“ผจก.กองทุน” มอง ‘เงินเฟ้อสูง-ดอกเบี้ยขาขึ้น’ ตัวฉุดการลงทุน 1 ปีข้างหน้า... ชู “หุ้นใหญ่” จีน-เวียดนาม-สหรัฐ น่าสนใจสุด !!!
Fund of Funds: ในช่วงที่ภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นมีความไม่แน่นอนทั้งปัจจัยทั่วไปที่นักลงทุนรับรู้กันดี ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ นโยบาการเงินการคลัง ก็ยังมีปัจจัยใหม่ที่จะเข้ามากันดันความเชื่อมั่นนักลงทุน
ทำให้บางคนเองก็เลือกจะติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อรอจังหวะและบางคนก็อาจจะทำตามคำแนะนำจาก “ผู้เชี่ยวชาญ” หรือ “กูรูการลงทุน”
เหล่า “ผู้จัดการกองทุน” ถือเป็นกลุ่มนักลงทุนระยะยาวที่มีความสำคัญ ดังนั้น มุมมองของนักลงทุนกลุ่มนี้จึงน่าจะมีประโยชน์ประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนทั่วไปได้บ้างไม่มากก้น้อย
ทาง “สมาคมบริษัทจัดการลงทุน” (AIMC) จึงได้สำรวจมุมมองของเหล่าผู้จัดการกองทุนที่มีต่อทิศทางการลงทุนในช่วง 1 ปีข้างหน้า ว่ามีมุมมองเช่นไร สินทรัพย์ไหนที่น่าสนใจ ภูมิภาคไหนที่น่าสนใจ
ซึ่งในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ เพื่อเป็นแนวทางหรือคำแนะนำให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุน จึงได้หยิบยกผลสำรวจของ “สมาคมบริษัทจัดการลงทุน” (AIMC) มาแชร์กันในครั้งนี้
“ศก.เติบโต” ปัจจัยบวกการลงทุน...ส่วน “เงินเฟ้อสูง” และ “ดอกเบี้ยขาขึ้น” เป็นปัจจัยลบที่สำคัญ
โดย “ชวินดา หาญรัตนกูล” นายกสมาคม-สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (Association of Investment Management Companies – AIMC) บอกถึงแนวคิดในการสำรวจความคิดเห็นของ “ผู้จัดการกองทุน” บริษัทสมาชิกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน เกี่ยวกับปัจจัยทางเศรษฐกิจและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีผลกระทบต่อทิศทางการลงทุนใน 1 ปีข้างหน้า ทั้งนี้เพื่อเป็นข้อมูลให้นักลงทุนได้ใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจการลงทุนในสภาวการณ์ที่ตลาดการเงินมีความผันผวนสูง

(ชวินดา หาญรัตนกูล)
“ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ‘สมาคมบริษัทจัดการลงทุน’ (AIMC) มีการดำเนินการออกแบบสอบถามถึงปัจจัยต่างๆ ด้านเศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อทิศทางการลงทุน การจัดน้ำหนักการลงทุน ประเทศและอุตสาหกรรมที่มีความน่าสนใจในการลงทุนใน 1 ปีข้างหน้าของผู้จัดการกองทุนบริษัทสมาชิก AIMC ซึ่งผลการสำรวจที่ได้คือเศรษฐกิจโลกมีลักษณะทรงตัวหรือเติบโตในอัตราลดลง โดยจะเห็นว่า ‘ปัจจัยที่ส่งผลดี’ ต่อการลงทุนคือการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP Growth) ‘ปัจจัยที่เป็นตัวฉุดรั้ง’ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุนคือ อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงและการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย”
ชอบ “ตลาดเกิดใหม่” มากกว่า...มองบวก “หุ้นใหญ่” ใน ‘จีน-เวียดนาม-สหรัฐ’ ส่วนกลุ่มหุ้นเด่นต้อง ‘สุขภาพ -เทคโนโลยีสารสนเทศ-สินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน’
ในมุมมองด้านการจัดน้ำหนักการลงทุนในตลาดโลก ให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่ม “ประเทศเกิดใหม่” (Emerging Markets) มากกว่ากลุ่ม “ประเทศพัฒนาแล้ว” (Developed Markets) ในด้านสินทรัพย์แต่ละประเภทนั้นไม่ได้ให้น้ำหนักไปยังสินทรัพย์ใดเป็นพิเศษ
“แต่การลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภทนั้น ตราสารหนี้เสียงส่วนใหญ่ให้น้ำหนักไปยัง ‘ตราสารหนี้ระยะสั้น’ ของประเทศสหรัฐฯ จีนและไทย ตราสารทุนมีมุมมองในการลงทุนใน ‘หุ้นขนาดใหญ่’ (large cap) ในประเทศจีน เวียดนามและสหรัฐฯ โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ค่อนข้างโดดเด่นคือ กลุ่มสุขภาพ เทคโนโลยีสารสนเทศและสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน”

มอง “ศก.ไทย” 1 ปีข้างหน้าดีขึ้น...แนะลงทุน “หุ้นกลาง-ใหญ่” กลุ่ม ‘สุขภาพ-ธนาคาร-ท่องเที่ยวและสันทนาการ’
สำหรับมุมมองต่อภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนในประเทศไทยนั้น มีมุมมอง “เชิงบวก” โดยมีความเห็นว่าเศรษฐกิจไทยจะมีการปรับตัวดีขึ้น จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่นมาตรการการเปิดประเทศ ส่งเสริมให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวปรับตัวดีขึ้น การส่งออกที่อยู่ในอัตราการเติบโตที่ดีจากค่าเงินบาทที่มีการอ่อนตัวลง
“ทั้งนี้ ‘อัตราเงินเฟ้อ’ ในระดับสูงจะเป็นปัจจัยลบต่อการลงทุน การจัดน้ำหนักการลงทุนในประเทศนั้นเน้นให้น้ำหนักการลงทุนใน ‘หุ้นขนาดกลางและขนาดใหญ่’ การลงทุนในตราสารหนี้และสินทรัพย์ทางเลือกมีมุมมองเป็นกลางค่อนไปทางลบ กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความโดดเด่นคือ กลุ่มสุขภาพ ธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มการท่องเที่ยวและสันทนาการ”
สุดท้าย “นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน” กล่าวว่า สมาคมบริษัทจัดการลงทุนจะจัดให้มีการสำรวจมุมมองทิศทางการลงทุนของผู้จัดการกองทุนบริษัทสมาชิกอย่างต่อเนื่องไตรมาสละครั้ง ซึ่งสมาคมฯ มีความเห็นว่าข้อมูลมุมมองการลงทุนของนักลงทุนสถาบันนี้จะเป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจ ผู้ลงทุนและประชาชนทั่วไป ใน “การจัดสรร” และ “วางแผนการลงทุน” อย่างมีวินัยและเกิดประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสม และหวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจไม่มากก็น้อย
