รมว.คลัง เตือนกู้เงินเกินตัว ประเทศเสี่ยงถูกลดเครดิต
"อาคม" หวั่นกู้เกินตัว ทำต่างชาติลดเครดิตไทย กระทบต้นทุนกู้เพิ่มทันที เตรียมหารือ ธปท. ผลกระทบน้ำมันทำให้อัตราเงินเฟ้อทั้งปีเกินกรอบหรือไม่
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง กล่าวว่า การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดการขยายตัวเศรษฐกิจปี 2565 ลดลงเหลือ 3.2% จาก 3.4% และปี 2566 ลดลงเหลือ 4.4% จากเดิม 4.7% ไม่ได้หมายความรัฐบาลต้องกู้เงินเพิ่มมากระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้เท่าเดิมเสมอไป และเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ก็ยังเหลืออยู่ 5-7 หมื่นล้านบาท ที่ยังพอดูแลเศรษฐกิจ
"การกู้เงินเกินตัวไม่จำเป็น เป็นความเสี่ยงทำให้ต่างชาติมองประเทศไทยไม่ดี และลดเครดิตของประเทศไทย ทำให้ต้นทุนการกู้เงินของเอกชนและรัฐบาลแพงได้รับผลกระทบมากขึ้นไปอีก" นายอาคม กล่าว
นายอาคม กล่าวว่า ได้หารือกับนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า แล้ว เรื่องที่นายกรณ์เสนอให้รัฐบาลกู้เงินเพิ่ม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งได้ชี้แจงว่าการกู้เงินต้องคำถึงวินัยการเงินการคลังในภาพรวมด้วย ซึ่งนายกรณ์ ก็มีความเข้าใจเป็นอย่างดี
"ตอนนี้เศรษฐกิจขยายตัวได้แล้ว ธุรกิจผู้ประกอบการเริ่มกลับมาดำเนินการได้ ถึงแม้ว่ายังไม่เหมือนเดิมก่อนเกิดโควิด ทำให้รัฐบาลต้องลดกานออกมาตรการช่วยเหลือที่เป็นภาระกับเงินกู้ลง" นายอาคม กล่าว
นายอาคม กล่าวว่า เรื่องกรอบอัตราเงินเฟ้อทั้งปีจะเกิน 1-3% หรือไม่ จะต้องหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก่อนว่า ราคาน้ำมันและราคาอาหารแพงจะส่งผลกระทบยืดเยื้อยาวนานแค่ไหน หรือเป็นภาวะชั่วคราว ซึ่งก็อาจจะทำให้อัตราเงินเฟ้อทั้งปีไม่เกิน 3% ก็ไม่มีความจำเป็นต้องปรับกรอบเป้าหมายของเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ในระยะสั้นรัฐบาลได้มีมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพ การตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท ช่วยจ่ายค่าน้ำมันเบนซินให้กับวินมอเตอร์ไซค์เป็นเวลา 3 เดือน น่าจะช่วยบรรเท่าค่าครองชีพของประชาชนไม่สูงเพิ่มขึ้นมาก ทำให้ทั้งปีเงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบอยู่
"ในช่วงสั้นบางเดือนอัตราเงินเฟ้ออาจจะสูงเกินกรอบบน 3% ไปบ้าง แต่ทั้งปีต้องดูระยะยาวว่าเป็นอย่างไร ซึ่งจะมีการหารือกับ ธปท. เพื่อประเมินสถานการณ์ โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ส่งผลกระทบกับอัตราเงินเฟ้อให้เพิ่มสูงขึ้นมาก ซึ่งเบื้องต้นเชื่อว่าราคาน้ำมันยังส่งผลกระทบกับเงินเฟ้อไทยในไตรมาส 2 ส่วนไตรมาส 3 ยังไม่แน่ใจ แต่ไตรมาส 4 คาดว่าจะทุเลาลง ซึ่งเรื่องสงครามเป็นเรื่องที่ประเมินยาก" นายอาคม กล่าว
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง กล่าวว่า การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดการขยายตัวเศรษฐกิจปี 2565 ลดลงเหลือ 3.2% จาก 3.4% และปี 2566 ลดลงเหลือ 4.4% จากเดิม 4.7% ไม่ได้หมายความรัฐบาลต้องกู้เงินเพิ่มมากระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้เท่าเดิมเสมอไป และเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ก็ยังเหลืออยู่ 5-7 หมื่นล้านบาท ที่ยังพอดูแลเศรษฐกิจ
