4 "กองทุนเด่น" กรกฎา-ปีขาล…ลุย ‘กองอสังหาฯ-REIT’ ฝ่ามรสุม Stagflation สไตล์ Defensive เน้น “ปันผล” สู้ ‘เงินเฟ้อสูง’ !!!

ลายแทงกองทุน: โลกกำลังเดินเข้าสู่ภาวะStagflation” เป็นสภาพที่เศรษฐกิจมีการชะลอตัวลง ในขณะที่เงินเฟ้อสูง


ประเทศหลักของโลกอย่าง “สหรัฐ” กำลังลุ้นไปถึงว่าเศรษฐกิจของตัวเองจะเข้าขั้น “ถดถอย” (Recession) หรือไม่เลยทีเดียว


“ไทย” เองในแง่การเติบโตทางเศรษฐกิจหลังเปิดประเทศหลายฝ่ายยังมองว่าจะยังสามารถโตได้ในปีนี้แม้จะ “โตในระดับต่ำ” ก็ตาม แต่เรื่องของ “เงินเฟ้อ” คงเลี่ยงไม่ได้เช่นเดียวกัน


ล่าสุดตัวเลข “เงินเฟ้อทั่วไป” เดือนมิ.ย.สดๆ ร้อนๆ เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 0.90% มาอยู่ที่ 7.66% สูงสุดในรอบ 13 ปี


ถ้าลงทุนแล้ว “ผลตอบแทน” แพ้ “เงินเฟ้อ”...“ความมั่งคั่ง” ในกระเป๋าก็มีแต่จะลดน้อยถอยลงไปเท่านั้นเอง !!!


ในภาวะ “Stagflation” เช่นนี้ การลงทุนในกลุ่ม Defensive เหมาะสุด ทางทีมงาน ‘Wealthythai’ ได้คัดสรร “4 กองทุนเด่น” กรกฎา-ปีขาล ซึ่งเป็น “กองทุนอสังหาริมทรัพย์ (กอง1)” และ “REIT ที่ผลตอบแทนปันผลในรอบ 1 ปี สูงกว่า 9.0% มาฝากกัน



MIT”...โอกาสลงทุนใน “Data Center” ประเทศอังกฤษ...โชว์อัตราปันผล 18.59%

เริ่มต้นด้วย REIT ต่างประเทศ ได้แก่ MIT: ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เอ็มเอฟซีอินดัสเตรียล” ที่ลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Centre) ที่อังกฤษ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ยังคงเติบโตได้ในท่ามกลางวิกฤติ โดยกองทุนมีอัตราเงินปันผล 12 เดือนล่าสุด 18.59%  มีผลตอบแทนราคาย้อนหลัง 1 ปี -1.27%


“โดยกองทุนลงทุนในหุ้นสามัญของ บจ.เอพียูเค(APUK) 100% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด ซึ่ง APUK เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดิน และอาคารประเภทคลังสินค้าที่ใช้ประโยชน์เป็น ศูนย์ข้อมูล (Data Centre) รวมถึงส่วนควบและงานระบบต่างๆ โดยมีพื้นที่ให้เช่ารวม 1,342 ตร.ม. และทรัพย์สินตั้งอยู่ที่เขตชาร์ลตัน กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ





MJLF”...ลงทุนในโครงการ “ไลฟ์เอนเตอร์เทนเมนท์-เมเจอร์”...โชว์อัตราปันผล 14.60%

ถัดมาเป็น MJLF: กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ไลฟ์สไตล์” เป็นหนึ่งในกองทุนที่ลงทุนโครงการไลฟ์เอนเตอร์เทนเมนท์ที่ตอบโจทย์ Life Style ของคนรุ่นใหม่ไม่ว่าจะดูหนัง ทานอาหาร หรือช้อปปิ้งแบบครบจบในที่เดียว ในแง่ของผลงานถือว่าไม่เลวมีอัตราเงินปันผล 12 เดือนล่าสุด 14.60%  มีผลตอบแทนราคาย้อนหลัง 1 ปี +8.33%


“โดยลงทุนในสิทธิการเช่า (leasehold) ในอาคารไลฟ์เอนเตอร์เทนเม้นท์ คอมเพล็กซ์ ขนาดใหญ่ ได้แก่ อาคารโครงการ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน และอาคารโครงการ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รังสิต และสิทธิการเช่าที่ดินและสิทธิการเช่าพื้นที่บางส่วนของโครงการ ศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ ซูซูกิ อเวนิว รัชโยธิน ซึ่งเชื่อว่าคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่น่าจะเคยไปใช้บริการกันมาบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งการเปิดประเทศก็ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจ การค้า และความบันเทิงกลับมาฟื้นตัวคึกคักขึ้นเช่นกัน”



TLHPF”...ลงทุนใน “พีพี ฮอลิเดย์ อินน์ รีสอร์ท”...โชว์อัตราผลตอบแทน 10.06%

มาถึงกองอสังหาฯ ในกลุ่มโรงแรมกันบ้าง ได้แก่ TLHPF: กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ไทยแลนด์ โฮสพีทาลิตี้” ซึ่งในช่วงวิกฤติ COVID-19 ถือเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบไปค่อนข้างมากและเป็นกลุ่มที่ฟื้นตัวกลับมาพร้อมกับความคาดหวังหลังการเปิดประเทศในครั้งนี้เช่นเดียวกัน โดยกองทุนมีอัตราเงินปันผล 12 เดือนล่าสุด 10.06%  มีผลตอบแทนราคาย้อนหลัง 1 ปี +3.92%


“เป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่ลงทุนโดยการซื้อกรรมสิทธิ์ที่ดิน และอาคาร ของโครงการ โรงแรมพีพี ฮอลิเดย์ อินน์ รีสอร์ท(Freehold) ซึ่งเป็นโรงแรมระดับ ‘4 ดาว บนเนื้อที่ดินรวมประมาณ 31-2-22 ไร่ ประกอบด้วยอาคารห้องพัก จำนวน 85 อาคาร ห้องพัก 128 ห้อง โดยนำโครงการดังกล่าวให้เช่าเหมาแก่ บจ. พี พี ฮอลิเดย์ เป็นระยะเวลา 3 ปี และ TLHPF มีสิทธิพิจารณาให้มีการต่อระยะเวลาการเช่าออกไปอีก 4 ครั้ง ครั้งละ 3 ปี เป็นระยะเวลา 15 ปี และทาง บจ.พี พี ฮอลิเดย์ ได้ว่าจ้าง ‘Holiday Inns (Thailand) Ltd.’ เป็นผู้บริหารโครงการโรงแรมพีพี ฮอลิเดย์ อินน์ รีสอร์ท



WHAIR”...โอกาสลงทุนใน “โรงงาน-คลังสินค้า” คุณภาพ...โชว์อัตราปันผล 9.21%

สุดท้ายเป็น REIT ที่ลงทุนในโรงงานและคลังสินค้าซึ่งช่วง COVID-19 ที่ผ่านมาถือเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบแต่ประการใดอีกทั้งยังสามารถเติบโตได้อีกด้วย ได้แก่ WHAIR: ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล” โดยกองทุนมีอัตราเงินปันผล 12 เดือนล่าสุด 9.21%  มีผลตอบแทนราคาย้อนหลัง 1 ปี -17.42%


“กองทุนเน้นลงทุนในสิทธิการเช่าที่ดินและ อาคารโรงงาน 121 ยูนิต และ อาคารคลังสินค้า 25 ยูนิต เป็นระยะเวลา 30 ปี โดยมีพื้นที่อาคารให้เช่า 380,632 ตร.ม. ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมของกลุ่ม WHAID นั่นเอง ล่าสุดได้ประกาศแผนลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 4 มูลค่าไม่เกิน 1,345.89 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี2022 นี้อีกด้วย


นี่คือ 4 “กองทุนเด่น” กรกฎา-ปีขาล ในกลุ่ม “กองทุนอสังหาฯ (กอง1)” และ “REIT” ที่มีจุดเด่นสไตล์ Defensive ที่มีรายได้ค่าเช่าจากทรัพย์สินที่มีคุณภาพ สามารถให้ “ปันผล” ที่ดีสม่ำเสมอไว้ต่อสู้กับ “เงินเฟ้อสูง” ในช่วงเศรษฐกิจแบบ “Stagflation” ได้เป็นอย่างดี สำหรับนักลงทุนที่สนใจสามารถลงทุนได้เหมือนหุ้นรายตัวที่จดทะเบียนใน “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” นั่นเอง


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Wealth EZ
พันธบัตรสหรัฐฯ สำคัญอย่างไร? Bond Yield สหรัฐฯ พุ่ง “โอกาส” หรือ “ความเสี่ยง”
เมื่อ 4 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
TU ฉลอง 10 ปี กลยุทธ์ “Sea Change” ชี้เชื่อมโยงการเงิน-ความยั่งยืนถึง 75% ลุยกุ้งคาร์บอนต่ำ ดัน Net Zero ในปี 2030
เมื่อ 3 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
SpaceX ฉีกธรรมเนียม IPO เคาะราคาขาย 135 ดอลลาร์ล่วงหน้า จำนวน 555.5 ล้านหุ้น ก่อนโรดโชว์ ตลาดจับตาราคาไฟนอล 11 มิ.ย. นี้
เมื่อ 1 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us