“คลัง” หนุน SME- สตาร์ทอัพ ระดมทุนผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล
“คลัง” หนุน SME- สตาร์ทอัพ ระดมทุนผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล ด้าน “ธปท.” ชี้ยังเสี่ยงจากความผันผวนสูง ห่วงภัยไซเบอร์-ปัญหาฟอกเงิน-เป็นช่องทางอุ้มก่อการร้าย
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง กล่าวว่า โลกของดิจิทัลเทคโนโลยี โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (2563-2564) ไทยมีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเกิดสินทรัพย์ประเภทใหม่ อย่าง “สินทรัพย์ดิจิทัล”
โดยจากข้อมูลพบว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพิ่มขึ้นเป็น 14 ราย จาก 9 ราย มูลค่าการซื้อขาย เพิ่มขึ้นเป็น 4.8 พันล้านบาท จาก 240 ล้านบาท มูลค่าสินทรัพย์ในธุรกิจดิจิทัลเพิ่มขึ้นเป็น 1.14 แสนล้านบาท จาก 9.6 พันล้านบาท ขณะที่จำนวนบัญชีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านราย จาก 1.7 แสนราย ถือเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และถือว่าสินทรัพย์ดิจิทัล คริปโตเคอร์เรนซี เป็นผู้เล่นรายใหม่นอกจากการลงทุนในตลาดหุ้น
ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าสินทรัพย์ดิจิทัลมีประโยชน์ในเรื่องของการเป็นทางเลือกในการระดมทุน นอกเหนือจากตลาดหุ้น ซึ่งเชื่อว่าการระดมทุนผ่านสินทรัพย์ดิจิทัลจะมีบทบาทอย่างมากในอนาคต แต่สิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปคือ การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมในสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งไทยยังขาดในเรื่องนี้ หากมีการพัฒนาในส่วนนี้อย่างจริงจังจะเป็นโอกาส
สำคัญสำหรับเอสเอ็มอี สตาร์ทอัพ รวมไปถึงธุรกิจขนาดใหญ่ที่ปกติใช้สินเชื่อจากสถาบันการเงิน มาใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ดิจิทัลแทนได้ รวมถึงต้องมีการพัฒนาบุคคลากรด้านดิจิทัลเทคโนโลยี เพื่อรองรับ 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในมิติต่าง ๆ เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจในอนาคต โดยเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัลถือเป็นเรื่องที่ต้องก้าวไปด้วยกัน มีเรื่องอะไรที่ติดขัดต้องมาหารือร่วมกัน ซึ่งกระทรวงการคลังพร้อมที่จะพูดคุยและแก้ปัญหาให้ภาคดิจิทัลทั้งหมด
นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธปท. กล่าวว่า สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสิ่งที่อยู่ในความสนใจของทุกคน ทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีธนาคารพาณิชย์รวมอยู่ด้วย ซึ่งสินทรัพย์ดิจิทัลมีโอกาสและความเสี่ยง ดังนั้น ธปท. พร้อมสนับสนุนการสร้างความยืดหยุ่นในการนำเทคโนโลยีและข้อมูลในโลกดิจิทัลมาพัฒนานวัตกรรม บริการต่าง ๆ เพื่อลดช่องว่างและตอบโจทย์ผู้ใช้บริการ
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล คือการเก็งกำไรในสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่าประโยชน์ในภาคเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจุบันมีเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่มากกว่า 1.5 พันชนิด บางเหรียญมาแล้วก็หายไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเหรียญเหล่านี้จะอยู่ยงคงกระพันในระยะยาว
ขณะเดียวกัน มีความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์ ความเสี่ยงที่สินทรัพย์ดิจิทัลจะถูกนำไปใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงิน และความเสี่ยงที่จะมีต่อความเชื่อมั่นในระบบการเงิน ดังนั้นจึงต้องดูแลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
“ถ้าเสี่ยงแล้วห้ามทั้งหมดคงไม่ใช่แนวคิดในการกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มธุรกิจการเงินในอนาคต หาก ธปท. เห็นว่ากลุ่มธุรกิจของธนาคารพาณิชย์มีการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลที่คุ้มค่า ดูแลลูกค้าอย่างเหมาะสม ธปท. ก็พร้อมจะปลดรั้วออกไป” นางรุ่ง กล่าว
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง กล่าวว่า โลกของดิจิทัลเทคโนโลยี โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (2563-2564) ไทยมีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเกิดสินทรัพย์ประเภทใหม่ อย่าง “สินทรัพย์ดิจิทัล”
