รับสภาพ “หุ้นไทย” ไม่ถูก-แต่ยังมีโอกาสฟื้นตามศก. ชู “กองรีทไทย” น่าสนใจ มีโอกาส ‘Outperform’ -ราคาถูก&กระแสเงินสดดี !!!
Fun of Funds: ความเคลื่อนไหวของ “ตลาดหุ้นไทย” ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาถือว่าแทบไม่ได้ไปไหน “ย่ำเท้าอยู่กับที่” ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 9 ก.ย. 22) SET -0.18% ย้อนหลัง 1 ปี +1.57% และย้อนหลัง 3 ปี -0.99%
นั่นทำให้กลุ่ม “กองหุ้นไทย” ในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่และหุ้นทั่วไป ผลตอบแทนเฉลี่ยช่วง 3 ปี (ณ วันที่ 31 ส.ค. 22) ก็ไม่ไปไหนไกลเช่นกันเฉลี่ย -0.98% ต่อปี ถึง 0.05% ต่อปี ในขณะที่กลุ่ม “กองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก” ดีหน่อยเฉลี่ย 9.27% ต่อปี
ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันนี้ หลายตลาดหุ้นในโลกก็ไปไกลกว่าไทยมากแล้ว ทำให้ความน่าสนใจของนักลงทุนเองหันไปโฟกัส “ตลาดหุ้นต่างประเทศ” มากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ด้วยอัพไซด์ของตลาดและระดับราคาที่มีโอกาสไปได้ไกลกว่าตลาดหุ้นไทยนั่นเอง
ปัจจุบัน “หุ้นไทย” เองก็ไม่ได้ถือว่าถูกแต่ประการใด มี Forward P/E 12เดือนข้างหน้าประมาณ 15 เท่า สูงกว่า “ตลาดหุ้นโลก” อีก ในขณะที่กำไรบริษัทจดทะเบียนโตใกล้เคียงกันประมาณ 10% เท่านั้น
แล้ว “ตลาดหุ้นไทย” จะยังคงไปได้อยู่หรือไม่? และยังคงให้นักลงทุนทั้งหลายสามารถเข้ามาสร้างผลตอบแทนแบบในอดีตได้แค่ไหน?
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้มีทำการหยิบยกมุมมองของ “ตลาดหุ้นไทย” และกลยุทธ์การลงทุนมาฝากให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจ
“หุ้นไทย” อัพไซด์จำกัด มองกรอบ 1,500 – 1,700 จุด...ชู “กองรีท” เด่นสุดมีโอกาสเพอร์ฟอร์มดี- ‘ราคาไม่แพง&กระแสเงินสดดี’
“ตลาดหุ้นไทย” ช่วงหลังมาถูกมองว่าหมดเสน่ห์ เป็น “Old Economy” มีแต่กลุ่มอุตสาหกรรมเก่าๆ เดิมๆ ที่ไม่น่าสนใจที่จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติหรือแม้แต่นักลงทุนไทยด้วยกันเอง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีแต่ประการใด เพียงแต่อาจจะต้องเป็นการเลือกลงทุนทำการบ้านกันมากหน่อยเท่านั้นเอง
โดย “ปริวรรตน์ ธีระดุสิตศิลป์” นักกลยุทธ์การลงทุน VP บริหารกลุ่มลูกค้าลักษณะเฉพาะ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ให้มุมมอง “ตลาดหุ้นไทย” ในช่วงครึ่งปีหลังจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบล่างที่ 1,500 จุด และกรอบบนที่ 1,700 จุด ซึ่งโอกาสค่อนข้างสูงในช่วงปลายปีที่ตลาดจะเคลื่อนไหวอยู่กรอบบน จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้น
“ด้านอัพไซด์ของตลาดอาจจะดูค่อนข้างจำกัด เนื่องจากมูลค่าของราคาหุ้นอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับตลาดในภูมิภาคเอเชียที่ระดับ P/E อยู่ที่ 12 เท่า แต่หุ้นไทยมี Forward P/E อยู่ที่ 15 เท่าเป็นระดับที่ใกล้เคียงหุ้นโลก จึงทำให้ตลาดหุ้นไทยถูกจำกัดด้วยอัพไซด์”
