Official Update :

“ดอกเบี้ยขาขึ้น” ยังตามหลอกหลอน “กองหุ้นเทคฯ” ไม่เลิก... Bottom5 “อาการสาหัส” ผลตอบแทนดิ่งหนักทะลุ -50% !!!

Fun of Funds: “ดอกเบี้ยขาขึ้น” ของแสลงสำหรับกลุ่ม “หุ้นเติบโต” (Growth) โดยเฉพาะ “หุ้นเทคโนโลยี” ที่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดยังไม่จบ ตลอดจนกลุ่มสินทรัพย์ดิจิทัลต่างๆ ด้วยเช่นกัน


หลัง “ธนาคารกลางสหรัฐ” (FED) ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อให้ได้ จนตลาดมองตัวเลขสุดท้ายกันไปไกลถึงระดับ 5-6% แล้วก็มี


นั่นหมายถึงดอกเบี้ยของสหรัฐยังขยับขึ้นได้จากระดับปัจจุบันที่ 2.5% ไปได้ถึง 2.5 – 3.5% เลยทีเดียว !!!


“เขย่าขวัญ” หุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกร่วงระนาวมีการปรับตัวลงมาอย่างต่อเนื่องหรือหุ้นบางตัวก็ปรับตัวลดลงไปมากกว่า 50%


“กองหุ้นเทคฯ” ก็เลยเลือดสาดยกกระดาน ตั้งแต่ต้นปีติดลบกันไปตั้งแต่ -16.40% ถึง -54.83% ที่ดิ่งหนักทะลุ -50% มีอยู่ 9 กอง (แต่ถ้าไม่นับชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนที่เหมือนกันจะเหลือ 4 กอง) จนทำให้นักลงทุนที่ลงทุนกันอยู่ต่างๆ พากันกุมขมับตามกันไป


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ ก็ได้ถือโอกาสรวบรวมข้อมูลผลการดำเนินงานของ “กองทุนรวมหุ้นเทคโนโลยี” ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันมาฝากให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจ



5 “กองหุ้นเทคฯ” ผลงานแย่สุดติดลบหนักตั้งแต่ -47.49% ถึง -54.83%...ด้าน “WE-CYBER” ดิ่งหนักสุดในกลุ่ม

เชื่อว่าหลายๆ คนเองก็น่าจะทราบกันดีว่าความผันผวนของตลาดทุนในปี 65 เป็นอีกหนึ่งปีที่มีความ “ผันผวนอย่างสูง” หรือแทบจะพาให้ “พอร์ตลงทุนติดลบ” ได้เลย


โดยเฉพาะ “กลุ่มหุ้นเติบโต” อย่างหุ้นใน “อุตสาหกรรมเทคโนโลยี” ที่มีการปรับตัวลงมาอย่างต่อเนื่องหรือหุ้นบางตัวก็ปรับตัวลดลงไปมากกว่า 50% และยังดูจะยังมีความเสี่ยงจาก “ดอกเบี้ยขาขึ้น” อย่างต่อเนื่อง


แม้เชื่อว่า...“จุดจบของดอกเบี้ยขาขึ้น” จะเป็น “สัญญาณบวก” ต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีก็ตาม ซึ่งก็คงไม่ไกลจากปัจจุบันเท่าไรนัก ตลาดมองกันไว้แถวกลางปีหน้า แต่ระหว่างนี้ก็คงกดดันหุ้นกลุ่มนี้ให้ยังคงผันผวนได้ต่อเนื่อง


โดยผลการดำเนินงานของกองทุนในกลุ่มส่วนใหญ่จะเคลื่อนไหวในแดนลบตามราคาหุ้นของอุตสาหกรรมแต่ก็จะมีกองทุนรวมที่ผลการดำเนินงานติดลบมากในกลุ่มซึ่งเราได้หยิบยกขึ้นมา 4 อันดับแรกล้วนไปลงทุนในกองทุนหลัก ARK Next Generation Internet ETF” (ARKW) เหมือนกัน ซึ่งตั้งแต่ต้นปี ARKW ก็ติดลบหนักไปกว่า -57.02% ซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อกองทุนในไทยที่ไปลงทุนกันอย่างเลี่ยงไม่ได้





เริ่มที่ “กองทุนเปิด วี เน็กซ์ เจเนอเรชั่น อินเทอร์เน็ต” หรือ “
WE-CYBERที่ติดลบหนักที่สุดตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) -54.83% ซึ่งจะมีนโยบายลงทุนในกองทุน ‘ARK Next Generation Internet ETF’ โดยกองทุนหลักเน้นการบริหารจัดการกองทุนเชิงรุกผ่านการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตยุคใหม่


ถัดมาเป็น “กองทุนเปิด ทิสโก้ Next Generation Internet ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป” หรือ “TNEXTGEN-A ตั้งแต่ต้นปีติดลบ -54.42% ที่จะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘ARK Next Generation Internet ETF’ ซึ่งเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟที่ใช้กลยุทธ์การบริหารแบบเชิงรุก (Actively-managed ETF) ที่จะลงทุนในหุ้นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธีม Next Generation Internet


“ซึ่งเป็นบริษัทที่มุ่งเน้นและได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีจากอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ไปยังระบบ Cloud Computing และบริษัทที่นำเอาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ร่วมกับระบบโครงสร้างพื้นฐาน และการบริการ”


ต่อมาจะเป็น 2 อันดับกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘ARK Next Generation Internet ETF’ เช่นเดียวกันกับกองทุนก่อนหน้า ก็คือ “กองทุนเปิดทีเอ็มบี อีสท์สปริง Next Generation Internet” หรือ “TMB-ES-INTERNET และ “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Next Generation Internet (ชนิดสะสมมูลค่า)” หรือ “SCBNEXT(A) ที่ติดลบตั้งแต่ต้นปี -52.43% และ -51.59% ตามลำดับ


สุดท้ายกองทุนที่หยิบยกมาเป็น “กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ฟินเทค อินโนเวชั่น” หรือ “MFTECH ตั้งแต่ต้นปีติดลบ -47.49% ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นต่างประเทศทั่วโลกของบริษัทที่เกี่ยวข้องหรือได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมการให้บริการทางการเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน เช่น นวัตกรรมการชำระเงินรูปแบบใหม่ การดำเนินธุรกิจโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยี Blockchain เป็นต้น


หุ้นเทคโนโลยีอาจจะเคยเป็นหุ้นที่ราคาหุ้นมีการปรับค่อนข้างหวือหวาที่สุดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา จึงอาจจะไม่แปลกนักเมื่อเกิดผลกระทบกับตลาดและส่งผลต่อราคาหุ้นให้เข้าสู่ขาลง แต่ความกังวลต่อจากนี้ก็คือราคาหุ้นจะปรับลดลงไปถึงเมื่อไหร่และจะยังสามารถลงทุนได้อีกหรือไม่

Wealth Guy

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม