“ตลาดตราสารหนี้” บทบาทที่สำคัญมากขึ้น... ทั้ง ‘แหล่งระดมทุน’ & ‘ทางเลือกลงทุน’ ของไทย !!!
Fund Manager View: “ตลาดตราสารหนี้” ก้าวขึ้นมามีบทบาทมากขึ้นในฐานะหนึ่งใน 3 สามเสาหลักของแหล่งระดมทุนนอกเหนือไปจาก “สินเชื่อแบงก์” และ “ตลาดหุ้น”
สิ้นไตรมาสที่2/22 มีมูลค่าคงค้าง 15.30 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% โดยเป็นการเติบโตของตราสารหนี้ภาครัฐและหุ้นกู้เอกชนเป็นสำคัญ
ซึ่ง “ตราสารหนี้” ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่จะใช้ในการจัดสรรเงินลงทุนของตัวเอง ในฐานะของทางเลือกลงทุนที่เป็น “Medium Risk/Medium Return”
นี่จึงเป็นหนึ่งในพันธกิจที่ “กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย” (ThaiBMA) คนใหม่ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีมุมมองที่น่าสนใจในเรื่องนี้มาอัพเดทให้ฟังกัน
หนุน “ตราสารหนี้” ทางเลือกลงทุน “Medium Risk/Medium Return”
ใน “ธุรกิจแบงก์” เอง ก็จะมีสินเชื่อที่มีปัญหาบางส่วน ใน “ตลาดตราสารหนี้” เองก็เช่นกัน ก็จะมีหุ้นกู้ที่มีปัญหาบางส่วนเช่นเดียวกัน สิ่งสำคัญคือนักลงทุนต้องเข้าใจและบริหารจัดการความเสี่ยงของตัวเองด้วยเช่นกัน
โดย “ดร.สมจินต์ ศรไพศาล” กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) มองว่า “ตราสารหนี้” ถือเป็นทางเลือกการลงทุนในกลุ่มที่เป็น “Medium Risk/Medium Return” ในขณะที่ “หุ้น” เป็น High Risk/High Return ในขณะที่ “เงินฝาก” เป็น Low Risk/Low Return ซึ่งนักลงทุนสามารถใช้ในการจัดพอร์ตการลงทุนของตัวเองได้เป็นอย่างดี

(ดร.สมจินต์ ศรไพศาล)
“สำคัญคือนักลงทุนต้องมีข้อมูลที่ครบถ้วนสำหรับใช้พิจารณาในการตัดสินใจลงทุน และแน่นอนว่าต้องยอมรับกับความเสี่ยงจากการลงทุนนั้นด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มที่เป็น High Yield Bond แต่โดยภาพรวมของตลาดตราสารหนี้ไทยแล้วเป็นตลาด Investment Grade อยู่แล้ว อาจใช้การกระจายการลงทุนไปในหุ้นกู้หลายตัวเพื่อกระจายความเสี่ยง เป็นต้น เชื่อว่านักลงทุนจะหันมาใช้ตราสารหนี้เป็นหนึ่งในเครื่องมือการลงทุนเพิ่มมากขึ้น”
เปิดยุทธศาสตร์ “เสริมสร้าง ยกระดับ ขับเคลื่อน”
ในโอกาสนี้ ดร.สมจินต์ ได้เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานของสมาคมในระยะ 2 ปีแรก (2565-2566) ของการเข้ารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการว่า จะอยู่ภายใต้แนวคิด “เสริมสร้าง ยกระดับ ขับเคลื่อน” ได้แก่ การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของผู้ร่วมตลาด ยกระดับสู่ความเป็นเลิศในการพัฒนาบริการข้อมูลอย่างครบวงจรของสมาคม และขับเคลื่อนด้านความรู้และการศึกษาของผู้ร่วมตลาด รวมถึงส่งเสริมด้าน ESG เพื่อมุ่งไปสู่ความเติบโตอย่างยั่งยืนของตลาดตราสารหนี้ ซึ่งสรุปได้ดังนี้
-
เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ร่วมตลาด (Empowerment) ผ่านการนำเทคโนโลยีมาผสานกับองค์ความรู้ของสมาคม ต่อยอดเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้ผู้ร่วมตลาดมีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการลงทุนและระดมทุน ตอบสนองความต้องการของผู้ร่วมตลาด เช่น 1) MeBond Mobile application สำหรับนักลงทุนบุคคลในการติดตามข้อมูลลงทุนในตราสารหนี้ บันทึกพอร์ตลงทุน ติดตามการรับรายได้ดอกเบี้ย วันครบกำหนด ข้อมูลตราสารหนี้ออกใหม่ และข่าวสารของตลาดตราสารหนี้ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
2) E-Book Building platform สำหรับผู้จัดจำหน่ายตราสารหนี้ ในการสำรวจความต้องการซื้อตราสารหนี้ทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมอย่างมีประสิทธิภาพ 3) Smart Funding Solution สำหรับผู้ออกตราสารหนี้ใช้ในการบริหารจัดการการชำระดอกเบี้ยและเงินต้น วิเคราะห์ต้นทุนได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ สมาคมจะจัดเวที (Market Dialogue) รับฟังความคิดเห็นของผู้ร่วมตลาด (ผู้ออกตราสารหนี้ ผู้จัดจำหน่าย ผู้ค้าตราสารหนี้ ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ และผู้ลงทุน) เพื่อร่วมกันพัฒนาเครื่องมือใหม่ๆ ที่จะช่วยในการลงทุน และสร้างมาตรฐานการปฏิบัติในตลาดที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง
-
ยกระดับสู่ความเป็นเลิศในการเป็นศูนย์ข้อมูลตราสารหนี้ไทย (Excellence) โดยพัฒนาศักยภาพในการเป็นศูนย์ข้อมูลตราสารหนี้อย่างครบวงจร ได้แก่ ข้อมูลตราสารหนี้ที่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ออกตราสารหนี้ที่มีประสิทธิภาพเพื่อการตัดสินใจของนักลงทุน ข้อมูลราคาตราสารหนี้อ้างอิง (MTM) ที่ครอบคลุม และเชื่อถือได้ และจะดำเนินการพัฒนาข้อมูล/เครื่องมือเพื่อวิเคราะห์การลงทุนอย่างต่อเนื่อง
-
ขับเคลื่อนตลาดตราสารหนี้สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Education) ผ่านการเผยแพร่ความรู้แก่ผู้ร่วมตลาดทุกกลุ่ม ทั้งนักลงทุนทั่วไป และผู้ประกอบวิชาชีพในตลาดทุน โดยการพัฒนาช่องทางการเรียนรู้ออนไลน์ (E-Learning Platform) ช่องทางโซเชียลมีเดีย การจัดอบรมสัมมนาในหลักสูตรใหม่ๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคคลากรผู้ประกอบวิชาชีพในตลาดตราสารหนี้ การจัดทำบทศึกษาวิจัยในประเด็นที่นำไปสู่การพัฒนาตลาด นอกจากนี้สมาคมจะส่งเสริมความรู้ด้าน ESG และสนับสนุนให้มีการออกตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน (ESG bond) เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนของตลาดตราสารหนี้
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อวางโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ “ตลาดตราสารหนี้” ไว้ให้ ‘ผู้ร่วมตลาด’ และ ‘นักลงทุน’ ได้สามารถเข้ามาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์ของตัวเองเป็นสำคัญ
