เสนอบิ๊กตู่เร่ง 9 แนวทาง พาเศรษฐกิจไทยรอด
สภาพัฒน์ฯ เสนอ รายงานเศรษฐกิจ 65 ให้ ครม. บิ๊กตู่ทราบ ต้องเร่งดำเนินการ 9 เรื่อง บริหารเศรษฐกิจให้รอด
การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล่าสุด ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ได้รับทราบรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยจากปี 2565 จากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ฯ จะขยายตัวได้ 3.5-4.5% โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญประกอบด้วย (1) การปรับตัวดีขึ้นของอุปสงค์ภายในประเทศ (2) การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว (3) การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการส่งออกสินค้า และ (4) แรงขับเคลื่อนจากการลงทุนภาครัฐ
สภาพัฒน์ฯ ได้รายงานว่า การบริหารเศรษฐกิจในปี 2565 ควรให้ความสำคัญประเด็นต่างๆ จำนวน 9 เรื่องที่สำคัญ ดังนี้
(1) การป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ภายในประเทศให้อยู่ในวงจำกัด
(2) การสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลภาคเศรษฐกิจ โดยเร่งรัดติดตามมาตรการต่าง ๆ ให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงและในสาขาเศรษฐกิจที่มีข้อจำกัดในการฟื้นตัว แก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานควบคู่ไปกับการพิจารณามาตรการเพื่อช่วยเหลือแรงงานเพิ่มเติม และเร่งรัดมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ภาคธุรกิจ
(3) การรักษาแรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายภายในประเทศ เช่น การดูแลกลไกตลาดเพื่อแก้ไขและบรรเทาผลกระทบจากราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นรวมทั้งผลกระทบจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และการพิจารณาการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 และ 2566 โดยให้ความสำคัญกับโครงการลงทุนที่มีวัตถุประสงค์ในการสร้างงานสร้างอาชีพในระดับชุมชน
(4) การดูแลและแก้ไขปัญหาหนี้สินของครัวเรือน โดยให้ความสำคัญกับมาตรการปรับปรุงโครงสร้างหนี้และมาตรการจูงใจในการชำระหนี้
(5) การขับเคลื่อนการส่งออกสินค้า เช่น การขับเคลื่อนการส่งออกสินค้าสำคัญไปยังตลาดหลักควบคู่กับการสร้างตลาดใหม่และการแก้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อระบบการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์
(6) การส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน เช่น การแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนและการประกอบธุรกิจ การส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษต่าง ๆ
(7) การขับเคลื่อนการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ
(8) การติดตาม เฝ้าระวัง และเตรียมมาตรการรองรับความผันผวนของภาคเศรษฐกิจต่างประเทศ
และ (9) การขับเคลื่อนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สนับสนุนการกระจายรายได้ และปรับตัวเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล่าสุด ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ได้รับทราบรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยจากปี 2565 จากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ฯ จะขยายตัวได้ 3.5-4.5% โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญประกอบด้วย (1) การปรับตัวดีขึ้นของอุปสงค์ภายในประเทศ (2) การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว (3) การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการส่งออกสินค้า และ (4) แรงขับเคลื่อนจากการลงทุนภาครัฐ
สภาพัฒน์ฯ ได้รายงานว่า การบริหารเศรษฐกิจในปี 2565 ควรให้ความสำคัญประเด็นต่างๆ จำนวน 9 เรื่องที่สำคัญ ดังนี้
(1) การป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ภายในประเทศให้อยู่ในวงจำกัด
(2) การสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลภาคเศรษฐกิจ โดยเร่งรัดติดตามมาตรการต่าง ๆ ให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงและในสาขาเศรษฐกิจที่มีข้อจำกัดในการฟื้นตัว แก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานควบคู่ไปกับการพิจารณามาตรการเพื่อช่วยเหลือแรงงานเพิ่มเติม และเร่งรัดมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ภาคธุรกิจ
(3) การรักษาแรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายภายในประเทศ เช่น การดูแลกลไกตลาดเพื่อแก้ไขและบรรเทาผลกระทบจากราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นรวมทั้งผลกระทบจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และการพิจารณาการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 และ 2566 โดยให้ความสำคัญกับโครงการลงทุนที่มีวัตถุประสงค์ในการสร้างงานสร้างอาชีพในระดับชุมชน
(4) การดูแลและแก้ไขปัญหาหนี้สินของครัวเรือน โดยให้ความสำคัญกับมาตรการปรับปรุงโครงสร้างหนี้และมาตรการจูงใจในการชำระหนี้
(5) การขับเคลื่อนการส่งออกสินค้า เช่น การขับเคลื่อนการส่งออกสินค้าสำคัญไปยังตลาดหลักควบคู่กับการสร้างตลาดใหม่และการแก้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อระบบการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์
(6) การส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน เช่น การแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนและการประกอบธุรกิจ การส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษต่าง ๆ
(7) การขับเคลื่อนการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ
(8) การติดตาม เฝ้าระวัง และเตรียมมาตรการรองรับความผันผวนของภาคเศรษฐกิจต่างประเทศ
และ (9) การขับเคลื่อนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สนับสนุนการกระจายรายได้ และปรับตัวเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
Most Viewed
Stock of the Day
เปิดคาดการณ์ Q3/69 หุ้นแบงก์ KKP ไปต่อ! กำไรโต 34%
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
GULF สานต่อภารกิจ ‘GULF Care’ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จากกรุงเทพฯ สู่ 4 ภูมิภาค
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
“เอนี่เพย์” รับมาตรฐาน ISO/IEC 29110-4-1:2018 เสริมแกร่งธุรกิจ Payment Technology สู่อนาคตดิจิทัลที่ยั่งยืน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
เปิดสถิติต่างชาติขายเกิน 5 พันลบ. ตลาดหุ้นไทยร่วงทุกครั้ง พร้อมคัด 3 หุ้นใหญ่ ต้านความผันผวน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“หุ้นออสเตรเลีย” อีกหนึ่งตลาดพัฒนาแล้วที่ “ศก.โตดี”... ส่วนธีม “Memory Chip” พร้อมเติบโตไปกับ “AI Megatrend” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us
News Update
