ยอดป้ายแดงรถ EV ปีนี้จ่อพุ่ง 2 เท่า ขานรับแพจเกจภาษีใหม่

ส.อ.ท.คาดเทรนด์รถEV มาแรง ค่ายรถเตรียมนำเข้าแข่งชิงลูกค้าระดับกลางคันละ 3-6 แสนบาท ขณะที่ออเดอร์ส่งออกรถเดือนแรกของปีลดลงจากปัญหาชิปขาดแคลน


นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าแนวโน้มการจดทะเบียนใหม่หรือยอดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้า(EV) ในไทยปี 2565 มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังรัฐบาลได้ประกาศมาตรการส่งเสริมการใช้อีวี และการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยานยนต์ทั้งระบบใหม่ โดยคาดจะมียอดจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 4,000-5,000 คันซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2564 ที่มีประมาณ 1,900 คันหรือเติบโตประมาณ 2 เท่าตัว โดยในช่วงแรกค่ายรถยนต์จะนำเข้ารถรุ่นใหม่ๆ ที่มีราคาต่ำราว 3-6 แสนบาทต่อคันมาทำตลาดมากขึ้น


การประกาศโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ที่แม้ว่าจะไม่ได้ชื่อว่าเป็นรถ Eco Car แต่ก็อยู่ในกลุ่มของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต่ำ ดังนั้นอัตราภาษีจะไม่สูงถือเป็นทางเลือกอย่างหนึ่งของประชาชนได้


สำหรับการจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV เดือนมกราคม 2565 มีจำนวน 628 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคมปีที่แล้วร้อยละ 74.44  ขณะที่ยอดจดทะเบียนสะสมประเภท BEV ณ วันที่ 31 มกราคม 2565 ณ วันที่ 31 มกราคม 2565 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV มีจำนวนทั้งสิ้น 12,005 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 100.58


อย่างไรก็ตามภาพรวมการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในประเทศเดือนมกราคม 2565 มีทั้งสิ้น 151,747 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2564 ร้อยละ 2.45 แต่ลดลงจากเดือนธันวาคม 2564 ร้อยละ 1.70 โดยเพิ่มขึ้นจากการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.88 และมีสัดส่วนเดือนนี้ถึงร้อยละ 49.23 ของยอดผลิตเพราะการผลิตส่งออกรถยนต์นั่งยังคงขาดเซมิคอนดักเตอร์ จึงผลิตรถยนต์นั่งเพื่อส่งออกลดลงจากมกราคมปีที่แล้วร้อยละ 58.24


ด้านยอดขายรถยนต์เดือนมกราคม มีจำนวนทั้งสิ้น 69,455 คัน ลดลงจากเดือนธันวาคม 2564 ร้อยละ 19.37 เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว ร้อยละ 25.8 มีปัจจัยจากรัฐบาลได้เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด19 การประกันรายได้เกษตรกร การกระตุ้นเเศรษฐกิจ เช่น คนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน ยิ่งใช้ยิ่งได้ ฯลฯ และการผ่อนคลายการล็อกดาวน์ รวมทั้งการส่งเสริมการขายของผู้จำหน่ายรถยนต์ และการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ คาดว่าในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนจะช่วยให้ยอดขายไตรมาสแรกเติบโตขึ้น


ขณะที่การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เดือนมกราคมมีจำนวน 69,833 คัน โดยลดลงจากเดือนที่แล้ว ร้อยละ 31.07 และลดลงจากเดือนมกราคม 2564 ร้อยละ 5.80 เนื่องจากการผลิตรถยนต์นั่งลดลงถึง ร้อยละ 58.24 จากการขาดเซมิคอนดักเตอร์ ส่งผลให้ส่งออกลดลงเกือบทุกตลาดยกเว้นตลาดออสเตรเลียและอเมริกากลางอเมริกาใต้ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.09 และ 78.75 ตามลำดับ ?โดยมีมูลค่าการส่งออก 42,773.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2564 ร้อยละ 3.2 เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 3,942.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2564 ร้อยละ 38.39
Post Today

Most Viewed
Fun of Funds
ชู “Smart Grid” ธีมลงทุนแห่งอนาคต “หัวใจ” ขับเคลื่อนโลกเทคโนโลยี... ส่วน “หุ้นสิงคโปร์” เสริมพอร์ตแกร่งรับ “ปฏิรูปตลาดทุน” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Where to put your money
YLG ชี้ครึ่งปีหลังบาทยังอ่อน หนุนทองไทยยืนแกร่ง แนะถือทองดอลลาร์ ลุ้นกำไร 2 เด้ง ชี้โซน 3,900-4,000 ดอลลาร์ น่าสะสม
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
แจ้งเตือนผู้ถือหุ้นกู้ MJD ทั้ง 7 รุ่น ใช้สิทธิในการประชุมผู้ถือหุ้นกู้ ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ก.ล.ต. ฟันผู้แนะนำการลงทุน ปมยักยอกเงินลูกค้า 19.3 ลบ. แอบถอนฝากประจำ-ทำเอกสารปลอมตบตา สั่งลงดาบแบนพ้นวงการตลาดทุนยาวถึง 10 ปี
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
แจ้งเตือนผู้ถือหุ้นกู้ JCK จำนวน 6 รุ่น ใช้สิทธิในการประชุมผู้ถือหุ้นกู้ ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us