Official Update :

“K-HIT” กองทุนดี-ไม่มีตกเทรนด์... คัดหุ้น “ธีมเด่นทั่วโลก” มาตอบโจทย์การลงทุน !!!

 กองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Global Equity” ที่มีจุดเด่นเน้นคัดหุ้นตาม “ธีม” (Theme) “กลุ่มอุตสาหกรรม” (Sector) และ “หุ้น” (Stock) ที่เหมาะสมกับทุกสถานการณ์ลงทุน


ช่วยให้คุณ “ไม่ตกเทรนด์” อย่างแน่นอน โดยสามารถสร้างผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปี ได้โดดเด่นถึง +15.41% ต่อปี เลยทีเดียว


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้หยิบยกกองทุนรวมที่มีความน่าสนใจและมีกลยุทธ์รับมือกับสถานการณ์มาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนที่สนใจ



“
K-HIT” จับธีมหุ้นเด่นทั่วโลกมาจัดพอร์ต...โชว์ผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปี สุดสวย +15.41% ต่อปี

ภาพรวมของ “ตลาดหุ้นทั่วโลก” ในปัจจุบันได้โดนกดดันอย่างตัวเลข “เงินเฟ้อ” ที่ปรับตัวขึ้นตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลายประเภทที่เพิ่มสูงขึ้น จากสาเหตุความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน


ขณะเดียวกันเพื่อสกัดตัวเลขเงินเฟ้อ “ธนาคารกลาง” ของประเทศขนาดใหญ่ก็ได้มีนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นอย่างอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งธนาคารกลางสหรัฐฯ และยุโรปก็ได้เป็นผู้นำขึ้นไปก่อนหน้าแล้ว ซึ่งยังเขย่า “ตลาดหุ้นทั่วโลก” ยาวนานถึงปัจจุบันเลยทีเดียว


จึงทำให้สถานการณ์ลงทุนของนักลงทุนหลายคนเกิดเป็น “ความกลัว” และ “ความกังวล” ว่าสุดท้ายนั้น บทสรุปจะเป็นเช่นไร?...และควรจะ “ปรับตัว” หรือ “ปรับพอร์ต” ลงทุนเช่นไร?





ทางเลือกที่ง่ายกว่า คือ การลงทุนผ่าน “กองทุนรวม” โดยกองทุนนี้มีชื่อว่า “กองทุนเปิดเค โกลบอล ไฮ อิมแพ็ค ธีมาติก หุ้นทุน” หรือ “K-HIT” ที่เป็นกองทุนหนึ่งในภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด’ และยังเป็นอีกหนึ่งกองที่ได้รับการยอมรับจาก “มอร์นิ่งสตาร์” ให้อยู่ในกลุ่มเรทติ้ง “กองทุน 5 ดาว”


สำหรับรายละเอียดเบื้องต้นของกอง K-HIT เป็นกองทุนรวมประเภท Feeder Fund หรือลงทุนในหน่วยกองทุนต่างประเทศเพียงกองเดียว ซึ่งได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นในวันที่ 23 กรกฎาคม 2562 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 30 สิงหาคม 2565) มีมูลค่าสินทรัพย์อยู่ที่ 1,464,840,551 บาทและมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 14.80 บาทต่อหน่วย


“ซึ่งกองทุนหลักที่ได้เข้าลงทุนเป็นหน่วยลงทุนของกองทุน ‘Allianz Global Investors Fund – Allianz Thematica Share Class P (EUR)​’ และเพื่อเป็นการปิดความเสี่ยงให้ผู้ลงทุนจึงได้มีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 75%  ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ”


ด้านนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักจะลงในตราสารทุนทั่วโลก มุ่งเน้นสร้างพอร์ตการลงทุนให้หลากหลายผ่านกลยุทธ์การคัดเลือกธีมการลงทุน (Theme) กลุ่มอุตสาหกรรม (Sector) และหุ้น (Stock) ซึ่งการคัดเลือกจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนหลักในแต่ละช่วงเวลา​



หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต”
& “หุ้นคุณค่า”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของ ‘กอง K-HIT’ มีบุคลิกสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” (Growth) และ “หุ้นคุณค่า” (Value)


