การเมือง-น้ำมัน-โอมิครอน ฉุดดัชนีความเชื่อมั่นฯร่วงต่ำสุดรอบ 5 เดือน
ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.ลดลงที่ระดับ 44.8 จากปัจจัยลบการเมืองไร้เสถียรภาพ ราคาน้ำมันสูงทำสินค้าแพง ขณะที่โอมิครอนยอดผู้ติดเชื้อยังเพิ่ม คาดเดือนก.พ.ยังทรุดต่อเนื่อง
รศ.ดร. พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.ว่าดัชนีความเชื่อมั่นฯ ปรับตัวลดลงจากระดับ 46.2 เป็น 44.8 ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดสายพันธุ์โอมิครอน ตลอดจนการ ที่ ศบค. มีคำสั่งยกเลิก Test & Go ทำให้ผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย
นอกจากนี้ การที่ระดับราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นและปัญหาราคาสินค้าแพงโดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาหมูและสินค้าอุปโภคบริโภคหลายรายหาร ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและในอนาคตปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือนเช่นกัน
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 38.7 41.4 และ 54.4 ตามลำดับ โดยปรับตัวลดลงทุกรายการ ขณะที่ดัชนีความคิดเห็นการเมือง ปรับตัวลดลงอยู่ที่ 22.8
อย่างไรก็ตามดัชนียังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงว่าผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคตอย่างมาก เพราะมีความกังวลในวิกฤตโควิด-19 ในประเทศไทยและทั่วโลก ส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยและการจ้างงานมีโอกาสฟื้นตัวได้ช้าในอนาคต ซึ่งจะทำให้รายได้ในอนาคตของผู้บริโภคมีความไม่แน่นอนสูง
“ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง มีทั้งจากโอมิครอน ราคาพลังงานที่ทำให้เกิดต้นทุนสินค้าแพง แม้รัฐจะตรึงดีเซลไม่เกิน 30 บาท แต่กลุ่มเบนซินยังปรับสูงขึ้นทำให้คนยังมองว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ สินค้าแพง ดังนั้นต้องรอดูเดือนก.พ.จะทรุดต่อหรือไม่ ขณะที่ปัญหาการเมืองมองว่ามีเสถียรภาพน้อยลง โดยขณะนี้ยังไม่มีการปรับประมาณการจีดีพียังกำหนดให้อยู่ในกรอบ 3.5-4%”
รศ.ดร. พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.ว่าดัชนีความเชื่อมั่นฯ ปรับตัวลดลงจากระดับ 46.2 เป็น 44.8 ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดสายพันธุ์โอมิครอน ตลอดจนการ ที่ ศบค. มีคำสั่งยกเลิก Test & Go ทำให้ผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย
นอกจากนี้ การที่ระดับราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นและปัญหาราคาสินค้าแพงโดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาหมูและสินค้าอุปโภคบริโภคหลายรายหาร ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและในอนาคตปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือนเช่นกัน
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 38.7 41.4 และ 54.4 ตามลำดับ โดยปรับตัวลดลงทุกรายการ ขณะที่ดัชนีความคิดเห็นการเมือง ปรับตัวลดลงอยู่ที่ 22.8
อย่างไรก็ตามดัชนียังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงว่าผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคตอย่างมาก เพราะมีความกังวลในวิกฤตโควิด-19 ในประเทศไทยและทั่วโลก ส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยและการจ้างงานมีโอกาสฟื้นตัวได้ช้าในอนาคต ซึ่งจะทำให้รายได้ในอนาคตของผู้บริโภคมีความไม่แน่นอนสูง
“ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง มีทั้งจากโอมิครอน ราคาพลังงานที่ทำให้เกิดต้นทุนสินค้าแพง แม้รัฐจะตรึงดีเซลไม่เกิน 30 บาท แต่กลุ่มเบนซินยังปรับสูงขึ้นทำให้คนยังมองว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ สินค้าแพง ดังนั้นต้องรอดูเดือนก.พ.จะทรุดต่อหรือไม่ ขณะที่ปัญหาการเมืองมองว่ามีเสถียรภาพน้อยลง โดยขณะนี้ยังไม่มีการปรับประมาณการจีดีพียังกำหนดให้อยู่ในกรอบ 3.5-4%”
Most Viewed
Sustainability
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์” ครั้งนี้… ช่วยเพิ่ม “ขีดความสามารถทางการแข่งขัน” ให้ภาคธุรกิจไทย !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
เมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้ว
Where to put your money
“หุ้นกู้มีปัญหา” 9M26 สุทธิอยู่ที่ 6.6 พันลบ. ไตรมาส4/26 มี “หุ้นกู้ระยะยาว” ครบกำหนด 1.7 แสนลบ. เป็น “High Yield” เพียง 7% เท่านั้น !!!
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us
News Update
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
