“น้ำมันร่วง” กด ‘เงินเฟ้อ’ ชะลอตัว-ลดแรงกดดัน “ดอกเบี้ยขาขึ้น”… หนุน “หุ้นเทคฯ - หุ้นเติบโตสหรัฐ” กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง !!!
Fun of Funds: อย่างที่นักลงทุนทราบกันดีว่า “ตลาดหุ้นสหรัฐฯ” เป็นตลาดที่มีความน่าสนใจในเป็นอันดับต้นและสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างดีในระยะยาวโดยเฉพาะกลุ่ม “หุ้นเทคโนโลยี” และ “หุ้นกลุ่มเติบโต”
แต่ในช่วง 1 ปีย้อนหลังมานี้หรือตั้งแต่ “ธนาคารกลางสหรัฐฯ” (FED) ได้มีการประกาศนโยบายอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นเพื่อรับมือกับตัวเลขเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น
ก็ได้ทำให้ราคากลุ่ม “หุ้นเทคโนโลยี” และ “หุ้นกลุ่มเติบโต” ปรับตัวลดลงมาค่อนข้างแรงกว่ากลุ่มหุ้นอื่น และยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นตัวได้ในเร็วๆ นี้ หากยังหา “จุดจบ” ดอกเบี้ยขาขึ้นไม่เจอ
อย่างไรก็ตาม ได้เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของ “หุ้นสหรัฐฯ” มาตั้งแต่กลางเดือนมิ.ย. แล้ว ทั้ง ‘Nasdaq’ และ ‘S&P500’ ทำให้ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ 5 ส.ค. 22) แม้จะยังติดลบ แต่ก็ในดีกรีที่ลดลงโดยติดลบเหลือ -20.05% และ -13.58% ตามลำดับ
ทำให้ภาพรวม “กองหุ้นสหรัฐ” ทั้ง 86 กอง กระเตื้องขึ้นด้วยเช่นกันแม้จะยังแดงยกแผงอยู่ก็ตาม โดยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีติดลบตั้งแต่ -1.25% ถึง -45.73% !!!
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอใช้โอกาสนี้ในการนำเสนอมุมมองการลงทุนในกลุ่มหุ้นดังกล่าวของ “ตลาดหุ้นสหรัฐฯ” มาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนที่สนใจ

ที่มา: Google Finance
ชี้ “หุ้นเทคฯ -หุ้นเติบโตสหรัฐ” กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง...หลัง “ราคาพลังงานลด”-กดทิศทาง ‘เงินเฟ้อชะลอตัว’
ในท่ามกลางมรสุมปัจจัยลบที่รุมเร้า “เศรษฐกิจสหรัฐ” และ “เศรษฐกิจโลก” นั้น แต่ตัวเลขผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนของสหรัฐก็ยังออกมาแข็งแกร่ง จากข้อมูลของ Bloomberg ไตรมาสที่2 กำไรของบจ.ในดัชนี S&P500 ยังเติบโต 8.8% จากช่วงเดียวของปีก่อน แม้ตัวเลขกำไรในกลุ่มเทคโนโลยีจะออกมาเสมอตัวโดยโตเพียง 0.3% เท่านั้น แต่มองในภาพรวมบจ.ของสหรัฐผลประกอบการยังออกมาดีต่อเนื่อง
โดย “บดินทร์ พุทธอินทร์” ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า ปัจจุบันด้วยราคาที่ปรับตัวลดลงของราคาหุ้นก็ถือเป็นจังหวะที่ “หุ้นกลุ่มเติบโต” และ “หุ้นเทคโนโลยี” ของสหรัฐฯ มีความน่าสนใจมากขึ้นและเทียบกับความเสี่ยงที่มีโอกาสจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับนโยบายอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นของธนาคารสหรัฐฯ ตลาดก็ได้มีการรับรู้ไปบางส่วน

(บดินทร์ พุทธอินทร์)
ขณะเดียวกัน “ราคาพลังงาน” ที่เป็นตัวเร่งให้ตัวเลขเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็เริ่มมีแนวโน้มปรับตัวลดลง และปัจจัยเฉพาะตัวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นเติบโตที่มีการซื้อขายระดับ P/E อยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงกว่ากลุ่มอื่น จึงทำให้ถูกดิสเคาท์หรือลดถอนลงมากกว่าปกติ เมื่อมีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยและบอนด์ยีลด์ขึ้น
“ในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นกลุ่มเติบโตและหุ้นเทคโนโลยีถูกกระทบด้วยปัจจัยอย่างตัวเลขเงินเฟ้อและบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้นจากนโยบายอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งราคาพลังงานเป็นส่วนสำคัญของการเร่งเงินเฟ้อ แต่จากแนวโน้มที่มีการปรับตัวลดลงจะช่วยให้เงินเฟ้อปรับตัวลดลงได้ตามในช่วง 1 - 3 เดือนข้างหน้า” นายบดินทร์ กล่าวเพิ่มเติม
“หุ้นเติบโต” ปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแกร่ง-กำไรโตต่อเนื่อง...ในขณะที่ “ราคายังถูกกว่า” ค่าเฉลี่ยในอดีต
นอกจากนี้อีกหนึ่งความน่าสนใจของกลุ่ม “หุ้นเติบโต” อย่างปัจจัยพื้นฐาน ก็ยังค่อนข้างแข็งแกร่งทั้งจากแนวโน้มการเติบโตของกำไรสุทธิที่ยังเติบโตได้ต่อเนื่อง และในด้านของมูลค่าหุ้นที่ซื้อขายกันอยู่ระดับ -0.25 SD เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีจากปกติที่มีการซื้อขายสูงกว่า P/E ล่วงหน้า (Forward P/E) 10ปี ถึง 1 - 1.5 SD จึงทำให้ในปัจจุบันดูน่าสนใจ
สำหรับผู้ที่สนใจจึงแนะนำ ‘กองทุนเปิดทหารไทย US Blue Chip Equity’ หรือ ‘TMBUSBLUECHIP’ ที่อาจจะเป็นหนึ่งคำตอบให้กับนักลงทุนได้เช่นกัน แม้ช่วงที่ผ่านมาจะเผชิญแรงกดดันแต่หากย้อนกลับไป 5-10 ปี จะเห็นว่าประสิทธิภาพของกองทุนนี้เมื่อเทียบกับตลาดโดยรวมนั้นดีกว่าเป็นส่วนใหญ่
“แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมากลุ่มหุ้นดังกล่าวจะมีการปรับตัวลงแรงกว่ากลุ่มหุ้นอื่นๆใน ‘ตลาดสหรัฐฯ’ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็คือปัจจัยพื้นฐานอย่างกำไรของบริษัทที่ยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง ถึงจะอยู่จังหวะเศรษฐกิจเผชิญกับตัวเลข ‘เงินเฟ้อ’ ที่สูงเช่นปัจจุบันก็ตาม”
