Official Update :

“หุ้นไทย” ส่อแววหมดบุญ...หลัง “น้ำมันโลก” ร่วง - “เงินต่างชาติ” จ่อไหลออก ttb แนะ “ลดน้ำหนัก” ลงเล็กน้อย รับสถานการณ์ !!!

Fun of Funds: “ตลาดหุ้นไทย” ในช่วง 7 เดือนแรก ถือเป็นช่วงที่มีทั้ง ข่าวดี และ ข่าวร้าย ทำให้มามีผลต่อการตอบรับจากนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศเป็นอย่างมาก


ตลาดเองก็ไปไหนไม่ได้ SET TRI ช่วง 7 เดือนแรกปรับตัวลดลง -3.31% จากความกังวลต่อ “ภาวะเศรษฐกิจถดถอย” (Recession) ทั่วโลก แม้ล่าสุดตลาดจะกลับมาเคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 1,600 จุดได้อีกครั้งก็ตาม


โดยในช่วงที่ผ่านมาได้แรงหนุนหลักจาก “กลุ่มหุ้นพลังงาน” ที่เรียกได้ว่าอยู่ๆ ก็ส้มหล่น ด้วยราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจึงเป็นสนับสนุนให้ผลประกอบการออกโดดเด่นกว่ากลุ่มอื่นๆ และเป็นกลุ่มที่พยุงดัชนีในช่วงที่ผ่านมา


แต่บรรยากาศลงทุนในช่วงที่หลือของปีนั้น ก็มีนักลงทุนไม่น้อยที่มีความกังวลว่า “ราคาน้ำมัน” ที่ปรับตัวขึ้นจะสามารถพยุงผลประกอบการและตลาดหุ้นไทยไปได้ต่อเนื่องหรือไม่ โดยเฉพาะหลังเห็นสัญญาณชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจนกดราคาน้ำมันโลกให้ปรับตัวลงต่ำกว่า 90 ดอลลาร์/อีกครั้ง จะฉุด “ตลาดหุ้นไทย” ไปด้วยหรือไม่?


ฉะนั้นในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงจะพานักลงทุนและผู้อ่านมาไขข้อสงสัยพร้อมกับหาคำตอบไปพร้อมกันว่าควรจะปรับตัวภายใต้สถานการณ์ลงทุนเช่นไร



คาดปัจจัยหนุนช่วงครึ่งปีแรกจะหมดไป...“น้ำมัน” ปรับตัวลง
- “เงินต่างชาติ” เสี่ยงไหลออก กดดัน “ตลาดหุ้นไทย” ครึ่งปีหลัง

แม้ว่า “เศรษฐกิจไทย” ในช่วงระยะ 3-6 เดือนข้างหน้าเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ยังมีความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย และคาดว่า “ธนาคารแห่งประเทศไทย” (BOT) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกในปีนี้ แม้ว่าตัวเลข “เงินเฟ้อทั่วไป” ล่าสุดในเดือนก.ค. จะอยู่ที่ 7.61% ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนก็ตาม แต่ก็ยังทรงตัวในระดับสูง เงินเฟ้อ 7 เดือนแรก เพิ่มขึ้น 5.89%



 



โดย “ภูริพัฒน์ ละเอียดธนะกิจ” นักกลยุทธ์ด้านการลงทุน ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ttb ให้ความคิดเห็นว่า “ตลาดหุ้นไทย” ในช่วงครึ่งปีแรกถือว่ามีผลการดำเนินงานได้ดีกว่าตลาดหุ้นอื่นๆ เนื่องจากองค์ประกอบของตลาดที่เป็นหุ้นกลุ่มวัฏจักรอย่าง “กลุ่มพลังงาน” ได้ประเด็นสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนเป็นปัจจัยเร่งให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น ซึ่งก็ส่งผลดีต่อกลุ่มพลังงานเช่นเดียวกัน อีกทั้งตลาดหุ้นไทยยังได้อานิสงส์จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติเข้าในช่วงครึ่งปีแรก