ซึ่งสัดส่วนการลงทุนของกองทุนหลักที่​ลงทุนในตราสารทุนตามวัตถุประสงค์การลงทุนไม่น้อยกว่า 70% ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน ขณะที่สัดส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารทุนที่นอกเหนือตามวัตถุประสงค์ได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน​


ทั้งนี้การจัดสรรเงินลงทุน (ณ วันที่ 31 ก.ค. 22) แบ่งตามกลุ่มอุตสาหกรรมจะประกอบไปด้วย

-เทคโนโลยี                         26.30%

-อุตสาหกรรมหนัก                16.90%

-การแพทย์และสุขภาพ          16.00%

-วัสดุ                                 11.20%

-สาธารณูปโภค                    8.00%


และแบ่งตามประเทศได้ ดังนี้

-UNITED STATES                59.70%  

-UNITED KINGDOM             5.70%  

-JAPAN                             4.30%  

-FRANCE                           2.50%

-SWITZERLAND                 2.20%  





“ในแง่ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกอง
K-HIT ตั้งแต่จัดตั้งนั้น (ณ วันที่ 27 ก.ค. 65) เฉลี่ยอยู่ที่ 12.54% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 12.71% ต่อปี) ส่วนความผันผวนของความผลการดำเนินงานที่จะเฉลี่ยอยู่ที่ 20.39%  ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 19.28% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีกองทุนก็เคยมีผลขาดทุนโดยในช่วง 5 ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -40.68%”



เงินลงทุนขั้นต่ำ
‘ครั้งแรก’ และ ‘ครั้งถัดไป’ เพียง 500 บาท เท่านั้น

สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุนใน K-HIT กองทุนได้มีเงื่อนไขหรือมูลค่าขั้นต่ำของ “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” จะอยู่ที่ 500 บาท ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนจะอยู่ที่ 500 บาทเช่นเดียวกัน ขณะที่ยอดคงเหลือขั้นต่ำจะอยู่ที่ 50 บาท สำหรับระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนคือ 4วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน (T+4)


ส่วนช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่านรูปแบบออฟไลน์อย่างธนาคารกสิกรไทยและผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนอื่นที่บริษัทได้แต่งตั้งขึ้น ส่วนช่องทางออนไลน์สามารถเปิดบัญชีและซื้อขายได้ผ่านแอพพลิเคชั่นอย่าง K-My Funds​​ ,K-Cyber และK PLUS


“การจัดสรรเงินลงทุนไปยังตลาดทุนมีวิธีที่ความหลายประเภท แต่การเลือกลงทุนตามธีมก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้ผลดีเช่นกันโดยเฉพาะผู้ที่มีเป้าหมายการลงทุนระยะยาว ซึ่ง K-HIT เองนอกจากจะลงทุนตามธีมยังมีกลยุทธ์ที่ปรับให้เข้ากับสถานการณ์ของตลาดในปัจจุบันและอนาคตได้เป็นอย่างดี”


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Wealth Guy

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม

Most Viewed
Stock of the Day
หุ้นไทยจ่อเปลี่ยนกลุ่มเล่น เงินเริ่มหมุนออกจากแบงก์ จับตาบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ จ่อพีคเดือนต.ค. BGRIM-GPSC เด่น รับอานิสงส์ยีลด์ขาลง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“กองหุ้นเวียดนาม” ปีนี้ซบตามตลาด เฉลี่ยติดลบ -4.75% “TVIETNAM” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +2.45% ส่วน “UVO” ร่วงสุด -12.36% แนะโอกาสสำหรับการลงทุน “ระยะกลาง-ยาว” !!!
เมื่อ 13 ชั่วโมงที่แล้ว
Digital Asset
ก.ล.ต. ย้ำเตือนผู้ลงทุนให้ดำเนินการต่อทรัพย์สินของตนในแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO ก่อนการปิดกั้น ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
XO ส่งซิกครึ่งปีหลังโตเด่น ดันรายได้ปี 69 แตะ 2.4 พันลบ. ทุ่ม 1.3 พันลบ. สร้างโรงงานใหม่ ปูทางสู่เบอร์ 1 ตลาดซอสศรีราชาโลก
เมื่อ 15 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
CPF–Bosch ต่อยอดความร่วมมือ ใช้ Data–AI ยกระดับการผลิตอาหาร หนุนเป้าหมาย Net-Zero
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us