Official Update :

“UINFRA” ไม่หวั่น ‘เงินเฟ้อ’ คว้าโอกาสลงทุนใน ‘โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ทั่วโลก’ !!!

(กองทุนนี้ไม่ถูกจำกัดความเสี่ยงด้านการลงทุนเช่นเดียวกับกองทุนรวมทั่วไป และมีการลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมสาธารณูปโภคจึงเหมาะกับผู้ลงทุนที่รับผลขาดทุนระดับสูงได้เท่านั้น)
โดย: UOBAM



‘โครงสร้างพื้นฐาน’ สินทรัพย์ทางเลือก ‘ต่อสู้เงินเฟ้อ’ !!!

ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับภาวะ “เงินเฟ้อสูง” ซึ่งไม่เพียงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเงินในกระเป๋าสตางค์ของเราทุกคนด้วย ซึ่งถ้านิ่งเฉยไม่ทำอะไร...เราก็จะมีเงินน้อยลงโดยไม่รู้ตัว จาก “อำนาจซื้อของเงิน” ที่ลดลงจากการกัดกร่อนของเงินเฟ้อนั่นเอง


หนึ่งในทางเลือกการลงทุนที่ต่อสู้กับเงินเฟ้อได้เป็นอย่างดี นั่นคือ สินทรัพย์ในกลุ่ม “โครงสร้างพื้นฐาน” (Infrastructure) นั่นเอง เนื่องจากราคาของสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานนั้นจะปรับเพิ่มขึ้นตามเงินเฟ้อ !!!



‘Risk/Reward Profile’...อยู่ระหว่าง ‘หุ้น’ และ ‘ตราสารหนี้’

รู้หรือไม่?...การลงทุนใน “โครงสร้างพื้นฐาน” (Infrastructure) นั้น เป็นหนึ่งในการลงทุนที่ตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่ดีกว่าตราสารหนี้ ในขณะที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าหุ้น เป็นสินทรัพย์ที่มี Risk/Reward profile อยู่ระหว่าง “หุ้น” และ “ตราสารหนี้” มีลักษณะของ Defensive ที่ทนทานต่อภาวะตลาดผันผวนได้เป็นอย่างดี





ด้วย “จุดเด่น” ที่สำคัญ คือ เป็นการลงทุนในสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ไฟฟ้า, การสื่อสาร, ถนน, ทางด่วน, สนามบิน หรือท่าเรือ เป็นต้น ซึ่งไม่ว่าสภาวะเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไร ความต้องการใช้โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ก็ยังคงอยู่และไม่ได้ลดลงไปด้วยแต่ประการใด ไม่เพียงเท่านี้ โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้มักมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และเป็นธุรกิจที่มีลักษณะกึ่งผูกขาด หรือมีผู้ขายน้อยราย ไม่ใช่ธุรกิจที่จะมีใครเข้ามาแข่งขันได้ง่ายๆ จึงเป็นธุรกิจที่รายได้มีเสถียรภาพผันผวนต่ำและสามารถคาดการณ์กระแสเงินสดรับในอนาคตได้เป็นอย่างดี


“ปัจจุบัน การประเมินมูลค่า(Valuation) ของการลงทุนในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานมีความน่าสนใจ ทั้งในมุมมองของ ‘อัตราเงินปันผล’ (Dividend Yield) ซึ่ง ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 2.8% (ดัชนีหุ้นโลกอยู่ที่ 1.6%) และ ‘รายได้ต่อหนึ่งหน่วย’ ที่สูงกว่าดัชนีหุ้นโลก (MSCI World Index) โดยมี EBITDA Margin 28.9% (ดัชนีหุ้นโลก 20.3%) (ที่มา: Lazard, FactSet, MSCI ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564)”



‘โครงสร้างพื้นฐาน’ มีอยู่ทั่วโลก... โอกาสที่ ‘ไม่จำกัด’ สำหรับนักลงทุนไทย

จะดีแค่ไหน? ถ้าเรามีโอกาสได้ลงทุนใน “โครงสร้างพื้นฐาน” (Infrastructure) ทั่วโลก เชื่อว่า ถ้ามีโอกาสได้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยเอง ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า, ประปา, ทางด่วน, โทรคมนาคม หรือสนามบิน เป็นต้น คงไม่มีนักลงทุนคนไหนปฏิเสธแน่นอน เพราะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าแก่การลงทุน



เสียดายก็แต่
…โอกาสที่จะเข้าไปร่วมลงทุนเท่านั้นเอง !!!

แม้ว่า “โครงสร้างพื้นฐานในไทย” อาจจะไม่ได้เปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าไปมีส่วนร่วมในการลงทุนได้ในปัจจุบัน แต่ก็ไม่ต้องน้อยอกน้อยใจไปแต่ประการใด เพราะโอกาสการลงทุน “ไม่ได้ถูกจำกัด” แค่ในประเทศไทยเท่านั้น มองไปข้างนอกประเทศก็มีโครงสร้างพื้นฐานที่รอให้เลือกลงทุนอยู่มากมายและล้วนน่าสนใจทั้งสิ้น ซึ่งบางประเภทในประเทศไทยเองก็ยังไม่มีโครงสร้างพื้นฐานประเภทนี้ให้ลงทุนเลย เช่น บริษัทที่ทำธุรกิจไฟฟ้าพลังงานลม หรือบริษัทที่ทำธุรกิจบำบัดน้ำเสีย เป็นต้น


“ซึ่งถือเป็นโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งปัจจัยที่ทำให้โครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องก็คือการสนับสนุนของรัฐบาลที่ทุ่มงบลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อทำให้เศรษฐกิจขยายตัว และสนับสนุนต่อภาคเอกชน โดยคาดว่ามูลค่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานจะมีมูลค่าสูงถึง 38 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2040 กระจายไปในทุกภูมิภาคทั่วโลก นำโดย ประเทศสหรัฐอเมริกา, ประเทศแอฟริกา, ประเทปโซนยุโรป, โอเชียเนีย และเอเชีย ตามลำดับ”



UINFRA เปิดประตูสู่โอกาสการลงทุนใน ‘โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ทั่วโลก’

วันนี้ นักลงทุนไทยมีโอกาสดีที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของโลกด้วยการลงทุน “โครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก” ได้แล้วง่ายๆ ผ่าน UINFRA: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล ซัสเทนเนเบิล อินฟราสตรัคเจอร์ อิควิตี้ ฟันด์” ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกและมีแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน เป็นกองทุนหน่วยลงทุน (Fund of Funds) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารกองทุนให้ตอบโจทย์ในทุกสภาวะตลาดการลงทุนได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย





โดยโมเดลของ “พอร์ตการลงทุน” (Portfolio Model) เบื้องต้นนั้น จะลงทุนผ่าน 3 กองทุน ประกอบด้วย


1.KBI Global Sustainable Infrastructure Fund Strategy A EUR Acc สัดส่วนการลงทุนประมาณ 50%

  • เน้นลงทุนในหุ้นโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก ที่มีรายได้ >50% จากโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดน้ำ (Water) / เกษตรกรรม (Agricultural) และพลังงานสะอาด (Clean Energy)


2.CS (Lux) Infrastructure Equity Fund IB USD
สัดส่วนการลงทุนประมาณ 30%

  • เน้นลงทุนในบริษัทผู้ผลิตและให้บริการที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยทั่วโลก เพื่อเพิ่มผลตอบแทนรวมสูงสุดจากเงินลงทุน และรายได้จากเงินปันผล

3.Lazard Global Listed Infrastructure Equity A Acc USD Hedge สัดส่วนการลงทุนประมาณ 20%
  • เน้นลงทุนในหุ้นของธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกที่มีความน่าสนใจ และมีรายได้ หรือกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ โดยมีกลยุทธ์การลงทุนในลักษณะ Traditional



“ซึ่งครอบคลุมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก จากนักลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกทั้ง 3 ราย จากข้อมูล Backtest ผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุนจำลอง คำนวณจากสัดส่วนการลงทุนของ กองทุน KBI Global Sustainable Infrastructure Strategy A EUR Acc 50% + กองทุน CS (Lux) Infrastructure Equity IB USD 30% + กองทุน Lazard Global Listed Infrastructure Equity A Acc USD Hedged 20% โดยทั้ง 3 กองทุนคำนวณจาก BASE Currency จึงอาจมีความเสยี่งจากอัตราแลกเปลี่ยน  ดังนั้นผลการดำเนินงานของพอร์ตการลงทุนจำลอง UINFRA จึงอาจไม่ได้สะทอ้นถงึผลการดำเนินงานในอนาคต (ที่มา: Bloomberg/ Morningstar ข้อมูล ณ วันที่ 29 เมษายน 2565) ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ได้ 11.29% ในขณะที่ดัชนีเทียบวัด MSCI World Core Infrastructure USD Net Total Return อยู่ที่ 6.27% (ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคตแต่ประการใด)”



“หุ้นในพอร์ต” เป็นผู้นำในธุรกิจที่
‘ผ่านร้อนหนาว’ มายาวนาน

สำหรับหุ้นที่น่าสนใจจากพอร์ตการลงทุนจำลอง (Portfolio Model) นั้น ตัวอย่างเช่น NEXTERA ENERGY บริษัทผลิตไฟฟ้าใหญ่อันดับ 3 ของสหรัฐ ก่อตั้งมา 97 ปี ตั้งแต่ปี1925 ผ่านมาหลายวิกฤติก็ยังยืนหยัดถึงปัจจุบัน มีลูกค้าผู้ใช้บริการกว่า 10 ล้านคนในรัฐฟลอริดา





IBERDROLA บริษัทด้านพลังงานลมรายใหญ่ของโลก ก่อตั้งมา 30 ปี ตั้งแต่ปี1992 มีผู้ใช้บริการกว่า 32 ล้านคน ใน 190 ประเทศทั่วโลก, VEOLIA บริษัทผู้ให้บริการบำบัดน้ำเสียและผลิตพลังงานของฝรั่งเศส ก่อตั้งมา 23 ปี ตั้งแต่ปี1999 มีผู้ใช้บริการกว่า 95 ล้านคน


Enel SpA บริษัทผู้ผลิตและจ่าหน่ายไฟฟ้าและก๊าซของอิตาลี ก่อตั้งมา 97 ปี ตั้งแต่ปี1962 มีผู้ใช้บริการกว่า 69 ล้านคน และ RWE บริษัทผู้ผลิตและจ่าหน่ายไฟฟ้าพลังงานลมและแสงอาทิตย์ เป็นบริษัทที่เก่าแก่บริษัทหนึ่งก่อตั้งมา 124 ปี ตั้งแต่ปี 1898 มีผู้ใช้บริการกว่า 69 ล้านคนในยุโรป


การลงทุนใน “โครงสร้างพื้นฐาน” (Infrastructure) เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีในภาวะที่ “ดอกเบี้ยขึ้น” และ “เงินเฟ้อสูง” ไม่เพียงเท่านี้ยังได้รับประโยชน์จากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในช่วงที่ผ่านมาอีกด้วย สำหรับ “UINFRA” จะเปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 1118 กรกฎาคม 2022 นี้ โดยไม่มีการกำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำไว้แต่ประการใด


ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ตัวแทนจำหน่าย หรือ บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) หมายเลขโทรศัพท์ 0-2786-2222 หรือดูข้อมูลได้ที่ www.uobam.co.th


คำเตือน

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะกองทุน นโยบายการลงทุน เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานกองทุนก่อนตัดสินใจลงทุน กองทุนนี้ลงทุนในต่างประเทศ จึงมีความเสี่ยงที่ทางการของต่างประเทศอาจออกมาตรการในภาวะที่เกิดวิกฤตการณ์ที่ไม่ปกติ ทำให้กองทุนไม่สามารถนำเงินกลับเข้ามาในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ลงทุนไม่ได้รับคืนเงินตามระยะเวลาที่กำหนด กองทุนนี้มีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุนในต่างประเทศ ถึงแม้ว่ากองทุนอาจป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนรวม แต่เนื่องจากกองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมสาธารณูปโภค  จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก กองทุนรวมนี้กระจุกตัวในประเทศสหรัฐฯ และประเทศยุโรป ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย