ชี้ “หุ้นสหรัฐ-จีน-เวียดนาม” พื้นฐานแกร่ง-ราคาย่อ ‘จังหวะลงทุน’ หวังผลระยะยาว... ส่วน “อสังหาฯ นอกตลาด” ผลตอบแทนขยับตาม ‘เงินเฟ้อ’ !!!
Fund Manager View: ตลาดการลงทุนทั่วโลกมีแนวโน้มผันผวนเพิ่มขึ้น “เงินเฟ้อ” มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง “ดอกเบี้ย” อยู่ในทิศทางขาขึ้น
จ่อตามมาด้วยความกังวลต่อภาวะ “เศรษฐกิจถดถอย” (Recession) ที่อาจจะตามมาหลังยุทธการดึงเงินเฟ้อให้ต่ำ
ทำให้ตลาดการลงทุนในปี22 ทั้ง “ตลาดตราสารหนี้โลก” และ “ตลาดหุ้นโลก” โดยรวม มีความผันผวนสูงและยังคงมีอัตราผลตอบแทนติดลบกันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งบ้างก็มองว่า...ยังมีโอกาสที่จะปรับตัวลดลงได้อีกจากปัจจุบัน
แต่ใน “ทุกวิกฤติย่อมมีโอกาสเสมอ” ซึ่ง 4 สินทรัพย์ที่น่าสนใจในช่วงนี้ ได้แก่ “หุ้นสหรัฐ-จีน-เวียดนาม และ อสังหาฯ นอกตลาด”
ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ ไปอัพเดทมุมมองการลงทุนที่น่าสนใจพร้อมกันได้เลย
หุ้น 3 ปท. “สหรัฐ-จีน-เวียดนาม”...ระยะยาวยังไปต่อตามพื้นฐานที่แข็งแกร่ง
ตั้งแต่ช่วงต้นปี หลายๆ ประเทศต้องเจอกับภาวะ “เงินเฟ้อ” ในขณะที่บางประเทศมีโอกาสตกอยู่ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลให้ตลาดหุ้นมีความผันผวนสูง ซึ่งยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง
โดย “อาชวิณ อัศวโภคิน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด บลจ.ไทยพาณิชย์ ยังคงมีมุมมองเชิงบวกและเล็งเห็นโอกาสการลงทุนใน 3 ประเทศที่มีศักยภาพและปัจจัยการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง มีแนวโน้มฟื้นตัวดี ประเทศแรกคือ “สหรัฐ” ซึ่งแม้ว่าปัจจุบันจะอยู่ในภาวะเงินเฟ้อสูง แต่ดัชนีภาคแรงงานยังคงแข็งแกร่ง ในระยะยาวจึงมีโอกาสที่ตลาดหุ้นจะกลับมาฟื้นตัว ประเทศที่สองคือ “จีน” ซึ่งที่ผ่านมามีความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจที่โดดเด่น และเป็นประเทศที่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อ นอกจากนี้ยังมีภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ที่พร้อมจะเติบโตควบคู่ไปกับแผนพัฒนาประเทศฉบับที่ 14 เช่น เทคโนโลยีชีวภาพ, พลังงานทดแทน, อุปกรณ์การเดินเรือ, อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ
(อาชวิณ อัศวโภคิน)
“สุดท้ายคือ ‘เวียดนาม’ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศอาเซียน ที่จะได้รับประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติเพื่อกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ยังเป็นประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่อยู่ในวัยแรงงานและมีอัตราค่าจ้างที่ไม่แพง ทำให้เศรษฐกิจของเวียดนามยังคงมีศักยภาพในการขยายตัวสูง จึงมองว่า 3 ประเทศดังกล่าวมีความน่าสนใจที่จะทยอยเข้าลงทุนในช่วงเวลานี้ เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาวอย่างมีเสถียรภาพ”
ชู “Private Real Estate” ทางเลือกลงทุน...ผลตอบแทนขยับตามแนวโน้ม “เงินเฟ้อ”
ด้าน “ยุทธพล ลาภละมูล” กรรมการผู้จัดการ บลจ.เกียรตินาคินภัทร มองว่า ผลกระทบจากทั้งปัญหาห่วงโซ่อุปทานติดขัดและความขัดแย้งระหว่างประเทศรัสเซีย-ยูเครนที่ส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และต้นทุนการผลิตต่างๆ ปรับตัวสูงขึ้นและอัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นมาก “ธนาคารกลาง” ของประเทศเศรษฐกิจหลักต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสกัดเงินเฟ้อ จนภาวะเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวอาจกลับเข้าสู่ “ภาวะถดถอย” ทั้งนี้ ราคาพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูงและนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางของประเทศเศรษฐกิจหลัก คือปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลให้ทั้ง “ตลาดตราสารหนี้โลก” และ “ตลาดหุ้นโลก” ยังมีความผันผวนสูงในระยะข้างหน้า

(ยุทธพล ลาภละมูล)
“เรามองเห็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจในสภาวะตลาดการลงทุนที่ผันผวนสูงในปัจจุบัน ได้แก่ การลงทุนใน ‘Private Real Estate’ หรือ ‘อสังหาริมทรัพย์นอกตลาด’ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ผลตอบแทนมีความผันผวนน้อยเมื่อเทียบกับตลาดการลงทุนทั่วไป และสร้างโอกาสรับกระแสเงินสดในระยะยาว นอกจากนี้ Private Real Estate ยังเป็นสินทรัพย์ที่เหมาะเลือกลงทุนในช่วงอัตราเงินเฟ้อเป็นขาขึ้นเพราะผลการดำเนินงานมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นได้ตามอัตราเงินเฟ้ออีกด้วย”
