“บลจ.ไทย” มองต่าง “มาร์ค โมเบียส”... เมิน “หุ้นอินเดีย” แนะเลี่ยงลงทุน ‘แพง-อัพไซด์จำกัด’ !!!
Fun of Funds: อย่างที่นักลงทุนทราบกันดีว่า ตลาดหุ้นใน “กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา” มีเพียงไม่กี่ประเทศนักที่ได้รับน้ำหนักการลงทุนจากนักลงทุนทั่วสารทิศ ซึ่งแน่นอนว่าประเทศแรกก็คงไม่พ้น “มหาอำนาจจากฝั่งเอเชียอย่างจีน”
แต่ด้วยความเคลื่อนไหวของตลาดในปัจจุบันก็ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่เลือกที่จะรอจังหวะที่เหมาะสม และเมื่อเบอร์หนึ่งของตลาดยังส่อแววไม่ดีนัก ก็ทำให้ความสนใจมาอยู่ที่เบอร์สองอย่าง “อินเดีย”
โดยเฉพาะหลังจากที่เจ้าพ่อตลาดเกิดใหม่อย่าง “มาร์ค โมเบียส” ออกมาชี้เป้าเมื่อเร็วๆ นี้ว่า “หุ้นอินเดีย” กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง ก็ยิ่งทำให้ตลาดจับตามาที่ตลาดนี้อย่างปฏิเสธไม่ได้
อย่างไรก็ตามในปีนี้ความเคลื่อนไหวของ “ตลาดหุ้นอินเดีย” เองก็ยากจะต้านทางกระแสโลกมีการปรับตัวลดลงเช่นเดียวกัน หลังจากที่ปรับขึ้นอย่างโดดเด่นในปีที่ผ่านมา โดยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ดัชนี “BSE Sensex” ลงมาอยู่ที่ระดับ 52,654.10 จุด หรือลดลงกว่า -11%
นั่นทำให้ “กองหุ้นอินเดีย” ทั้ง 28 กอง แดงยกแผงเช่นเดียวกัน โดยตั้งแต่ต้นปีมาให้ผลตอบแทนติดลบตั้งแต่ -9% ถึง -24%
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอใช้โอกาสนี้ที่จะรายงานความเคลื่อนไหวของผลการดำเนินงาน “กองทุนรวมหุ้นอินเดีย” พร้อมกับคำแนะนำการลงทุนจากผู้เชี่ยวชาญ มาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านในครั้งนี้
“กองหุ้นอินเดีย” ปีนี้แดงยกกระดาน...“TISCOIN” แชมป์กลุ่มยังติดลบกว่า -8.87% ในขณะที่ “ASP-INDIA” ยับสุด -24.37%
สำหรับ “กองทุนรวมหุ้นอินเดีย” ที่เราอ้างอิงจะมาจากอุตสาหกรรมบริษัทหลักทรัพย์กองทุนรวมของไทยที่ได้มีการเปิดให้นักลงทุนได้เข้าไปแสวงหาผลตอบแทนกันโดยมีทั้งหมด 28 กองทุน ซึ่งผลการดำเนินงานส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนลบทั้งหมด แต่ก็จะลบมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของบริษัท
ซึ่งกองที่ติดลบหนักที่ก็จะ “กองทุนเปิด แอสเซทพลัส อินเดีย ไดนามิกส์ อิควิตี้” หรือ “ASP-INDIA” ที่ผลตอบแทนนับตั้งต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 27 มิถุนายน 65) ปรับตัวลดลงหรือ -24.37% ตามกองทุนหลักที่ได้ลงทุนหรือเป็นกองทุน UTI India Dynamic Equity Fund
ขณะที่กองทุนที่ติดลบน้อยที่สุดในลุ่มจะเป็น “กองทุนเปิด ทิสโก้ อินเดีย อิควิตี้” หรือ “TISCOIN” ที่ได้ลงทุนใน กองทุน iShares MSCI India ETF เป็นกองทุนหลัก ซึ่งในด้านของผลตอบแทนของกองนั้นติดลบอยู่ที่ -8.87% ก็มีความแตกต่างจากกอง ASP-INDIA ที่ชัดเจนถึง 14.50%
แนะเลี่ยง “หุ้นอินเดีย” เหตุแพง-อัพไซด์จำกัด...มอง “หุ้นจีน-เวียดนาม” น่าสนใจกว่า
เศรษฐกิจอินเดียเองก็กำลังเผชิญปัญหาเรื่อง “เงินเฟ้อสูง” ตลอดจนค่าเงินที่อ่อนค่าลงค่อนข้างมากเช่นเดียวกับประเทศในเอเชียอีกหลายประเทศ แม้ตลาดหุ้นจะย่อลงมาอาจทำให้หลายคนมองเป็นโอกาส
แต่ในมุมของ “สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” ผู้อำนวยการสายการตลาด และที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด ก็ได้ให้ความเห็นว่า “ตลาดหุ้นอินเดีย” ยืนด้วยระดับ P/E ที่ค่อนข้างสูงหรือราว 20 เท่า ซึ่งเมื่อเจอปัจจัยกดดันอย่างอัตราเงินเฟ้อโลก (global inflation) จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น
.jpg)
(สาห์รัช ชัฏสุวรรณ)
“ซึ่งอินเดียเป็นประเทศที่มีการพึ่งพาพลังงานสูงจึงต้องมีการนำเข้าพลังงานจากภายนอก ทำให้นักลงทุนมีความกังวลกับปัจจัยดังกล่าวว่าจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของอินเดียมากน้อยเพียงใด จนเป็นผลให้ตลาดในช่วงที่ผ่านมาสะท้อนการรับรู้ถึงปัจจัยลบข้างต้น”
สำหรับคำแนะนำการลงทุนใน “ตลาดหุ้นอินเดีย” นักลงทุนอาจจะต้องหลีกเลี่ยงหรือให้น้ำหนักมาลงทุนในตลาดอื่นมากกว่า โดยเรายังคงไม่ความสำคัญมากนักในตอนนี้เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นใกล้เคียงอย่าง “ตลาดหุ้นจีน” และ “เวียดนาม” ขณะเดียวกันด้วยระดับ P/E ที่สูงและสตอรี่ที่จะช่วยอัพไซด์ตลาดค่อนข้างจำกัดจึงทำให้ความน่าสนใจค่อนข้างน้อย
“ในช่วง1-2ปีที่ผานมา ‘ตลาดหุ้นอินเดีย’ ถือเป็นตลาดที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก แต่หลังจากที่ราคาปรับตัวขึ้นมานั้นกับจะต้องเผชิญปัจจัยกดดันที่ทั่วโลกไม่อาจหลีกเลี่ยง ทำให้ความน่าสนใจเฉกเช่นในอดีตถูกลดทอนลงไปพอสมควร”
