กูรูฟังธง!! กนง. คงดอกเบี้ย 0.50% แม้เงินเฟ้อจะขึ้นสูงมาก แต่การขึ้นดอกเบี้ยแก้ปัญหาไม่ได้
ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายประเมินว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) น่าจะยังคงดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศให้เติบโต แต่อัตราเงินเฟ้อในเดือนก.พ. 2565 เพิ่มขึ้น 5.28% สูงสุดในรอบ 13 ปี จากผลกระทบราคาสินค้ากลุ่มพลังงาน อาหาร และเครื่องดื่มที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ต้องจับตาว่าการประชุมกนง. ในวันที่ 30 มี.ค. 2565 จะมีการเปลี่ยนแปลงทิศทางนโยบายหรือไม่
โดยคุณกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองกับ Wealthy Thai ว่า คาด กนง. จะยังคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% อยู่ ซึ่งภาพรวมคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วโลกจะสูงในช่วง 3-4 เดือนแรกของปี หลังจากนั้นจะเริ่มเห็นการชะลอตัวลง แต่ว่าสถานกาณ์ใหม่ล่าสุด การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันและสินค้าโภภัณฑ์จากความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน มีความเสี่ยงที่จะลากยาวไปกว่าที่หลายฝ่ายคาด การเปลี่ยนแปลงตรงนี้จะทำให้ กนง. ต้องเปลี่ยนแปลงนโยบายรึเปล่า เรามองว่ายังเร็วเกินไป เพราะ กนง. น่าจะต้องการติดตามข้อมูลเพิ่มเติม ขณะเดียวกันก็จะเห็นว่าสถานการณ์เงินเฟ้อที่เกิดขึ้นในรอบนี้ เป็น Cost Push คือ เงินเฟ้อที่เกิดจากต้นทุนการผลิตสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นจนส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งการขึ้นดอกเบี้ยไม่สามารถแก้ปัญหาส่วนนี้ได้
“ตอนนี้ของไม่มีหรือมีก็ราคาแพงมาก ไม่ได้แปลว่าคนแห่ซื้อของจนเศรษฐกิจดีมาก จนต้องใช้ดอกเบี้ยไปสกัดหรือกดให้ความต้องการลดลง เพราะฉะนั้นเงินเฟ้อลักษณะนี้การขึ้นดอกเบี้ยไม่ได้ช่วย”
ดังนั้นจึงมองว่า 1. ถึงแม้จะเห็นตัวเลขเงินเฟ้อสูง แต่ กนง. จะไม่รีบร้อนขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย และ 2. ลักษณะของเงินเฟ้อ Cost Push การขึ้นดอกเบี้ยไม่ช่วยแก้ปัญหา จึงมองว่าการประชุมครั้งนี้ กนง. จะยังคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% อยู่ ทั้งนี้ ตามคาดการณ์เดิมประเมินว่าการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 โดยเฉพาะไตรมาส 4/65
ซึ่งความเห็นของคุณกิจพณ สอดคล้องกับผลสำรวจของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย โดยคุณอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Expectation) เดือนมี.ค. 2565 ว่า ผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมดคาดการณ์ว่า กนง. จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับปัจจุบันที่ 0.5% ในการประชุมครั้งนี้และคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไปจนตลอดช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจาก ธปท. น่าจะให้ความสำคัญกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจประกอบกับอัตราเงินเฟ้อของไทยแม้จะเริ่มปรับสูงขึ้นจากราคาพลังงาน แต่ยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมาย
อย่างไรก็ตาม ผู้ตอบแบบสำรวจบางส่วนเริ่มมีการคาดการณ์ถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงครึ่งหลังของปีจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวเมื่อนักท่องเที่ยวเริ่มกลับมา ประกอบกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐที่อาจส่งผลให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
