางได้มากขึ้น นอกจากนั้น ภาครัฐควรดูแลระบบฐานข้อมูลกลางของระบบ Digital health pass ที่นำมาใช้เก็บข้อมูล ตรวจสอบ และเปิดกว้างให้เอกชนสามารถเชื่อมต่อ โดยภาคเอกชนยินดีเข้าไปสนับสนุนในส่วนนี้
4. การท่องเที่ยวจากต่างประเทศในปีนี้ อาจจะยังไม่สามารถช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น ภาครัฐควรเร่งให้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ เพื่อเป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ให้เกิดการกระจายรายได้ พร้อมไปกับการรักษาการจ้างงาน ซึ่งจะช่วยเร่งการฟื้นตัวในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้
“หอการค้าไทยได้ย้ำเรื่องต้องนำบทเรียนที่เราได้จากการเปิด Phuket Sandbox มาให้แผนงานที่เตรียมการไว้ สามารถปฏิบัติได้จริง พร้อมย้ำเรื่องการจัดสรรวัคซีนให้แรงงานต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียนแล้วประกอบอาชีพในประเทศไทยด้วย เพื่อรองรับการเปิดประเทศโดยเฉพาะภาคบริการ พร้อมกันนั้นยังมีแผนงานที่ประเทศไทยต้องเร่งดำเนินการ เพื่อรองรับการเติบโต และสร้างความเชื่อมั่นในช่วงถัดไป ไม่ว่าจะเป็น การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว การเข้าร่วมเจรจาในกรอบ CPTPP เพื่อหาจุดในการเจรจาได้อย่างเหมาะสม การยกระดับการเดินทางมาประเทศไทยสู่การท่องเที่ยวคุณภาพ เพื่อเพิ่มการกระจายรายได้ไปยังพื้นที่อื่น ๆ พร้อมกับการโปรโมท Workation และการมาลงทุนขยายธุรกิจในประเทศไทย โดยข้อเสนอต่างๆนี้ หอการค้าไทยพร้อมที่จะเข้าไป ร่วมผลักดันกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประเทศไทยได้กลับมาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วในปีหน้า” นายสนั่นกล่าว
สำหรับผลจากการผ่อนคลายมาตรการรอบวันที่ 16 ตุลาคมนี้ เบื้องต้น มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ประเมินผลกระทบ จะมีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาทต่อวัน เพราะมีทั้งผ่อนคลายกิจการและขยายเวลาเปิดดำเนินการที่เพิ่มขึ้น กล่าวโดยสรุป เดือนสิงหาคมที่สถานการณ์ระบาดรุนแรง การล๊อคดาว์นทำให้มีความเสียหายทางเศรษฐกิจประมาณเดือนละ 3-4 แสนล้านบาท และเดือนกันยายนที่มีการผ่อนคลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมนั้นทำให้เศรษฐกิจกระทบเหลือ 1-2 แสนล้านบาทต่อเดือน และรอบนี้เมื่อมีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นความเสียหายก็ลดลงเหลือประมาณ 40,000-70,000 ล้านบาทต่อเดือน
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยหลังร่วมประชุ ศบค.ในวันนี้ว่า ที่ประชุมได้มีการหารือถึงสถานการณ์การแพร่ระบาด การกระจายวัคซีน และการจัดหายา นอกจากนั้น ได้มีการปรับระดับของพื้นที่ รวมถึงการผ่อนคลายกิจกรรมต่างๆ ซึ่งในเรื่องเหล่านี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี จะต้องมีการสื่อสารที่ชัดเจน และทำความเข้าใจกับประชาชนและผู้ประกอบการ เพื่อให้เกิดความร่วมมือและมีวินัยในการปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ ด้วย
ทั้งนี้การประกาศความชัดเจนในการเปิดประเทศของนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ให้ทุกภาคส่วนได้มีการเตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการบริหารจัดการในการลดความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้เศรษฐกิจสามารถเดินหน้าและอยู่ร่วมกับการระบาดที่สามารถจัดการได้ โดยทาง กกร. ได้มีข้อเสนอไปยังภาครัฐ 4 ประเด็น ได้แก่
1. การสื่อสารขั้นตอนการเดินทางเข้าประเทศไทยที่ชัดเจน ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง รวมถึงการเดินทางภายในประเทศไทยจากจังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดหนึ่ง และมีหน่วยงานเจ้าภาพที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดความเข้าใจและสามารถปฏิบัติได้ตรงกันทุกหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้ ภาครัฐต้องสร้างความเชื่อมั่น โดยการสื่อสารไปยังประเทศต่าง ๆ ถึงกระบวนการที่นักเดินทางจะวางแผนเข้าประเทศไทย
2. การดำเนินการและขั้นตอนในการเปิดพื้นที่และการเปิดสถานประกอบการ ควรให้มีการเปิดกิจการอย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ซึ่งควรมีมาตรฐานเดียวกันตามโซนความเสี่ยง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ว่าจะมีการกระจายวัคซีนได้อย่างทั่วถึงภายในสิ้นปีนี้ โดยภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนการกระจายฉีดวัคซีนเพิ่มเติมทั้งเข็ม 2 และเข็ม 3
3. การส่งเสริมการใช้ระบบและมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับมาติดตามและลดความเสี่ยงสำหรับนักเดินทาง ซึ่งจะช่วยสร้างภาพลักษณ์และความแตกต่างของการเดินทางเข้ามาในประเทศ สร้างประสบการณ์ที่ดีของการเข้า-ออกประเทศไทย โดยการนำ Digital Transformation มาใช้นี้ จะช่วยลดปัญหาต่าง ๆ จากระบบ manual ให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และสามารถรองรับปริมาณนักเดินทางได้มากขึ้น นอกจากนั้น ภาครัฐควรดูแลระบบฐานข้อมูลกลางของระบบ Digital health pass ที่นำมาใช้เก็บข้อมูล ตรวจสอบ และเปิดกว้างให้เอกชนสามารถเชื่อมต่อ โดยภาคเอกชนยินดีเข้าไปสนับสนุนในส่วนนี้
4. การท่องเที่ยวจากต่างประเทศในปีนี้ อาจจะยังไม่สามารถช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น ภาครัฐควรเร่งให้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ เพื่อเป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ให้เกิดการกระจายรายได้ พร้อมไปกับการรักษาการจ้างงาน ซึ่งจะช่วยเร่งการฟื้นตัวในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้
“หอการค้าไทยได้ย้ำเรื่องต้องนำบทเรียนที่เราได้จากการเปิด Phuket Sandbox มาให้แผนงานที่เตรียมการไว้ สามารถปฏิบัติได้จริง พร้อมย้ำเรื่องการจัดสรรวัคซีนให้แรงงานต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียนแล้วประกอบอาชีพในประเทศไทยด้วย เพื่อรองรับการเปิดประเทศโดยเฉพาะภาคบริการ พร้อมกันนั้นยังมีแผนงานที่ประเทศไทยต้องเร่งดำเนินการ เพื่อรองรับการเติบโต และสร้างความเชื่อมั่นในช่วงถัดไป ไม่ว่าจะเป็น การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว การเข้าร่วมเจรจาในกรอบ CPTPP เพื่อหาจุดในการเจรจาได้อย่างเหมาะสม การยกระดับการเดินทางมาประเทศไทยสู่การท่องเที่ยวคุณภาพ เพื่อเพิ่มการกระจายรายได้ไปยังพื้นที่อื่น ๆ พร้อมกับการโปรโมท Workation และการมาลงทุนขยายธุรกิจในประเทศไทย โดยข้อเสนอต่างๆนี้ หอการค้าไทยพร้อมที่จะเข้าไป ร่วมผลักดันกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประเทศไทยได้กลับมาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วในปีหน้า” นายสนั่นกล่าว
สำหรับผลจากการผ่อนคลายมาตรการรอบวันที่ 16 ตุลาคมนี้ เบื้องต้น มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ประเมินผลกระทบ จะมีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาทต่อวัน เพราะมีทั้งผ่อนคลายกิจการและขยายเวลาเปิดดำเนินการที่เพิ่มขึ้น กล่าวโดยสรุป เดือนสิงหาคมที่สถานการณ์ระบาดรุนแรง การล๊อคดาว์นทำให้มีความเสียหายทางเศรษฐกิจประมาณเดือนละ 3-4 แสนล้านบาท และเดือนกันยายนที่มีการผ่อนคลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมนั้นทำให้เศรษฐกิจกระทบเหลือ 1-2 แสนล้านบาทต่อเดือน และรอบนี้เมื่อมีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นความเสียหายก็ลดลงเหลือประมาณ 40,000-70,000 ล้านบาทต่อเดือน
Most Viewed
News Highlight
เซ็นทรัล รีเทล พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ BART LAB มหิดล ร่วมลงนาม LOI ขับเคลื่อนรีเทลแห่งอนาคต เปลี่ยนพื้นที่เป็น Living Lab
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Insurance
รวม 4 ประกันสำหรับเจ้านาย ทาสสายเปย์มีไว้..อุ่นใจกว่า
เมื่อ 12 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
อินทนิลร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เปิดงานเทศกาลกินเจ ชวนเติมสิ่งดีๆ ให้ร่างกาย ด้วยเมนูเจและเครื่องดื่ม Plant-based ทางเลือกที่ดื่มง่ายในทุกวัน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
SCC ลุ้นกำไร Q3/69 ฟื้นแตะ 2.8 พันลบ. หนุนผลงานทั้งปี 69 โตพุ่ง 400% รับปิโตรเคมีฟื้น–ต้นทุนลดหนุนมาร์จิ้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
แม็คโคร-โลตัส ชวนสัมผัสรสชาติ และสินค้าระดับพรีเมียมจากออสเตรเลีย ในแคมเปญ “Taste of Australia 2026”
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us
News Update