"การกู้เงินเกินตัวไม่จำเป็น เป็นความเสี่ยงทำให้ต่างชาติมองประเทศไทยไม่ดี และลดเครดิตของประเทศไทย ทำให้ต้นทุนการกู้เงินของเอกชนและรัฐบาลแพงได้รับผลกระทบมากขึ้นไปอีก" นายอาคม กล่าว
นายอาคม กล่าวว่า ได้หารือกับนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า แล้ว เรื่องที่นายกรณ์เสนอให้รัฐบาลกู้เงินเพิ่ม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งได้ชี้แจงว่าการกู้เงินต้องคำถึงวินัยการเงินการคลังในภาพรวมด้วย ซึ่งนายกรณ์ ก็มีความเข้าใจเป็นอย่างดี
"ตอนนี้เศรษฐกิจขยายตัวได้แล้ว ธุรกิจผู้ประกอบการเริ่มกลับมาดำเนินการได้ ถึงแม้ว่ายังไม่เหมือนเดิมก่อนเกิดโควิด ทำให้รัฐบาลต้องลดกานออกมาตรการช่วยเหลือที่เป็นภาระกับเงินกู้ลง" นายอาคม กล่าว
นายอาคม กล่าวว่า เรื่องกรอบอัตราเงินเฟ้อทั้งปีจะเกิน 1-3% หรือไม่ จะต้องหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก่อนว่า ราคาน้ำมันและราคาอาหารแพงจะส่งผลกระทบยืดเยื้อยาวนานแค่ไหน หรือเป็นภาวะชั่วคราว ซึ่งก็อาจจะทำให้อัตราเงินเฟ้อทั้งปีไม่เกิน 3% ก็ไม่มีความจำเป็นต้องปรับกรอบเป้าหมายของเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ในระยะสั้นรัฐบาลได้มีมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพ การตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท ช่วยจ่ายค่าน้ำมันเบนซินให้กับวินมอเตอร์ไซค์เป็นเวลา 3 เดือน น่าจะช่วยบรรเท่าค่าครองชีพของประชาชนไม่สูงเพิ่มขึ้นมาก ทำให้ทั้งปีเงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบอยู่
"ในช่วงสั้นบางเดือนอัตราเงินเฟ้ออาจจะสูงเกินกรอบบน 3% ไปบ้าง แต่ทั้งปีต้องดูระยะยาวว่าเป็นอย่างไร ซึ่งจะมีการหารือกับ ธปท. เพื่อประเมินสถานการณ์ โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ส่งผลกระทบกับอัตราเงินเฟ้อให้เพิ่มสูงขึ้นมาก ซึ่งเบื้องต้นเชื่อว่าราคาน้ำมันยังส่งผลกระทบกับเงินเฟ้อไทยในไตรมาส 2 ส่วนไตรมาส 3 ยังไม่แน่ใจ แต่ไตรมาส 4 คาดว่าจะทุเลาลง ซึ่งเรื่องสงครามเป็นเรื่องที่ประเมินยาก" นายอาคม กล่าว
Most Viewed
Where to put your money
“ความผันผวน” ไม่ใช่ศัตรูของนักลงทุน... แต่เป็น “โอกาส” ในการปรับพอร์ตให้ดีขึ้น !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“FP INDIA-D” ดัก “หุ้นอินเดีย” ช่วงตลาดย่อ... รอฟื้นตัว เหตุ “พื้นฐานแกร่ง-ราคาไม่แพง” !!!
เมื่อ 3 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“กบข.” แนะสมาชิก “ออมเร็ว-ออมเพิ่ม-ออมอย่างเหมาะสม-ออมอย่างต่อเนื่อง”... สู่เป้าหมาย “เกษียณมั่นคง” !!!
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“เจ้าของธุรกิจ”...เกษียณอย่างเป็นสุข !!!
เมื่อ อีก 1 วัน
Stock of the Day
BTS เตรียมขายหุ้นกู้ 3 ชุด ดอกเบี้ย 3.20% – 3.75% คาดเปิดจองซื้อ 25, 28–29 ก.ย. นี้ ชูการเงินแกร่ง-กระแสเงินสดมั่นคง
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us
