Official Update :

ตอบโจทย์คนไม่ชอบเสี่ยง “REIT” ผลประกอบการฟื้นรับ ‘เปิดประเทศ’... ส่วน “ตราสารหนี้” เน้นคุณภาพ-เลี่ยง High Yield !!!

Fund Manager View: โลกการลงทุนปัจจุบันอยู่ในจุดที่ค่อนข้างลำบาก ลงทุนยาก เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัว ในขณะที่เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น


และนั่นทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังขยับปรับดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อตามมา และอาจทำให้เศรษฐกิจในภาพรวมสะดุดลงได้เช่นกัน


สำหรับกลุ่มนักลงทุนที่ “รับความเสี่ยงได้น้อย” ไม่ชื่นชอบความเสี่ยงด้วยแล้ว ในภาวะเช่นนี้ก็ยังมีทางเลือกการลงทุนที่ตอบโจทย์ได้เช่นกัน นั่นก็คือ “ทรัสต์เพื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT)” และ “ตราสารหนี้” นั่นเอง


วันนี้ ทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีคำแนะนำการลงทุนที่ตอบโจทย์กลุ่มนักลงทุนที่ไม่ค่อยชื่นชอบความเสี่ยงมาฝากกัน



แนะทยอยสะสม “หุ้นกู้เอกชนทั่วโลก” ชั้นดีระดับ
A- ขึ้นไป...เน้นคุณภาพรับศก.ชะลอตัว

ภาพรวมการลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยง เช่น “ตลาดหุ้นโลก” ยังมีความไม่แน่นอนสูง จึงประเมินการลงทุนใน “ตลาดตราสารหนี้” และ “กองทุนตราสารหนี้” ระดับราคาในปัจจุบัน เริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้น


โดย ศรชัย สุเนต์ตา” ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารฝ่าย SCB Chief Investment office (SCB CIO )  ธนาคารไทยพาณิชย์ มองว่า จากการที่อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ ทั้งอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรระยะสั้นและระยะยาวเริ่มปรับตัวขึ้นถึงระดับที่คาดว่ารับข่าวการขึ้นของดอกเบี้ยนโยบายที่จะเกิดขึ้นอีกหลายครั้งในอนาคตตลอดทั้งปี 2022 ไปแล้ว แม้ว่าความผันผวนในตลาดตราสารหนี้ยังคงมีอยู่ก็ตาม แต่การปรับขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรและหุ้นกู้เอกชน นับจากนี้ไปจะไม่รุนแรงเหมือนช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา และความผันผวนน่าจะทยอยลดลงจากการคาดว่าอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐมีแนวโน้มผ่านจุดสูงสุดในไตรมาส 2 นี้ และจะทยอยปรับลดลง ทำให้ผลกระทบโดยตรงต่อการลงทุนในตลาดตราสารหนี้โลก ที่ราคาจะปรับตัวลดลงเหมือนช่วง 5 เดือนแรก มีโอกาสน้อยลง



(ศรชัย สุเนต์ตา)



“กลยุทธ์การลงทุนในตราสารหนี้ ต้องพิจารณาทั้งจากสัดส่วนการลงทุนและอายุเฉลี่ยตราสารในการลงทุน แนะจัดสัดส่วนประเภทของตราสารหนี้ให้เหมาะกับความเสี่ยงของการลงทุน โดยพิจารณาจากอันดับความน่าเชื่อถือและประเภทของตราสารแนะนำสามารถเพิ่มอายุเฉลี่ยตราสารหนี้ขึ้นได้ โดยทยอยเพิ่ม duration ของพอร์ตการลงทุน เน้นเลือกหุ้นกู้ภาคเอกชนที่มีอันดับความน่าเชื่อถือสูง เช่น อันดับตั้งแต่ A- ขึ้นไปเนื่องจากค่อนข้างมีความปลอดภัยสูง และคาดว่าจะมีความสามารถในการชำระหนี้และจ่ายดอกเบี้ยได้แม้ในช่วงเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว”