การเคลื่อนไหวของ “ดัชนีหุ้นไทย” & “ดัชนีกลุ่มกองทุนอสังหาฯ” ช่วง 3 ปี

(ที่มา: www.setsmart.com)
ทั้งนี้สินทรัพย์ที่มีความน่าสนใจในตลาดหุ้นไทยจะต้องสร้างกระแสเงินสดได้ดี ราคายังไม่แพง และป้องกันกันความเสี่ยงได้ดี จึงให้น้ำหนักการลงทุนไปที่ “กองรีทไทย” ด้วยความสามารถในการสร้างผลตอบแทนได้ในยามที่เงินเฟ้อสูงจากการปรับเพิ่มรายได้ขึ้นตามตัวเลขเงินเฟ้อ และสัญญาณการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวจะช่วยให้กองรีทกลับมาเฟอร์ฟอร์มได้
“เปิดประเทศ” หนุนเศรษฐกิจไทยปีนี้ทะยานแตะ 3%...อานิสงส์ “ภาคท่องเที่ยว” ฟื้น
สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้ค่อนข้างฟื้นตัวได้ช้ากว่าประเทศภูมิภาค แต่ก็ยังมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่องด้วยสัญญาณของตัวเลขอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในไตรมาส 2/65 ที่เติบโตได้ 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยได้รับอานิสงส์หลักอย่าง “การเปิดเมือง” ที่ส่งผลบวกให้แก่ภาคการท่องเที่ยวและภาคการบริโภค
“ซึ่งแนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลังคาดการณ์ว่าจะดีกว่าครึ่งปีแรกและเชื่อว่าจะช่วยสนับสนุนให้ตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจเฉลี่ยทั้งปีจะสามารถเติบโตได้ถึง 3% โดยมีเครื่องยนต์หลักอย่าง ‘ภาคการท่องเที่ยว’ ที่ตัวเลขของนักท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัวขึ้นจากการผ่อนคลายนโยบายและมาตรการเข้าออกประเทศทั้ง Test & Go และ Thailand Pass ซึ่งช่วงไตรมาส 4/65 จะเป็นไฮซีซั่น”
การเติบโตของ “เศรษฐกิจไทย”

“เงินเฟ้อสูง” & “ส่งออกชะลอตัว”...2 ปัจจัยกดดันศก.ไทย
แต่อย่างไรก็ดีมีปัจจัยที่น่าเป็นห่วงอย่าง “การกระจายรายได้” ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะกระจุกอยู่ที่เพียงหัวเมืองใหญ่ จึงทำให้รายได้อาจจะกระจายไม่ได้มาก ส่วนความเสี่ยงที่จะกดดันเศรษฐกิจได้มี 2 ปัจจัยหลักอย่าง “ตัวเลขเงินเฟ้อ” ที่ค่อนข้างสูงหรือที่ราว 7-8% ที่อาจเป็นระยะเวลานานและกดดันกำลังซื้อภาคครัวเรือน
“ส่วนอีกปัจจัยที่น่าเป็นห่วงอย่าง ‘ภาคการส่งออก’ ที่อาจจะพึ่งเริ่มตัวก็จริง แต่หากมองไปในระยะข้างหน้าเศรษฐกิจของประเทศ 3 เสาหลักเริ่มส่งสัญญาณที่ชะลอตัวลงอย่างสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มเกิดภาวะถดถอย ยุโรปก็มีปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน สุดท้ายจีนก็ยังมีปัญหาภายในประเทศ จึงทำให้ภาคการส่งออกยังก็เผชิญกับความท้าทายอยู่”
มองภาพเศรษฐกิจไทยแม้จะโตไม่สูงมากในปีนี้ แต่ก็มีภาพการเติบโตที่สวนทางกับเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวชัดเจน ซึ่งนั่นน่าจะส่งผลดีต่อ “หุ้นไทย” ด้วยไม่มากก็น้อย โดยกลุ่มที่น่าสนใจในช่วงนี้ต้องยกให้ “กองรีทไทย” ที่ราคาไม่แพง และกระแสเงินสดดี มีแนวโน้มเพอร์ฟอร์มได้ดีตามการเปิดประเทศได้เช่นกัน
