“KTMSEQ” เติมเต็มโอกาสการลงทุนกับ “หุ้นกลาง-เล็ก”... ที่จัดจ้านทุกย่านความแรง โชว์ผลงานสุดปัง 3 ปี +22.26% ต่อปี!!!
กองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “กองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก” (Equity Small - Mid Cap) ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนในหุ้นไทยขนาดกลาง-เล็กที่ปัจจัยพื้นฐานดี แนวโน้มเติบโตทางธุรกิจ
ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นในช่วงย้อนหลัง 3 ปี +22.26% ต่อปี เลยทีเดียว !!!
จึงเป็นดั่งโอกาสการลงทุนครั้งใหม่ให้แก่นักลงทุน และแน่นอนว่าการลงทุนใน “หุ้นขนาดใหญ่” ที่กำไรเริ่มอิ่มตัวก็อาจจะไม่ตอบโจทย์มากนัก จึงเริ่มมีนักลงทุนหาโอกาสลงทุนใน “หุ้นขนาดกลาง-เล็ก” มากขึ้น
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้ขอนำเสนอข้อมูลกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนดังกล่าวพร้อมกับความน่าสนใจมาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจ
“KTMSEQ” เฟ้น “หุ้นไทยไซส์กลาง-เล็ก’ คุณภาพดี-แนวโน้มเติบโต...ตอบโจทย์การลงทุน
ถึงแม้ว่า “ตลาดหุ้นไทย” ในปีนี้จะมีกระแสเงินต่างชาติไหลกลับมายังตลาดหุ้น แต่ก็ยังไม่อาจทำให้ตลาดเพอร์ฟอร์มสู้กับตลาดในภูมิภาคและตลาดหุ้นต่างประเทศอื่นๆ ได้มากนัก
ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากระดับราคาเฉลี่ยของหุ้นไทยที่อาจจะดูสูงไปเมื่อเทียบกับภูมิภาคเอเชียและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เป็นไปค่อนข้างช้า ราคาไม่ถูกเมื่อเทียบกับการเติบโตของกำไร อย่างไรก็ตามสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจก็เริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ
“หุ้นขนาดกลาง-เล็ก” ถือเป็นอีกกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจ หากทำการบ้านมาดีและเลือกหุ้นได้ถูกตัว โอกาสจะสร้างผลตอบแทนสูงกว่าตลาด (Alpha) ก็มีมากกว่าเช่นเดียวกัน

โดยกองทุนนี้มีชื่อว่า “กองทุนเปิดกรุงไทยหุ้น Mid-Small Cap” หรือ “KTMSEQ” ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทุนภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จํากัด (มหาชน)’ และยังเป็นกองทุนที่ได้รับการยอมรับจาก “มอร์นิ่งสตาร์” จัดเรทติ้งให้ติดอันดับ “กองทุน 5 ดาว” อีกด้วย
ส่วนรายละเอียดเบื้องลึกของกองดังกล่าว เป็นกองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นเป็นหลักด้วยกลยุทธ์เชิงรุกหรือมุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management) ซึ่งได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นในวันที่ 30 เมษายน 2558 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 13 กันยายน 2565) มีมูลค่าสินทรัพย์อยู่ที่ 344,913,589 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 19.12 บาทต่อหน่วย
“ด้านนโยบายลงทุนจะเน้นลงทุนในหุ้นของ ‘บริษัทขนาดกลาง-ขนาดเล็ก’ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และหรือมีแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพยสินสุทธิ์ของกองทุน”
หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นกลาง-เล็ก” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า” ผสม “หุ้นเติบโตสูง”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของ ‘กอง KTMSEQ’ มีบุคลิกสไตล์ “หุ้นขนาดกลาง-เล็ก” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า” (Value) ผสมกับ “หุ้นเติบโตสูง” (Growth) เป็นสำคัญ ณ วันที่ 31 ส.ค. 65 มีการลงทุนในหุ้นอยู่ 84.84%
โดย 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ประกอบไปด้วย
-บริการ 22.61%
-ธุรกิจการเงิน 14.05%
-เทคโนโลยี 13.13%
-ทรัพยากร 12.19%
-เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร 11.58%
“โดยหุ้น Top5 ที่กองทุนถืออยู่ ได้แก่ KKP 3.92%, SNNP 3.38%, BANPU 3.08%, ILINK 2.80% และ COM7 2.48%”

“ในแง่ของผลการดำเนินงานที่นักลงทุนกังวลว่าอาจจะสู้กับสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเงินฝากในระยะยาวได้หรือไม่นั้น ตั้งแต่จัดตั้งกอง KTMSEQ (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ส.ค. 65) สามารถทำได้ถึง 8.85% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 4.15% ต่อปี) ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าดัชนีชี้วัด ส่วนของความผันผวนผลการดำเนินงานก็เฉลี่ยอยู่ที่ 18.72% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 15.43% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -51.47%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ ‘ครั้งแรก’ และ ‘ครั้งถัดไป’ เพียง 1,000 บาท เท่านั้น
สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุนก็สามารถใช้เงินลงทุน 1,000 บาทตามเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของ “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ขณะที่เงื่อนไขการขายผู้ลงทุนสามารถทำได้โดยไม่มีข้อกำหนดเช่นเดียวกันกับการขายคืนแต่ก็ยังมีเงื่อนไขการได้รับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 3 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV (T+3)
ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) ทุกสาขา และตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดกองทุน กรุงไทย จำกัดแต่งตั้งขึ้นหรือช่องทางออนไลน์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น KTAM Smart Trade
“หุ้นขนาดกลางและเล็ก...ถือเป็นบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโตได้ดีไม่แพ้ ‘บริษัทขนาดใหญ่’ หลายๆ แห่ง เพียงแต่ว่านักลงทุนอาจจะเลือกลงทุนให้ดี ซึ่ง ‘กองทุนรวม’ ก็เข้ามาเป็นตัวเลือกที่เข้ามาช่วยอุดช่องว่างดังกล่าวได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะนักลงทุนที่ยังไม่มีประสบการณ์มากนัก”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
