ส่งออกโค้งสุดท้ายปีนี้โตทะลุ 12 % จี้รัฐช่วยลดต้นทุนเอกชน

สรท.ประเมินส่งออกไทยขยายตัวตามเศรษฐกิจโลก-เปิดประเทศ ลุ้นปีหน้าขยายตัว 5% วอนรัฐหั่นราคาพลังงาน-ต้นทุนค่าขนส่ง ดูแลเอสเอ็มอี


ดร.ชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยถึงภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยเดือนกันยายน 2564ว่า  การส่งออกมีมูลค่า 23,036 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 17.1% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 22,426.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 30.3% ส่งผลให้ดุลการค้าของประเทศไทยในเดือนกันยายน 2564 เกินดุลเท่ากับ 609.8 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 10,289.3 ล้านบาท


ด้านภาพรวมการค้าระหว่างประเทศของไทยในช่วง 9  เดือน(ม.ค.–ก.ย.)ของปี 2564 เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ไทยส่งออกรวมมูลค่า 199,997.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 15.5% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 197,980.9 ล้านเหรียญสหรัฐขยายตัว 30.9%  โดยคาดว่าส่งออกไทยในปี 2564 จะโตอย่างต่ำ 12% และอาจขยายตัวได้ 13%


“คาดส่งออกปีนี้อย่างต่ำ12 % ถ้าเป็นไปได้อาจถึง 13%  ซึ่งต้องอยู่บนพื้นฐานของค่าระวางเรือ ค่าเงินบาทและราคาน้ำมันที่ไม่ผันผวนไปจากนี้ ขณะที่ปีหน้าส่งออกจะขยายตัว5%ที่ลดลงจากปีนี้เพราะฐานในปี63อยู่ในระดับที่ต่ำประกอบกับสินค้าคงคลังน้อยดังนั้นในช่วง 11 เดือนนี้ลูกค้าจะเร่งสั่งออเดอร์สินค้ามากขึ้นและปีหน้าจะเริ่มปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติ”


ทั้งนี้ปัจจัยเสี่ยงที่ยังเป็นอุปสรรคการส่งออกในปี 2564 คือค่าระวางเรือยังคงทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องโดยเฉพาะสหภาพยุโรปและสหรัฐฯทำและปัญหา Space and Container allocation ไม่เพียงพอส่งผลให้เกิดตู้สินค้าตกค้างไม่สามารถส่งสินค้าได้ทันตามกำหนด


ขณะที่ปัญหาวัตถุดิบขาดแคลนและราคาผันผวนและอาจส่งผลรุนแรงขึ้นในไตรมาสที่ 4 โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วนสถานการณ์การระบาดโควิด-19ในประเทศแม้จำนวนผู้ติดเชื้อโดยรวมภายในประเทศไทยจะลดลง แต่ยังคงทรงตัวในระดับสูงภาคโรงงานอุตสาหกรรมต้องปรับเปลี่ยนเวลาในการทำงานเพื่อลดจำนวนพนักงานเข้าทำงานส่งผลกระทบต่อไลน์การผลิตเนื่องคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นสวนทางกับจำนวนพนักงานที่เข้าไลน์ผลิตได้บางส่วนภาครัฐต้องเร่งกระจายวัคซีนให้ได้ตามเป้าหมายวัคซีนสองเข็ม 50 ล้านคนภายในสิ้นปีรวมถึงแรงงานในภาคการผลิตขาดแคลนต่อเนื่อง ประกอบกับต้นทุนการจ้างงานปรับตัวสูงขึ้น กระทบการผลิตเพื่อส่งออกที่กำลังฟื้นตัวจากโควิด


อย่างไรก็ตามได้จัดทำข้อเสนอแนะไปยังภาครัฐดังนี้1.จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้แก่โครงการ SMEs Pro-active เพื่อเพิ่มจำนวนครั้งการจัดงานแสดงสินค้าในต่างประเทศให้มากขึ้น 2.ขยายระยะเวลาเงินช่วยเหลือลูกจ้างให้กับสถานประกอบการระดับSMEs เช่น เงินช่วยเหลือ 3,000 บาทต่อคน เพื่อคงสถานะการจ้างงานรวมถึงลดต้นทุนพลังงานในประเทศ ลดต้นทุนโลจิสติกส์ระหว่างประเทศและเร่งปรับปรุงขั้นตอนการทำงานภาครัฐให้เป็นอิเล็กทรอนิกส์และใช้ได้จริง


3.ยกระดับประสิทธิภาพแรงงาน อาทิ สนับสนุนด้านภาษีและงบประมาณฝึกอบรมให้กับแรงงานและสถานประกอบการเพื่อ Re-skill และ Up-skill เร่งฉีดวัคซีนให้พนักงานในภาคอุตสาหกรรมการผลิตให้ครอบคลุมโดยเร็ว 4.เพิ่มมาตรการส่งเสริมการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม
Post Today

Most Viewed
Stock of the Day
GUNKUL เซ็น PPA ใหม่ คว้าโรงไฟฟ้า 3 โครงการ หนุนพอร์ตพลังงานสีเขียวโตต่อ ดันกำลังผลิตรวมพุ่งแตะ 2,121 MW
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์ 4 ยักษ์ใหญ่จีนลงทุนไทย อัดงบ 7 หมื่นล้าน ลุย EV-AI นิคม ยานยนต์ ชิ้นส่วน พลังงานเด่น
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
มองครึ่งปีหลัง “สินทรัพย์เสี่ยง” ยังน่าสนใจ แต่ต้องเลือก... มองบวก “หุ้นไทย” ให้เป้าปีนี้ 1,630 – 1,660 จุด !!!
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ประเทศไทย จาก “Sick Man of Asia” สู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทาน AI ดาวรุ่ง? Bloomberg ชี้โอกาสรับย้ายฐานผลิต หนุนไทยขึ้นแท่นฐานลงทุนโลก
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ใช้กระป๋องน้ำอลูมิเนียมรีไซเคิลได้ 100%
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us