ศบค.เคาะ 1 มิ.ย.เปิด "สถานบันเทิง" โซนสีเขียว-สีฟ้า ถึงเที่ยงคืน
นายกฯ เผย มติศบค.ปรับลดพื้นที่คุมโควิดเหลือ เขียว-ฟ้า-เหลือง พร้อมผ่อนคลายเปิดสถานบันเทิงผับ-บาร์ ในพื้นที่่สีเขียว-ฟ้าถึง24.00น. เริ่ม 1 มิ.ยนี้
เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 65 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค.ชุดใหญ่ เปิดเผยว่า ที่ประชุมวันนี้มีมติปรับลดพื้นที่สีหรือแบ่งโซนในการควบคุมโรคโควิด เหลือเพียงสีเขียว สีฟ้า และ สีเหลือง และผ่อนคลายให้เปิดสถานบันเทิง ผับ-บาร์ ในพื้นที่สีฟ้า และพื้นที่สีเขียว ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.นี้ ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุข
นอกจากนี้ ยังเห็นชอบการปรับมาตรการเดินทางเข้าประเทศเพื่อให้กระบวนการเร็วขึ้น เนื่องจากมีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามากขึ้นซึ่งจะมีการพิจารณาไปตามสถานการณ์ต่อไป
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศมีแนวโน้มคลี่คลายดีขึ้น จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้เสียชีวิตลดลง ซึ่งประเทศไทยได้รับคำยกย่องว่าดูแลสถานการณ์ได้ดีสุดในอาเซียนจากองค์การอนามัยโลก ขณะที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ ได้รับคำชื่นชมด้านการท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มจำนวนมากพอสมควร และการท่องเที่ยวเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
"ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือ แต่อยากฝากไปถึงผู้ที่ยังหละหลวมไม่ปฏิบัติตามมาตรการ โดยเฉพาะในเรื่องการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 และ 4 ซึ่งขณะนี้มีปริมาณวัคซีนเพียงพอ และจะช่วยเพิ่มความปลอดภัย ส่วนการเปิดเรียนนั้นยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้" นายกรัฐมนตรีกล่าว
สำหรับพื้นที่สถานการณ์ทั่วราชอาณาจักร ได้แก่ พื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) จาก 65 จังหวัด ลดลงเหลือ 46 จังหวัด พื้นที่เฝ้าระวัง (สีเขียว) เพิ่มเป็น 14 จังหวัด พื้นที่สีฟ้า (นำร่องท่องเที่ยว) จาก 12 จังหวัด เพิ่มขึ้นเป็น 17 จังหวัด โดยพื้นที่สีเขียวและพื้นที่สีฟ้า สามารถเปิดให้บริการสถานบันเทิงผับ บาร์ คาราโอเกะ โดยมีกำหนดเวลาในการให้บริการ จำหน่าย และบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เกิน 24.00 น.
เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 65 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค.ชุดใหญ่ เปิดเผยว่า ที่ประชุมวันนี้มีมติปรับลดพื้นที่สีหรือแบ่งโซนในการควบคุมโรคโควิด เหลือเพียงสีเขียว สีฟ้า และ สีเหลือง และผ่อนคลายให้เปิดสถานบันเทิง ผับ-บาร์ ในพื้นที่สีฟ้า และพื้นที่สีเขียว ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.นี้ ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุข
นอกจากนี้ ยังเห็นชอบการปรับมาตรการเดินทางเข้าประเทศเพื่อให้กระบวนการเร็วขึ้น เนื่องจากมีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามากขึ้นซึ่งจะมีการพิจารณาไปตามสถานการณ์ต่อไป
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศมีแนวโน้มคลี่คลายดีขึ้น จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้เสียชีวิตลดลง ซึ่งประเทศไทยได้รับคำยกย่องว่าดูแลสถานการณ์ได้ดีสุดในอาเซียนจากองค์การอนามัยโลก ขณะที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ ได้รับคำชื่นชมด้านการท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มจำนวนมากพอสมควร และการท่องเที่ยวเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
"ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือ แต่อยากฝากไปถึงผู้ที่ยังหละหลวมไม่ปฏิบัติตามมาตรการ โดยเฉพาะในเรื่องการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 และ 4 ซึ่งขณะนี้มีปริมาณวัคซีนเพียงพอ และจะช่วยเพิ่มความปลอดภัย ส่วนการเปิดเรียนนั้นยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้" นายกรัฐมนตรีกล่าว
สำหรับพื้นที่สถานการณ์ทั่วราชอาณาจักร ได้แก่ พื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) จาก 65 จังหวัด ลดลงเหลือ 46 จังหวัด พื้นที่เฝ้าระวัง (สีเขียว) เพิ่มเป็น 14 จังหวัด พื้นที่สีฟ้า (นำร่องท่องเที่ยว) จาก 12 จังหวัด เพิ่มขึ้นเป็น 17 จังหวัด โดยพื้นที่สีเขียวและพื้นที่สีฟ้า สามารถเปิดให้บริการสถานบันเทิงผับ บาร์ คาราโอเกะ โดยมีกำหนดเวลาในการให้บริการ จำหน่าย และบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เกิน 24.00 น.
Most Viewed
Stock of the Day
GUNKUL เซ็น PPA ใหม่ คว้าโรงไฟฟ้า 3 โครงการ หนุนพอร์ตพลังงานสีเขียวโตต่อ ดันกำลังผลิตรวมพุ่งแตะ 2,121 MW
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์ 4 ยักษ์ใหญ่จีนลงทุนไทย อัดงบ 7 หมื่นล้าน ลุย EV-AI นิคม ยานยนต์ ชิ้นส่วน พลังงานเด่น
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
มองครึ่งปีหลัง “สินทรัพย์เสี่ยง” ยังน่าสนใจ แต่ต้องเลือก... มองบวก “หุ้นไทย” ให้เป้าปีนี้ 1,630 – 1,660 จุด !!!
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ประเทศไทย จาก “Sick Man of Asia” สู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทาน AI ดาวรุ่ง? Bloomberg ชี้โอกาสรับย้ายฐานผลิต หนุนไทยขึ้นแท่นฐานลงทุนโลก
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ใช้กระป๋องน้ำอลูมิเนียมรีไซเคิลได้ 100%
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us
News Update