“แต่อย่างไรก็ตาม ช่วงครึ่งปีหลังสถานการณ์หลายอย่างเริ่มเปลี่ยนไป ราคาน้ำมันที่ไม่น่าจะพุ่งขึ้นเหมือนช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากตลาดรับรู้ประเด็นเรื่องผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนไปค่อนข้างมากแล้ว ธนาคารกลาง หลายแห่งหันมาใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น จากการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เนื่องจาก เงินเฟ้อ ที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งทำให้ตลาดหุ้นไทยจะเผชิญความเสี่ยงเรื่องเงินทุนต่างชาติที่จะไหลออก”



ศก.ไทยแนวโน้มฟื้นตัว แต่ “เงินเฟ้อ” ยังสูง...กดดัน “แบงก์ชาติ” ขยับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

อีกทั้งในแง่ของเศรษฐกิจ แม้ว่า “ธนาคารแห่งประเทศไทย” (BOT) มีมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยว่าจะเติบโต 3.3% ในปีนี้ ซึ่งถือว่าดีขึ้นเมื่อเทียบกับการประมาณการรอบก่อนหน้า จากการคาดการณ์ว่า “ภาคการบริโภคและการท่องเที่ยว” จะช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี


“แต่ด้วยสถานการณ์เงินเฟ้อที่น่าจะยังพุ่งขึ้นสูงต่อเนื่อง อาจจะส่งผลกระทบต่อไปยังกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 3 ที่รัฐบาลเลิกตรึงราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ในระดับที่ 32 บาท/ลิตร ก็จะทำให้ค่าครองชีพของคนไทยเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งตัวเลขเงินเฟ้อไทยจะได้รับผลกระทบจากฐานของเงินเฟ้อที่ต่ำในปีที่ผ่านมา”


ส่งผลให้ตัวเลขเงินเฟ้อที่จะประกาศออกมาในช่วงดังกล่าวน่าจะยังอยู่ในระดับสูง และจะเป็นปัจจัยกดดันให้ธนาคารกลางแห่งประเทศไทย หันมาขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้ ซึ่งนักลงทุนก็ตอบรับข่าวนี้ไปบ้างแล้ว



“ปรับลดน้ำหนัก” หุ้นไทยลงเล็กน้อย...รับกำไรบจ.มีแนวโน้มชะลอตัว

สำหรับในด้านมูลค่า P/E ratio ปัจจุบันของ “ตลาดหุ้นไทย” อยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี แต่กำไรของบริษัทจดทะเบียนน่าจะยังถูกกดดัน สังเกตได้จากการปรับประมาณการ EPS ของดัชนี SET มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากบริษัทจดทะเบียนยังเผชิญความเสี่ยงจากต้นทุนที่จะเพิ่มสูงขึ้น รวมไปถึงนโยบายจากภาครัฐบาลที่จะมีการปรับค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้น


“ทำให้ตลาดหุ้นไทยยังถูกกดดันจากทั้งในแง่ของเศรษฐกิจที่อาจไม่ได้เติบโตดีมากในปีนี้ และกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่อาจจะถูกปรับประมาณการลง ทำให้เราปรับมุมมองหุ้นไทยจากคงน้ำหนักการลงทุนเป็น ลดน้ำหนักการลงทุนเล็กน้อยในช่วงครึ่งปีหลังนี้


“ตลาดหุ้นไทย” ในตอนนี้มาถึงจุดวัดใจ ตลาดเริ่มมีการปรับลดเป้าหมายดัชนีสิ้นปีลงมากันบ้างแล้ว มองกันแบบไม่ไปไหนไกล 1,680 จุด บวกลบ แล้วแต่ค่าย สำหรับนักลงทุนที่ยังอยู่ในหุ้นไทยคงต้องเน้นคุณภาพเป็นสำคัญ และไม่ลืมที่จะกระจายการลงทุนไปแสวงหาโอกาสที่ดีกว่าในต่างประเทศด้วยบางส่วน ตามความสามารถในการรับความเสี่ยงของตัวเอง ก็จะไม่ทำให้คุณพลาดโอกาสการลงทุนไปแต่ประการใด

Wealth Guy

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม