Official Update :

“ธปท.” แจง แซงชั่นรัสเซียไม่กระทบระบบชำระเงินไทย

“ธปท.” ประเมินแซงชั่นรัสเซียไม่กระทบระบบการชำระเงินไทย มั่นใจนักธุรกิจรับมือได้ หวั่นความขัดแย้งกระทุ้งเงินเฟ้อไทยพุ่งต่อ กระทบเศรษฐกิจก่อนปรับประมาณการ


นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารการสื่อสารองค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า กรณีที่สหรัฐฯ และชาติพันธมิตรตะวันตก ประกาศที่จะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมด้วยการตัดบรรดาธนาคารรัสเซียหลายแห่งออกจากระบบสมาคมธุรกิจโทรคมนาคมทางการเงินระหว่างธนาคารทั่วโลก หรือ สวิฟต์ (SWIFT) ว่า ธปท. กำลังติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นมองว่าประเด็นดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบต่อระบบการชำระเงินของไทย


ทั้งนี้ มีการประเมินผลกระทบในระยะสั้นจะเกิดผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่

1. ความผันผวนในตลาดการเงิน ซึ่งเสถียรภาพด้านต่างประเทศของไทยยังค่อนข้างดี แต่คงเริ่มเห็นผลกระทบบ้างจากเงินบาทที่เริ่มผันผวนขึ้น


2. อัตราเงินเฟ้อที่คาดว่าจะสูงขึ้น เนื่องจากรัสเซียและยูเครนเป็นประเทศที่ผลิตน้ำมัน ซึ่งเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่เป็นซับพลายเชนสำคัญในภาคการผลิต


3. เศรษฐกิจโลกอาจจะชะลอตัวลง โดยไทยมีการค้าและการลงทุนกับ 2 ประเทศนี้ไม่สูงมากนัก ดังนั้นผลกระทบที่คาดว่าจะเห็นหลัก ๆ คือ อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น


สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2564 ที่ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ จะเป็นแรงส่งสำคัญที่ทำให้ปีนี้โตได้ดีกว่าที่คาด แต่ในระยะต่อไปก็มีหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คงต้องมีการประมวลอีกครั้ง โดยการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) รอบถัดไป จะมีติดตามรายละเอียดทั้งหมดเพื่อดูว่าจะปรับประมาณการเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้ออย่างไร โดยปัจจัยหลักคงขึ้นอยู่กับความยืดเยื้อของสถานการณ์


นอกจากนี้ มองว่าการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนไม่ได้สูงกว่าที่คาดการณ์ จำนวนผู้ติดเชื้อไม่ได้สำคัญมากเท่าผู้ป่วยหนักที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุข แต่ปัจจุบันที่มองจากพื้นฐานยังไม่ได้รุนแรงกว่าที่ ธปท. คาดการณ์ ดังนั้นจึงยังมองว่าโอมิครอนจะส่งผลกระทบในช่วงครึ่งปีแรก และน่าจะคลี่คลายลงได้ โดยเรื่องนี้เป็นอีกประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด


สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือน ม.ค. 2565 ชะลอตัวลงบ้าง โดยเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชน ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนในเกือบทุกหมวด จากความกังวลหลังการระบาดของโอมิครอนที่รุนแรงมากขึ้น และการเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการควบคุมการระบาด ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมและความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับลดลงบ้าง สอดคล้องกับเครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนที่ปรับลดลงเช่นเดียวกัน ขณะที่การส่งออกสินค้าและการผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงในทิศทางเดียวกันกับการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชน โดยดัชนีมูลค่าการส่งออกสินค้าในเดือน ม.ค. 2565 ปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้า 5% หลังจากที่เร่งตัวไปมากตามอุปสงค์ที่แผ่วลงและปัจจัยบวกชั่วคราวจากการได้รับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์หมดลง ขณะที่ดัชนีการผลิตชะลอลง 3% จากเดือนก่อนหน้า


ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ก็ปรับตัวลดลงเช่นเดียวกัน จากการระงับการลงทะเบียนเข้าประเทศผ่านระบบ Test&Go ชั่วคราว ส่งผลให้ในเดือน ม.ค. 2565 นักท่องเที่ยวต่างประเทศ อยู่ที่ 1.3 แสนคน ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 2.3 แสนคน ส่วนตลาดแรงงานทยอยปรับดีขึ้น จากสัดส่วนผู้ขอรับสิทธิว่างงานรายใหม่ในระบบประกันสังคมที่ปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้า แต่การฟื้นตัวโดยรวมของตลาดแรงงานยังคงเปราะบาง สะท้อนว่ายังไม่เห็นการจ้างงานใหม่ที่ชัดเจน


อย่างไรก็ดี ในส่วนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในเดือน ก.พ. 2565 มีแนวโน้มปรับดีขึ้นบ้างในช่วงครึ่งแรกของเดือน แต่ยังต้องติดตามผลกระทบจากการระบาดของโอมิครอนที่เร่งตัวขึ้นในช่วงปลายเดือน ม.ค. ส่วนธุรกิจโดยรวมดีขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากโอมิครอนมีแนวโน้มรุนแรงน้อยกว่าโควิด-19 สายพันธุ์อื่น และยังมีมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐด้วย
Post Today

Most Viewed
News Highlight
เซ็นทรัล รีเทล พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ BART LAB มหิดล ร่วมลงนาม LOI ขับเคลื่อนรีเทลแห่งอนาคต เปลี่ยนพื้นที่เป็น Living Lab
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
อินทนิลร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เปิดงานเทศกาลกินเจ ชวนเติมสิ่งดีๆ ให้ร่างกาย ด้วยเมนูเจและเครื่องดื่ม Plant-based ทางเลือกที่ดื่มง่ายในทุกวัน
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
แม็คโคร-โลตัส ชวนสัมผัสรสชาติ และสินค้าระดับพรีเมียมจากออสเตรเลีย ในแคมเปญ “Taste of Australia 2026”
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
SCC ลุ้นกำไร Q3/69 ฟื้นแตะ 2.8 พันลบ. หนุนผลงานทั้งปี 69 โตพุ่ง 400% รับปิโตรเคมีฟื้น–ต้นทุนลดหนุนมาร์จิ้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นท่องเที่ยวไม่สะเทือน! เหตุโจมตีสนามบินซาอุฯ โบรกฯ ชี้กระทบจำกัด หากไม่ลาม Gulf Hub ลุ้นโรงแรม Q4/69 กำไรฟื้น CENTEL-ERW เด่น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us