ทั้งนี้ มองว่าการลงทุนใน “กองทุนตราสารหนี้” และ “ตราสารหนี้โลก” และ “ตราสารหนี้ไทย” ที่มีคุณภาพตราสารดี (Investment Grade) ต่อจากนี้ไป จะมีความเสี่ยงด้านต่ำ (downside risk) ที่น้อยกว่าช่วงต้นปี อย่างไรก็ดี ยังแนะนำหลีกเลี่ยงกลุ่ม “ตราสารหนี้อันดับความน่าเชื่อถือต่ำ” (Non-Investment Grade) และตราสารหนี้ที่ต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (High Yield) เนื่องจากอาจมีโอกาสผิดนัดชำหระหนี้สูงขึ้นได้ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเริ่มชะลอตัว



ชู “
REIT” ทางเลือกสร้างผลตอบแทนที่ดีฝ่า ‘เงินเฟ้อสูง’…กระแสเงินสดสม่ำเสมอตอบโจทย์

อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ไม่ชื่นชอบความเสี่ยง ไม่ต้องการเสี่ยงแบบหุ้น และยังต้องการผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและดีกว่าตราสารหนี้นั่นก็คือ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ผ่าน “ทรัสต์เพื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์” (REIT) นั่นเอง


โดย “อิศรา พุฒตาลศรี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วี มองว่า ตั้งแต่ช่วงต้นปีความกังวลจากถานการณ์ต่างๆ ทั้งการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED), สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ และการระบาดของ COVID-19 ในจีนและหลายประเทศ ส่งผลให้ “กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก” ปรับตัวลดลงจากความไม่แน่นอน แต่จะพบว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์และรีท (REITs) ในประเทศสิงคโปร์และไทย มีการปรับตัวน้อยลงกว่าประเทศอื่นๆ อย่างไรก็ตามหากพิจารณาผลตอบแทนย้อนหลังในอดีต 10 ปี จะพบว่ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐมีการเติบโตที่โดดเด่น



(อิศรา พุฒตาลศรี)



“ทั้งนี้ปัจจัยหลักที่ทำให้ REIT ให้ผลตอบแทนได้ดีในช่วงเวลาที่มีอัตราเงินเฟ้อสูง เนื่องจาก REIT มีการเติบโตและมีกระแสรายได้ที่สม่ำเสมอ ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจส่งผลให้รายได้จากค่าเช่าเพิ่มขึ้น พร้อมกับการเพิ่มขึ้นของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ โดยอัตราค่าเช่าส่วนใหญ่มักจะผูกกับอัตราเงินเฟ้อ ทำให้สามารถปรับเพิ่มขึ้นค่าเช่าเมื่อครบกำหนดได้ ดังนั้น REIT จึงสามารถสร้างการเติบโตจากสินทรัพย์ที่เข้าซื้อกิจการ ทำให้มีรายได้และสามารถจ่ายผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลได้สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อเมื่อเวลาผ่านไป จึงมองว่าการลงทุนในอสังหาฯ มีความน่าสนใจในภาวะปัจจุบัน”


เศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวหลัง COVID-19 ส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยว การบริโภค การลงทุน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ หนุนให้อสังหาฯ ของไทยและต่างประเทศได้รับผลตอบแทนจากค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น แต่เมื่อพิจารณามองเป็นรายประเทศจะพบว่าได้รับผลกระทบและมีการเติบโตที่แตกต่างกันกันไป โดยเฉพาะประเทศไทยที่เศรษฐกิจยังมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งสนับสนุนให้มีการขยายตัวมากขึ้นสวนทางเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัวน้อยลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ โดยตัวเลขการเดินทาง การเคลื่อนย้ายของผู้คนมีการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง บ่งบอกถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวในประเทศไทยและทั่วโลก ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดประเทศ (Reopening) เป็นปัจจัยบวกสนับสนุนการฟื้นตัวของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และหุ้นอสังหาริมทรัพย์ทั้ง PFUND, REIT และ IFF อย่างมีนัยสำคัญ


ในช่วง “ดอกเบี้ยขาขึ้น” และ “เงินเฟ้อสูง” และเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวเช่นนี้ นักลงทุนที่ “ไม่ชื่นชอบความเสี่ยง” ก็ยังมีทางเลือกการลงทุนที่ตอบโจทย์ได้ ไม่ว่าจะเป็น “ตราสารหนี้” ที่เน้นคุณภาพ และ “REIT” ที่ยังสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีสม่ำเสมอ แม้ในยามที่ภาวะที่ตลาดการลงทุนอาจจะดูไม่สดใสเท่าไรนักก็ตาม

โต๊ะกองทุน Wealthythai