โดยจากข้อมูลพบว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพิ่มขึ้นเป็น 14 ราย จาก 9 ราย มูลค่าการซื้อขาย เพิ่มขึ้นเป็น 4.8 พันล้านบาท จาก 240 ล้านบาท มูลค่าสินทรัพย์ในธุรกิจดิจิทัลเพิ่มขึ้นเป็น 1.14 แสนล้านบาท จาก 9.6 พันล้านบาท ขณะที่จำนวนบัญชีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านราย จาก 1.7 แสนราย ถือเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และถือว่าสินทรัพย์ดิจิทัล คริปโตเคอร์เรนซี เป็นผู้เล่นรายใหม่นอกจากการลงทุนในตลาดหุ้น
ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าสินทรัพย์ดิจิทัลมีประโยชน์ในเรื่องของการเป็นทางเลือกในการระดมทุน นอกเหนือจากตลาดหุ้น ซึ่งเชื่อว่าการระดมทุนผ่านสินทรัพย์ดิจิทัลจะมีบทบาทอย่างมากในอนาคต แต่สิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปคือ การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมในสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งไทยยังขาดในเรื่องนี้ หากมีการพัฒนาในส่วนนี้อย่างจริงจังจะเป็นโอกาส
สำคัญสำหรับเอสเอ็มอี สตาร์ทอัพ รวมไปถึงธุรกิจขนาดใหญ่ที่ปกติใช้สินเชื่อจากสถาบันการเงิน มาใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ดิจิทัลแทนได้ รวมถึงต้องมีการพัฒนาบุคคลากรด้านดิจิทัลเทคโนโลยี เพื่อรองรับ 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในมิติต่าง ๆ เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจในอนาคต โดยเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัลถือเป็นเรื่องที่ต้องก้าวไปด้วยกัน มีเรื่องอะไรที่ติดขัดต้องมาหารือร่วมกัน ซึ่งกระทรวงการคลังพร้อมที่จะพูดคุยและแก้ปัญหาให้ภาคดิจิทัลทั้งหมด
นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธปท. กล่าวว่า สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสิ่งที่อยู่ในความสนใจของทุกคน ทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีธนาคารพาณิชย์รวมอยู่ด้วย ซึ่งสินทรัพย์ดิจิทัลมีโอกาสและความเสี่ยง ดังนั้น ธปท. พร้อมสนับสนุนการสร้างความยืดหยุ่นในการนำเทคโนโลยีและข้อมูลในโลกดิจิทัลมาพัฒนานวัตกรรม บริการต่าง ๆ เพื่อลดช่องว่างและตอบโจทย์ผู้ใช้บริการ
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล คือการเก็งกำไรในสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่าประโยชน์ในภาคเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจุบันมีเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่มากกว่า 1.5 พันชนิด บางเหรียญมาแล้วก็หายไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเหรียญเหล่านี้จะอยู่ยงคงกระพันในระยะยาว
ขณะเดียวกัน มีความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์ ความเสี่ยงที่สินทรัพย์ดิจิทัลจะถูกนำไปใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงิน และความเสี่ยงที่จะมีต่อความเชื่อมั่นในระบบการเงิน ดังนั้นจึงต้องดูแลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
“ถ้าเสี่ยงแล้วห้ามทั้งหมดคงไม่ใช่แนวคิดในการกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มธุรกิจการเงินในอนาคต หาก ธปท. เห็นว่ากลุ่มธุรกิจของธนาคารพาณิชย์มีการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลที่คุ้มค่า ดูแลลูกค้าอย่างเหมาะสม ธปท. ก็พร้อมจะปลดรั้วออกไป” นางรุ่ง กล่าว
Most Viewed
Wealth EZ
กรณีศึกษา: เรื่องต่อไปที่ “เนเน่” ต้องตัดสินใจ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
แม็คโคร-โลตัส ชวนสัมผัสรสชาติ และสินค้าระดับพรีเมียมจากออสเตรเลีย ในแคมเปญ “Taste of Australia 2026”
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
เซ็นทรัล รีเทล พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ BART LAB มหิดล ร่วมลงนาม LOI ขับเคลื่อนรีเทลแห่งอนาคต เปลี่ยนพื้นที่เป็น Living Lab
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
อินทนิลร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เปิดงานเทศกาลกินเจ ชวนเติมสิ่งดีๆ ให้ร่างกาย ด้วยเมนูเจและเครื่องดื่ม Plant-based ทางเลือกที่ดื่มง่ายในทุกวัน
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นท่องเที่ยวไม่สะเทือน! เหตุโจมตีสนามบินซาอุฯ โบรกฯ ชี้กระทบจำกัด หากไม่ลาม Gulf Hub ลุ้นโรงแรม Q4/69 กำไรฟื้น CENTEL-ERW เด่น
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us
News Update
