“หุ้นอินเดีย” จะฟื้นเล่นๆ หรือพร้อมไปต่อจริงๆ... ก็ไม่พลาดทุกโอกาสลงทุนกับ “KWI INDIA-D” !!!
กองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ในครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “กองหุ้นอินเดีย” (India Equity) ที่มีจุดเด่นลงทุนหุ้นที่ครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ของเศรษฐกิจในอินเดีย และสามารถทำผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปี ได้ถึง 14% ต่อปี เลยทีเดียว
ซึ่งตลาดที่ดูดีและมีภาษีมากที่สุดในปัจจุบันก็คือ “ตลาดหุ้นอินเดีย” ที่การเติบโตทางเศรษฐกิจและจำนวนประชากรกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนอาจจะไล่ตามจีนได้ในอนาคต ทำให้นักลงทุนหลายต่อหลายคนได้ให้ความสนใจไม่น้อย
และยังเป็นหนึ่งในตลาดที่ “มาร์ค โมเบียส” เจ้าพ่อตลาดเกิดใหม่ เพิ่งแนะนำให้ลงทุนกันด้วย
แต่การจะลงทุนในตลาดหุ้นดังกล่าวสำหรับนักลงทุนก็มี “กองทุนรวม” ที่สามารถช่วยให้เข้าถึงตลาดได้ง่าย ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ ก็จะได้ยกหยิบ “กองทุนรวมหุ้นอินเดีย” ที่น่าสนใจมาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านกันในครั้งนี้
“หุ้นอินเดีย” มหาอำนาจ ‘อันดับ2’ ของเอเชีย...ตลาดส่งสัญญาณฟื้นตัว ย้อนหลัง 1 เดือน บวกไป +7.22%
หากพูดถึงกลุ่ม “ตลาดหุ้นเกิดใหม่” เป็นที่แน่นอนว่าประเทศแรกที่นักลงทุนจะต้องนึกถึง “ตลาดหุ้นจีน” ด้วยขนาดของตลาดและอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ผู้นำภายในกลุ่ม
แต่ความน่าสนใจของกลุ่ม “ตลาดเกิดใหม่” ก็ไม่ได้มีแค่ “ตลาดหุ้นจีน” เท่านั้น เพราะยังมีอีกหลากหลายประเทศที่กำลังเพิ่มศักยภาพทางด้านต่างๆ เพิ่มไล่ตามตลาดดังกล่าวให้ทัน และมหาอำนาจ “อันดับ2” ในภูมิภาคนี้ก็คือ “อินเดีย” นั่นเอง
ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา “ตลาดหุ้นอินเดีย” (ข้อมูล ณ วันที่ 28 ก.ค. 22) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.22% นำโดยหุ้นกลุ่มธนาคาร, สินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ทำให้ภาพรวมตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันตลาดหุ้นอินเดียจึงติดลบเพียงเล็กน้อย -3.93% เท่านั้น
ยิ่งทำให้ “ตลาดหุ้นอินเดีย” ดูจะเป็นอีกหนึ่งพิกัดการลงทุนที่น่าจับตาในชั่วโมงนี้เลยทีเดียว

“KWI INDIA-D” ลุย “หุ้นอินเดีย”...โชว์ผลตอบแทนสุดสวยย้อนหลัง 3 ปี +14% ต่อปี
โดยกองทุนที่เราหยิบยกมามีชื่อว่า “กองทุนเปิด เคดับบลิวไอ อินเดีย อิควิตี้ เอฟไอเอฟ ชนิดจ่ายเงินปันผล” หรือ “KWI INDIA-D” ที่เป็นกองทุนภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน คิง ไว (เอเชีย) จํากัด’ ที่สามารถทำผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปี ได้โดดเด่น 14% ต่อปี และด้วยการยอมรับจาก “มอร์นิ่งสตาร์” ให้เป็น “กองทุน 5 ดาว” จึงทำให้มีความโดดเด่นกว่ากองทุนอื่นๆ ในกลุ่มชัดเจน
ก่อนที่จะลงลึกไปถึงนโยบายลงทุนของกอง KWI INDIA-D นั้น เราจะขอก็เกริ่นรายละเอียดที่มาที่ไปของกองว่าจะได้จดทะเบียนหรือจัดตั้งขึ้นในวันที่ 9 เมษายน 2558 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 22 กรกฎาคม 2565) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 12,962,241 บาทและมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 9.34 บาทต่อหน่วย
“สำหรับนโยบายการลงทุน ด้วยประเภทของกองทุนที่เป็นฟีดเดอร์ (Feeder Fund) จึงจะเป็นการลงทุนหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว ซึ่งมี ‘Manulife Global Fund-India Equity Fund (Share Class I2)’ เป็นกองทุนหลัก ที่บริหารจัดการโดย Manulife Investment Management (Hong Kong) Limited”
ด้านนโยบายหรือพอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักส่วนใหญ่จะเน้นลงทุนในตราสารทุน และตราสารทุนของบริษัทซึ่งครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector) ต่างๆ ของเศรษฐกิจในประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นตราสารทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งในอินเดียหรือตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ”
หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของ ‘กอง KWI INDIA-D’ มีบุคลิกสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นหลัก
โดย 5 อันดับแรกของอุตสาหกรรมที่กองทุนหลักมีน้ำหนักหรือมูลค่าลงทุนสูงสุด (ณ วันที่ 28 ก.ค. 22) ประกอบไปด้วย
-ธุรกิจเกี่ยวกับการเงิน 25.49%
-ธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยี 17.01%
-ธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมวัสดุพื้นฐาน 13.27%
-ธุรกิจเกี่ยวกับพลังงาน 9.45%
-ธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพ 9.34%
“ด้านผลการดำเนินงานของ ‘กองทุน KWI INDIA-D’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเฉลี่ยอยู่ในระดับที่ 7.00% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 9.64% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเองก็เฉลี่ยอยู่ที่ 18.19% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 18.69% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีกองทุนก็เคยมีผลขาดทุนซึ่งในช่วง 5 ปีย้อนหลัง กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -37.92%”
ซึ่งนอกจากผลการดำเนินงานที่เป็นจุดเด่นแล้ว กองทุนยังมีนโยบายการ “จ่ายเงินปันผล” ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนจากกำไรสะสมหรือกำไรสุทธิเมื่อกองทุนรวมมีกำไรสะสมและกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีที่จะจ่ายเงินปันผล โดยจ่ายปันผล ‘ไม่เกินปีละ 12 ครั้ง’ ซึ่งตั้งแต่จัดตั้งกองทุนก็ได้มีการจ่ายไปแล้วทั้งสิ้น 14 ครั้ง เป็นจำนวนเงิน 5.15 บาทต่อหน่วย
เงินลงทุนขั้นต่ำ ‘ครั้งแรก’ และ ‘ครั้งถัดไป’ เพียง 1,000 บาท
โดยนักลงทุนที่สนใจอยากลงทุนในกองดังกล่าวก็สามารถใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่ 1,000 บาทตามเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” สามารถลงทุนได้โดยไม่มีขั้นต่ำ เช่นเดียวกันกับเงื่อนไขการขายแต่จะมีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 5 วันทําการหลังจากวันทํารายการขายคืน (T+5)
ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน คิง ไว (เอเชีย) จํากัดหรือตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและช่องทางออนไลน์ผ่าน KWI Click for Funds
“ตลาดหุ้นต่างประเทศอย่าง ‘หุ้นอินเดีย’ ก็เป็นอีกหนึ่งทางที่นักลงทุนสามารถแสวงหาการสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมนอกจาก ‘ตลาดหุ้นไทย’ หรือบางคนเองก็อาจจะใช้เป็นตลาดหลักในพอร์ตก็ได้ เพียงแต่ช่องทางที่จะทำให้นักลงทุนเข้าถึงก็ไม่ได้เป็นที่รู้จักสำหรับนักลงทุนที่เริ่มต้นลงทุน ซึ่งทางเราก็หวังว่า ‘KWI INDIA-D’ จะเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ช่วยเติมเต็มพอร์ตให้แก่ผู้ลงทุนได้เป็นอย่างดี”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
